ยินดีต้อนรับสู่ ทรูไอดี

3 เงื่อนไขนักท่องเที่ยวต่างชาติกลุ่มเปิดประเทศ 1 ต.ค.63 ต้องมี!!

3 เงื่อนไขนักท่องเที่ยวต่างชาติกลุ่มเปิดประเทศ 1 ต.ค.63 ต้องมี!!
TNN ช่อง16
29 กันยายน 2563 ( 11:01 )
25.4K
3 เงื่อนไขนักท่องเที่ยวต่างชาติกลุ่มเปิดประเทศ 1 ต.ค.63 ต้องมี!!

        เป็นที่แน่ชัดแล้วว่า ในวันที่ 1 ตุลาคมนี้ ไทยจะกลับมาเปิดรับนักท่องเที่ยวต่างชาติเป็นครั้งแรกในรอบ 6 เดือน  หลังจากที่ ศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) หรือ ศบค. ที่มีพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมเป็นประธาน มีมติเห็นชอบมาตรการเปิดประเทศ สำหรับนักท่องเที่ยวประเภทพิเศษ (Special Tourist VISA: STV) แบบ “จำกัดจำนวน” ตามที่กระทรวงท่องเที่ยวและกีฬาเสนอ  โดยจะเป็นการเปิดประเทศแบบจำกัด คือ จำกัดเฉพาะนักท่องเที่ยวประเภท “พิเศษ” ที่มาอยู่ยาว คือ 90-270 วัน  ถือเป็นจุดสตาร์ทของการออกเดินหน้าไปได้ของเศรษฐกิจไทยวันนี้ หลังจากที่หยุดชะงักมานานเพราะการระบาดของไวรัสโควิด-19 

ต้องยอมรับ 3 เงื่อนไขหากต้องการมาท่องเที่ยวในไทย 

        แต่การจะรับนักท่องเที่ยวตามที่รัฐบาลประกาศ มีเงื่อนไขโดยเฉพาะที่จะต้องปฏิบัติหากต้องการจะเดินทางมายังประเทศไทย ได้แก่ 

        1. ประสงค์จะเดินทางมาพำนักระยะยาว หรือลองสเตย์ ภายในประเทศไทย

        2. ยอมรับการปฏิบัติตามมาตรการด้านสาธารณสุข ที่ประกาศใช้ภายในประเทศไทย และตกลงยินยอมกักตัวในห้องพักจำนวน 14 วัน

        3. มีหลักฐานสถานที่พักอาศัยระยะยาวภายในประเทศไทย ได้แก่หลักฐานการชำระเงินค่าโรงแรมที่พัก หรือโรงพยาบาลที่พักภายในประเทศไทย และหลักฐานอย่างใดอย่างหนึ่งต่อไปนี้ คือ หลักฐานการชำระเงินค่าโรงแรมที่พัก ที่จะใช้เป็นที่พักหลังออกจากโรงแรมที่พักที่เป็นสถานที่กักตัว หรือโรงพยาบาลที่พัก หรือหลักฐานสำเนาโฉนดห้องชุดของที่พักอาศัย ประเภทคอนโดมิเนียม หรือบ้านพัก หลักฐานการชำระเงินดาวน์ของบุคคลต่างด้าวในการซื้อหรือเช่าที่พักอาศัยประเภทคอนโดมิเนียมที่บุคคลต่างด้าวสามารถซื้อได้ตามกฎหมาย

        อย่างไรก็ตาม นักท่องเที่ยวประเภทพิเศษนี้ได้วีซ่าอยู่ในประเทศไทย 90 วัน หลังจากนั้น หากต้องการอยู่ต่อ สามารถต่อวีซ่าได้อีก 2 ครั้งๆ ละ 90 วัน รวมระยะเวลาที่จะอยู่ในประเทศไทยได้ 270 วัน


ต้องเข้าพักที่สถานกักกันตัว

        นักท่องเที่ยวกลุ่มพิเศษนี้ จะเดินทางมาเข้าพักที่สถานกักกันตัวทางเลือกหรือ ALSQ ที่ปัจจุบันมี 3 จังหวัด ได้แก่

