เวฟ-บุ้ง ใบหยก แจ้งความถูกโกงเงินค่าหน้ากาก ตั้งใจซื้อไปบริจาค พบเหยื่อหลายราย

เวฟ-บุ้ง ใบหยก แจ้งความถูกโกงเงินค่าหน้ากาก ตั้งใจซื้อไปบริจาค พบเหยื่อหลายราย
มติชน
4 พฤษภาคม 2563 ( 16:13 )
59
1
เวฟ-บุ้ง ใบหยก แจ้งความถูกโกงเงินค่าหน้ากาก ตั้งใจซื้อไปบริจาค พบเหยื่อหลายราย

เวฟ-บุ้ง ใบหยก แจ้งความถูกโกงเงินค่าหน้ากาก ตั้งใจซื้อไปบริจาค พบเหยื่อหลายราย

เมื่อเวลา 14.00 น. วันที่ 4 พฤษภาคม ที่สน.พญาไท นายสาริน บางยี่ขัน หรือเวฟ สาริน อายุ 44 ปี ดารานักแสดง พร้อมด้วยน.ส.สะธี ใบหยก หรือ บุ้ง ใบหยก อายุ 36 ปี ภรรยาของดาราหนุ่ม นำหลักฐานเป็นเอกสารการสนทนาซื้อขายหน้ากากอนามัย เอกสารสลิปการโอนเงิน และเบอร์โทรศัพท์ของมิจฉาชีพ เดินทางเข้าพบพ.ต.ท.พนม เชื้อทอง รอง ผกก.(สอบสวน)สน.พญาไท และร.ต.อ.ชานนท์ แก้วสม รองสว.(สอบสวน) สน.พญาไท เพื่อแจ้งความเอาผิดกับผู้ใช้บัญชีธนาคารชื่อนายเฉลิมพล บุตรทา ที่หลอกลวงขายหน้ากากอนามัยแต่ไม่ส่งสินค้าให้ ในข้อหาฉ้อโกง

น.ส.สะธี กล่าวว่า เริ่มต้นจากคุณพ่อให้หาหน้ากากอนามัยมาบริจาคประมาณ 1,000 ชิ้น ซึ่งเมื่อ 3 วันที่ผ่านมา ตนจึงให้ลูกน้องช่วยกันหา โดยได้เข้าไปในกลุ่มไลน์ซื้อขายหน้ากากอนามัยและเจลล้างมือ ในกลุ่มมีสมาชิกประมาณ 200 คน เมื่อเข้าไปในกลุ่มต้องทิ้งข้อความไอดีของผู้ซื้อและจำนวนที่ต้องการไว้ จากนั้นก็จะมีคนที่มีสินค้าติดต่อแอดไอดีไลน์มาพูดคุยด้วย

ซึ่งคนร้ายมีลักษณะเหมือนคนขายทั่วไปคือส่งเครดิตมาให้ตรวจดู มีโปรไฟล์ดี หลักฐานที่ให้ตรวจสอบมีความน่าเชื่อถือ ลูกน้องที่เป็นผู้ช่วย จึงได้สั่งหน้ากากอนามัยไป จำนวน 1,000 ชิ้น ราคา 7,000 บาท และได้โอนเงินมัดจำไป 3,500 บาท ทั้งนี้สั่งหน้ากากอนามัยไปช่วงเวลา 16.00 น. และคนร้ายบอกว่าจะให้แมสเซนเจอร์มาส่งของให้เวลา 18.00 น.

เมื่อถึงเวลาก็ยังไม่มีคนมาส่งของ คนร้ายจึงได้โทรมาหาน้องที่รอรับของบอกว่าอีก 5 นาทีถึง จนเวลาผ่านไปนานก็ยังไม่มาส่ง เพราะต้องใช้หน้ากากอนามัยในวันถัดไป ก็ได้ติดต่อพูดคุยติดตามของผ่านทางแอพลิเคชั่นไลน์ จริงๆ ตนโดนไม่เยอะ แต่ได้ให้ลูกน้องตรวจสอบ และตนได้โพสต์เรื่องนี้ลงในไอจี ก็มีคนเข้ามาให้ข้อมูลกันจำนวนมาก ว่าคนนี้โกงหลายรอบแล้ว จึงตัดสินใจเข้าแจ้งความ เพราะต้องการมาตามจับคนนี้ให้คนอื่นด้วย และเป็นครั้งแรกในชีวิตที่โดนโกง

