สภาพคล่อง “แบงก์อินเดีย” พุ่งสูงสุดรอบหลายเดือน

สำนักข่าวบลูมเบิร์กรายงานว่า สภาพคล่องส่วนเกินในระบบธนาคารอินเดียพุ่งสูง เปิดช่องทำกำไรให้ธนาคารจากส่วนต่างดอกเบี้ย (arbitrage) หลังสามารถกู้เงินต้นทุนต่ำ แล้วนำไปฝากไว้กับธนาคารกลางในอัตราดอกเบี้ยที่สูงกว่า
ทั้งนี้ อัตราดอกเบี้ยตลาดเงินระยะสั้นข้ามคืนปรับตัวร่วงลงอย่างมาก หลังธนาคารกลางอินเดีย หรือ RBI อัดฉีดสภาพคล่องเข้าสู่ระบบจำนวนมาก ขณะที่การใช้จ่ายภาครัฐยิ่งซ้ำเติมภาวะเงินล้นระบบ
ขณะที่ อัตราดอกเบี้ยไตรภาคีรีโป หรือ TREPS ซึ่งเป็นเครื่องมือระดมทุนที่มีสภาพคล่องสูงสุด ปรับตัวลงต่ำกว่าอัตราดอกเบี้ย Standing Deposit Facility (SDF) ของ RBI ซึ่งอยู่ที่ 5% อย่างมีนัยสำคัญ โดยส่วนต่างขยายกว้างถึง 34 เบสิสพอยต์ในวันพุธ และเคยแตะระดับสูงสุดถึง 75 เบสิสพอยต์เมื่อสัปดาห์ก่อน
อย่างไรก็ตาม แม้กลยุทธ์นี้จะสร้างกำไรให้ธนาคาร แต่กลับบั่นทอนความพยายามของ RBI ที่ต้องการกระตุ้นการปล่อยสินเชื่อสู่ภาคธุรกิจ เพราะธนาคารเลือกนำเงินส่วนเกินไปทำกำไรจากธุรกรรมดังกล่าว แทนที่จะปล่อยกู้
นักวิเคราะห์จาก Nomura ระบุว่า ธนาคารไม่จำเป็นต้องใช้สภาพคล่องส่วนเกินเพื่อเสริมงบดุล จึงนำเงินไปฝากผ่านช่องทาง SDF ซึ่งทำให้สามารถสร้างรายได้จากส่วนต่างดอกเบี้ยได้โดยตรง
ข้อมูลของ RBI ระบุว่า เงินที่ธนาคารนำไปฝากไว้กับธนาคารกลางพุ่งแตะสถิติสูงสุดราว 5 ล้านล้านรูปีในสัปดาห์ที่ผ่านมา จากเพียง 1.4 ล้านล้านรูปีเมื่อสองสัปดาห์ก่อน
สถานการณ์สภาพคล่องซึ่งตึงตัวเมื่อราวสองเดือนก่อน กลับพลิกมาเป็นส่วนเกินสูงสุดในรอบ 6 เดือน ขณะที่ RBI ยังไม่เร่งดูดซับสภาพคล่องส่วนเกิน ทำให้นักวิเคราะห์ตั้งคำถามว่า ทางการกำลังปล่อยให้สภาพการเงินผ่อนคลาย เพื่อเร่งส่งผ่านผลของการปรับลดดอกเบี้ยก่อนหน้าไปสู่ระบบเศรษฐกิจจริงหรือไม่
นักวิเคราะห์มองว่าโอกาสทำกำไรลักษณะนี้มักเกิดขึ้นเป็นระยะ และเป็นเพียงสถานการณ์ชั่วคราว โดยคาดว่าอัตราดอกเบี้ยจะขยับสูงขึ้นอีกครั้งในช่วงปลายเดือนกุมภาพันธ์ จากแรงดึงสภาพคล่องออกของการชำระภาษี และมีแนวโน้มตึงตัวต่อเนื่องในเดือนมีนาคมซึ่งเป็นช่วงสิ้นปีงบประมาณ
Tag
ยอดนิยมในตอนนี้
