นอร์เวย์เปิดตัวโดรนสำหรับทำลายโดรน เล็ก เบา เคลมถูกกว่าขีปนาวุธสกัดโดรน 10 เท่า

Nordic Air Defence สตาร์ตอัปด้านเทคโนโลยีการป้องกันประเทศจากสวีเดน เปิดตัว K100XR (หรือ Kreuger 100XR) โดรนสกัดกั้นความเร็วสูงที่ถูกออกแบบมาเพื่อค้นหาและทำลายเป้าหมายโดรนโจมตีทางเดียว (One-Way Attack Drone) ประเภท Shahed กลางอากาศแบบเรียลไทม์ รวดเร็ว คล่องตัว และมีต้นทุนการผลิตที่ต่ำกว่าระบบขีปนาวุธสกัดกั้นถึง 10 เท่า
ข้อมูลทางเทคนิคโดรนต้านโดรนใหม่ของสวีเดน
K100XR ใช้โครงสร้างคาร์บอนไฟเบอร์น้ำหนักเบา โดยมีความยาวลำตัวเพียง 0.3 เมตร ขับเคลื่อนด้วยเครื่องยนต์ระบบใบพัดที่สามารถทำความเร็วสูงสุดได้มากกว่า 354 กิโลเมตรต่อชั่วโมง
ตัวโดรนมีระยะปฏิบัติการไกล 3 กิโลเมตร สามารถไต่ระดับความสูงได้ถึง 1,000 เมตร และบินลาดตระเวน (Loiter) เหนือพื้นที่เป้าหมายได้นานสูงสุด 20 นาที
บทบาท AI ลดต้นทุนการผลิต
จุดเด่นสำคัญของสถาปัตยกรรมระบบคือการลดการพึ่งพาฮาร์ดแวร์เซนเซอร์ที่มีราคาแพง และหันมาใช้ระบบควบคุมการบินด้วยซอฟต์แวร์ (Software-defined flight control) ร่วมกับปัญญาประดิษฐ์ (AI) แบบฝังตัว ทำให้โดรนมีขีดความสามารถแบบยิงแล้วลืม (Fire-and-forget)
โดย AI จะทำหน้าที่ตรวจจับ จำแนก และติดตามเป้าหมายจนถึงจุดปะทะโดยอัตโนมัติ นอกจากนี้ ยังมีการติดตั้งเซนเซอร์ตรวจจับความร้อนอินฟราเรด (Thermal infrared seeker) สำหรับปฏิบัติการในเวลากลางคืนหรือทะลุผ่านชั้นเมฆ
พร้อมโหมดปฏิบัติการแบบ "ไร้สายวิทยุ" (Radio-silent) อย่างเต็มรูปแบบ ซึ่งช่วยให้ตัวโดรนสามารถทำงานได้ตามปกติแม้ในสภาวะที่มีการก่อกวนทางอิเล็กทรอนิกส์ (Electronic Warfare) อย่างรุนแรงจนสถานีภาคพื้นดินสูญเสียการควบคุม
ลดต้นทุนระบบต้านโดรน เพิ่มสมดุลสงครามโดรน
โดรน K100XR เข้ามาแก้ปัญหา "ต้นทุนที่ไม่สมดุล" ในสงครามยุคใหม่ ซึ่งการใช้ขีปนาวุธอย่าง FIM-92 Stinger ที่มีราคาประมาณ 480,000 ดอลลาร์สหรัฐ หรือประมาณ 16 ล้านบาท เพื่อยิงโดรนข้าศึกราคาถูก ถือเป็นการสูญเสียทางเศรษฐศาสตร์อย่างมหาศาล โดรน K100XR จึงเข้ามาทำหน้าที่เป็นชั้นการป้องกันใหม่ระหว่างปืนกลต่อสู้อากาศยาน ระบบกวนสัญญาณ และขีปนาวุธราคาแพง
เพื่อให้ครอบคลุมการใช้งานทางยุทธวิธี Nordic Air Defence ได้ลงนามในข้อตกลงความร่วมมือแบบสามฝ่ายร่วมกับองค์กรด้านการป้องกันประเทศของโปแลนด์ ได้แก่ WB Group และ Tantalit เพื่อบูรณาการโดรน K100XR เข้ากับเครือข่ายสถาปัตยกรรมสั่งการและควบคุม Topaz ของโปแลนด์
ทำให้ผู้บัญชาหน่วยรบ สามารถใช้ระบบร่วมกับยุทโธปกรณ์ที่มีอยู่เดิมได้อย่างไร้รอยต่อ นอกจากนี้ บริษัทยังได้ร่วมมือกับ Volvo Defense เพื่อบูรณาการระบบปล่อยโดรนเข้ากับกระเปาะป้องกันแบบแท่นติดตั้งบนยานพาหนะ หรือ VIPRO เพื่อเพิ่มความคล่องตัวให้แก่หน่วยรบภาคพื้นดินอีกด้วย
Tag
ยอดนิยมในตอนนี้