ด้านนายสาริน กล่าวว่า เห็นว่ามีมิจฉาชีพที่ทำลักษณะนี้เยอะ จึงได้โอนเงินไปส่วนหนึ่งก่อน สุดท้ายก็คือถูกโกง ซึ่งบัญชีธนาคารของคนร้ายชื่อนายเฉลิมพล บุตรทา ต่อมาลูกน้องได้นำเบอร์โทรศัพท์ของนายเฉลิมพลมาให้ จึงโทรไปสอบถามว่าหน้ากากอนามัยที่สั่งไปได้หรือไม่ เขาอ้างว่าหารถมาส่งของไม่ได้ คนส่งไม่มารับของ จึงสอบถามไปว่าช่วงเย็นบอกว่าอีก 5 นาทีมาถึงแล้วทำไมตอนนี้ถึงมาบอกว่ารถไม่มาส่งของ จึงคิดในแง่ดีว่าเขาอาจจะติดขัดปัญหาอะไรหรือไม่ จึงให้เวลาภายใน 1 ชั่วโมงให้มาส่งของแล้วเรื่องจะจบ ซึ่งเขาบอกว่า “โอเคครับพี่จะมาส่งให้” จากนั้นก็ไม่สามารถติดต่อได้อีก

ตนไม่อยากเสียเวลากับเรื่องเหล่านี้ แต่เมื่อคิดไปคิดมา หาก 1 คน โดนโกงคนละ 500 บาท เมื่อโดนหลายคนเงินก็จะเป็นจำนวนมาก ผมเชื่อว่าคนที่โดนกันเล็กๆ น้อยๆ คงไม่อยากเสียเวลา ในช่วงวิกฤตเหล่านี้เขาคิดว่าถ้าเสียเงิน 500 บาทแล้วจบเลย ถือเป็นค่าโง่และบทเรียนก็จะจบกันไป ยังดีกว่าต้องเสียค่ารถ ค่าเสียเวลา และเสียเงินเพิ่มขึ้นไปอีกแล้วก็ตามไม่ได้ ผมเป็นคนสาธารณะเมื่อมาแจ้งความคิดว่าอาจจะช่วยได้และน่าจะฝากเตือนกับคนที่สั่งสินค้าออนไลน์ จะได้ระมัดระวังไว้ ในกรณีของผมมี 2 คนที่ได้โอนเงินไปให้ คือนายเฉลิมพล บุตรทา เป็นบัญชีที่ตนได้โอนเงินไป และอีกบัญชีชื่อนายเฉลิมพร บุตรทา เป็นบัญชีที่หลายๆ คนถูกหลอกให้โอนเงินไป ซึ่งทั้งสองเป็นพี่น้องฝาแฝดกัน และมีชื่อเตือนภัยในเว็บไซต์ Blacklistssller

ด้าน พ.ต.ท.พนม กล่าวว่า ในเบื้องต้นได้รับเรื่องไว้แล้ว ซึ่งหลังจากนี้จะทำการตรวจสอบว่าบุคคลที่ปรากฏเป็นเจ้าของบัญชีที่รับโอนมีการเปิดบัญชีไว้กี่ที่ รวมถึงตรวจสอบด้วยว่าเป็นผู้ใช้บัญชีเองหรือมีคนอื่นนำไปใช้ และส่งข้อมูลให้กับกระทรวงดีอีเอส ตรวจสอบในส่วนบัญชีไลน์ว่าใครเป็นเจ้าของ เป็นบุคคลคนเดียวกันกับเจ้าของบัญชีหรือไม่ หรือมีใครนำไปใช้ ซึ่งในกรณีนี้เข้าข่ายความผิด 2 ข้อหา ฉ้อโกง และความผิดตาม พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ และเมื่อพบตัวผู้กระทำผิดก็จะเชิญมาสอบปากคำ และแจ้งข้อกล่าวหาเพื่อดำเนินคดีตามกฏหมายต่อไป

 

ข่าวที่เกี่ยวข้อง