        - จังหวัดชลบุรี

        - บุรีรัมย์

        - ภูเก็ต

        โดยมีห้องพักรวมกันกว่า 300 ห้อง ซึ่งในจำนวนนี้มีโรงแรมที่ผ่านการรับรองและประกาศให้เป็น ALSQ แล้ว 5 แห่ง  และรอการตรวจเข้าเป็น ALSQ อีกหนึ่งแห่ง

สายการบินเตรียมพร้อมเที่ยวบิน 1 ต.ค.63 แล้ว

        แน่นอนว่าสายการบินยังคงเข้มงวดมาตรการป้องกันการแพร่ระบาดโควิด-19 ตั้งแต่ต้นทางตั้งแต่เท้าของนักท่องเที่ยวจะเข้ามาสัมผัสกับเครื่องบิน จนกระทั่งล้อเครื่องบินแตะรันเวย์ผืนแผ่นดินไทย 

        โดยนายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา เปิดเผยว่า เที่ยวบินแรกที่จะเดินทางเข้าประเทศไทยที่นำนักท่องเที่ยวต่างชาติเข้ามาในประเทศ คือ กลุ่มนักท่องเที่ยวจากประเทศจีนจากเมืองกว่างโจวจำนวน 150  คน เดินทางมากับสายการบินแอร์เอเชียแบบเช่าเหมาลำมาสนามบินภูเก็ต วันที่ 8 ตุลาคม 2563 และเดินทางเข้ามาเพิ่มเติมอีกในวันที่ 25 ตุลาคม 2563 จำนวน 126 คน กับสายการบินไทยสไมล์ มาสนามบินสุวรรณภูมิ จากนั้นวันที่ 1 พฤศจิกายน 2563 เป็นนักท่องเที่ยวกลุ่มประเทศสแกนดิเนเวีย 120 คน มากับสายการบินไทย มาลงที่สนามบินสุวรรณภูมิ


       โดยนักท่องเที่ยวที่เดินทางเข้ามาจะต้องปฏิบัติตามมาตรการควบคุมการแพร่ระบาดเชื้อไวรัสโควิด-19 อย่างเข้มข้น ซึ่งจะเป็นมาตรฐานเดียวกับคนไทยที่กลับจากต่างประเทศปฏิบัติ โดยจะต้องตรวจหาเชื้อโควิด-19 ก่อนเดินทางเข้ามาประเทศไม่เกิน 72 ชั่วโมง และทำการกักตัวในโรงที่เข้าร่วมการกักตัวของรัฐ (ASQ) 14 วัน ซึ่งหากพบว่า ไม่พบเชื้อโควิด-19 ในชุดแรก และหากไม่พบความเสี่ยงใดเกิดขึ้น จะอนุญาตให้ต่างชาติชุด 2 เข้ามาในวันที่ 21 ตุลาคม อีกจำนวน 300 คน

        หากมาตรการที่ปฏิบัติข้างต้น ไม่พบผู้ติดเชื้อโควิด-19 ภายในวันที่ 1 พฤศจิกายนนี้ จะนำผลสรุปของการทดลองเปิดให้ต่างชาติเข้าไทย เสนอต่อคณะรัฐมนตรีอีกครั้ง โดยจะเสนอให้ขยายจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติที่จะเข้ามา ให้มากกว่า 300 คนต่อสัปดาห์ต่อไป 

ท่าอากาศยานพร้อมแค่ไหน?      

        นายวิจิตต์ แก้วไทรเทียม รองผู้อำนวยการ ท่าอากาศยานนานาชาติภูเก็ต ฝ่ายปฏิบัติการ เปิดเผยถึงกรณีที่รัฐบาลจะนำร่องให้ภูเก็ตเป็นจังหวัดนำร่องเปิดประเทศรับนักท่องเที่ยวต่างชาติ ว่า  ท่าอากาศยานได้เตรียมความพร้อมเรื่องมาตรการความปลอดภัย การควบคุมโรคอย่างเคร่งครัด  โดยปัจจุบันมีเพียงไฟท์บินที่เข้ามาด้วยความจำเป็น อย่างเช่น รับคนกลับประเทศ ส่วนเที่ยวบินภายในประเทศเดิมมี 100 เที่ยวบินต่อวัน แต่ปัจจุบันเหลือเพียง 50 เที่ยวบินต่อวัน

        ซึ่งในส่วนของมาตรการคัดกรองยังคงทำตามขั้นตอนที่ ศบค.กำหนดรับกลุ่มชาวต่างชาติ 11 กลุ่มที่ได้รับอนุญาต โดยจะต้องตรวจเรื่องการทำประกันสุขภาพ หนังสือเดินทางเข้าประเทศ รวมถึงใบรับรองการตรวจ COVID-19 ในรอบ 72 ชั่วโมง ของกลุ่มชาวต่างชาติที่เดินทางเข้ามา โดยหลังจากที่มีนโยบายนำร่องเปิดประเทศที่ จ.ภูเก็ต กรมควบคุมโรคได้เตรียมเครื่องตรวจโควิดด้วยวิธี swab ซึ่งท่าอากาศยานก็ได้แยกอีกอาคารรองไว้รับผู้โดยสารที่ต้องเข้ารับการตรวจ และพักคอยผลการตรวจเป็นเวลา 90 นาที และยังเน้นเรื่องการเว้นระยะห่างทางสังคม การจัดจุด alcohol ล้างมือ และการติดตั้งเครื่องวัดอุณหภูมิร่างกายทุกประตูทางเข้าออก และตั้งหน่วยทีมแพทย์พยาบาลในการติดตาม อาการที่เข้าข่ายกลุ่มเสี่ยง  รวมถึงกรณี หากพบว่ามีนักท่องเที่ยวติด COVID-19 สัมผัส เดินผ่าน ภายในท่าอากาศยาน จะต้องกักตัวพนักงานที่ทำงานใกล้ชิดทันที ให้ทำงานอยู่ที่บ้านเพื่อเฝ้าดูอาการ 14 วัน

        ทั้งนี้ ยืนยันว่า ท่าอากาศยานมีความพร้อมรองรับนักท่องเที่ยว ที่จะกลับมาตามมาตรการนำร่องเปิดประเทศของทางรัฐบาล 


ผลที่ตามมาจากมาตรการนำร่องเปิดประเทศ

        จากมาตรการกระตุ้นท่องเที่ยวในประเทศช่วงที่ผ่านมา ซึ่งคาดหวังว่าจะให้คนไทยเที่ยวไทย  แต่ก็ต้องยอมรับว่ามีการท่องเที่ยวภายในประเทศเฉพาะวันศุกร์ เสาร์ และวันหยุดนักขัตฤกษ์เท่านั้น และส่วนใหญ่เป็นการท่องเที่ยวแบบครอบครัว แต่ด้วยสภาพเศรษฐกิจทำให้ประชาชนยังใช้จ่ายอย่างระมัดระวังหรือคิดเฉลี่ยจะอยู่ที่ประมาณ 3 พันบาทต่อคน  

         ดังนั้น จึงคาดหวังว่ามาตรการนำร่องเปิดรับต่างชาตินี้จะกระตุ้นรายได้จากการท่องเที่ยวได้มากขึ้นหลายเท่าตัว โดยการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) ก็คาดการณ์ว่าจะมีนักท่องเที่ยวเดินทางเข้ามาประมาณ 1,200 คนต่อเดือน สร้างรายได้ประมาณ 1 พันล้านบาทต่อเดือน  โดยเฉพาะตลาดยุโรป แอฟริกา ตะวันออกกลาง และอเมริกา  เพราะช่วงเดือนพฤศจิกายน-ธันวาคมนี้ จะเป็นช่วงหน้าหนาวของยุโรป และมีวันหยุดพักผ่อนยาว ถ้าต้องกักตัว 14 วัน และอยู่เที่ยวได้อีก 14 วัน เชื่อว่าจะเป็นโอกาสทองของการท่องเที่ยว มีเงินหมุนเวียนลงมาช่วยทำให้เศรษฐกิจไทยได้กระเตื้องขึ้นได้ไม่มากก็น้อย



เกาะติดข่าวที่นี่

website: www.TNNTHAILAND.com
facebook : TNNONLINE
facebook live : TNN Live
twitter : TNNONLINE
Line : @TNNONLINE
Youtube Official : TNNONLINE
Instagram : TNN_ONLINE
TIKTOK : @TNNONLINE

ยอดนิยมในตอนนี้

แท็กยอดนิยม

ข่าวที่เกี่ยวข้อง