เปิด 7 ข้อเสนอ ช่วยรัฐบาลวางแผนยุทธศาสตร์ด้านเศรษฐกิจแบบใหม่ของ “สิงคโปร์”

“เดอะ สเตรตส์ ไทมส์” (The Strait Times) สื่อท้องถิ่นของสิงคโปร์เปิดเผยว่า คณะกรรมการที่ตั้งขึ้นเพื่อทบทวน “ยุทธศาสตร์เศรษฐกิจ” ของสิงคโปร์ (ESR) กำลังเสนอให้รัฐบาลสิงคโปร์กล้าเพิ่มความเสี่ยงอย่างมีหลักการและกล้าที่จะทดลองแนวคิดใหม่ ๆ เพื่อปกป้องการเติบโตทางเศรษฐกิจและการจ้างงาน ท่ามกลางกระแสกีดกันทางการค้าและความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีที่กำลังเปลี่ยนโฉมเศรษฐกิจของโลกใบนี้
โดยคณะกรรมการ ESR ทั้ง 5 ชุด ได้จัดตั้งขึ้นเมื่อเดือนสิงหาคม 2025 และมีการส่งรายงานความคืบหน้าการทำงานพร้อมข้อเสนอแนะ 7 ประการ ซึ่งข้อเสนอเหล่านี้ครอบคลุมถึงแนวทางในการ รักษาการเติบโตทางเศรษฐกิจให้อยู่ในระดับค่าเฉลี่ย 2–3% ต่อปีในช่วง 10 ปีข้างหน้า ตลอดจนข้อเสนอในการสร้างงานที่มีคุณภาพสำหรับชาวสิงคโปร์และเตรียมความพร้อมให้แรงงานสามารถใช้ประโยชน์จากปัญญาประดิษฐ์ (AI) ได้อย่างเกิดประสิทธิภาพสูงสุด
ข้อเสนอดังกล่าวถูกเผยแพร่ไปยังสื่อของสิงคโปร์เมื่อวันที่ 29 มกราคม ที่ผ่านมา โดยมีการบรรยายสรุปจากคณะรัฐมนตรีของสิงคโปร์ทั้ง รองนายกรัฐมนตรี กาน คิม ยอง, เจฟฟรีย์ ซิว รัฐมนตรีรักษาการกระทรวงคมนาคมและรัฐมนตรีอาวุโสประจำกระทรวงการคลัง รวมถึง เดวิด นีโอ รัฐมนตรีรักษาการกระทรวงวัฒนธรรม ชุมชน และเยาวชน รวมถึง รัฐมนตรีอาวุโสประจำกระทรวงศึกษาธิการ มาร่วมบรรยายสรุปแผนจากเสนอแนะทั้ง 7 ประการ ด้วย โดยบรรดารัฐมนตรีสิงคโปร์กล่าวว่า ขณะนี้เศรษฐกิจโลกกำลังผ่านการเปลี่ยนแปลงเชิงโครงสร้างครั้งใหญ่การค้า และการลงทุนแบบเปิดที่สิงคโปร์ใช้ประโยชน์มาตลอด กำลังถูกแทนที่ด้วยเศรษฐกิจโลกที่ถูกกำหนดทิศทางโดย “การแข่งขันระหว่างมหาอำนาจ” ความกังวลด้านความมั่นคง และผลประโยชน์ของชาติ
ในขณะที่ด้านธุรกิจและการหางานได้รับผลกระทบอย่างรวดเร็ว จากการเติบโตของเทคโนโลยีและการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ยิ่งกว่านั้น ปัญหาสังคมผู้สูงอายุของสิงคโปร์และอัตราการเกิดที่น้อยลง จะทำให้สิงคโปร์ต้องต่อสู้กับอัตราการเติบโตของแรงงานที่ช้าลง ซึ่งรองนายกรัฐมนตรี กาน คิม ยอง ของสิงคโปร์ กล่าวว่าสถานการณ์ที่สิงคโปร์กำลังเผชิญอยู่มีความแตกต่างอย่างมากจากวิกฤตใหญ่ ๆ ที่ผ่านมา อาทิ วิกฤตการเงินในเอเชียปี 1990 วิกฤศการเงินทั่วโลกปี 2008 และวิกฤตจากการระบาดของโควิด-19
รองนายกรัฐมนตรี กล่าวเพิ่มเติมว่า ข้อเสนอใหม่สำหรับยุทธศาสตร์เศรษฐกิจของสิงคโปร์ จะมีไว้เพื่อการรับมือในระยะกลางถึงระยะยาวเพื่อช่วยรัฐบาลสิงคโปร์วางแผนยุทธศาสตร์ทางเศรษฐกิจเพื่อให้สิงคโปร์ก้าวทันต่อการเปลี่ยนแปลง แต่ในขณะเดียวกัน สิงคโปร์ก็ยังสามารถแข่งขันและมีความเชื่อมโลกกับทั่วโลกได้ นอกจากนี้ รัฐบาลสิงคโปร์ตั้งเป้าที่จะทําให้แน่ใจว่าความก้าวหน้าทางเศรษฐกิจนั้นครอบคลุมและยังคงสร้างงานที่ดีต่อไปในอนาคต
สำหรับข้อเสนอดังกล่าวจะได้รับการสรุปอีกครั้งในช่วงกลางปี 2026 โดยรัฐบาลจะตอบสนองต่อข้อเสนอเหล่านี้บางส่วนในช่วงงบประมาณปี 2026 ด้วย ซึ่งข้อเสนอ 7 ประการ มีดังนี้
1.ขยายบทบาทความเป็นผู้นำระดับโลกในด้านการเติบโตที่สำคัญ
สิงคโปร์เป็นศูนย์กลางระดับโลกในภาคการผลิตที่สำคัญหลายสาขา อาทิ เซมิคอนดักเตอร์ การดูแลสุขภาพ เคมีภัณฑ์เฉพาะทาง และอุตสาหกรรมการบินและอวกาศ แต่ความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีที่รวดเร็วก็มีความหมายว่า การผลิตในอนาคตจะต้องพึ่งพาเทคโนโลยีมากขึ้น มีความยืดหยุ่นสูง และยั่งยืนที่มากกว่าเดิมด้วย
เพื่อรักษาความได้เปรียบ สิงคโปร์จำเป็นต้องเพิ่มการลงทุนใน AI และระบบ Automation ซึ่งคือการใช้เทคโนโลยีให้ทำงานแทนแรงงานมนุษย์โดยไม่ต้องมีคนช่วยเหลืออยู่เบื้องหลังหรือมีคนช่วยเหลือเป็นจำนวนน้อยที่สุด รวมถึงสิงคโปร์จำเป็นต้องเพิ่มการลงทุนในเทคโนโลยีที่ลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก เพื่อยกระดับภาคการผลิตให้เป็นมาตรฐานระดับแนวหน้าของโลกและเพื่อความยั่งยืน อีกทั้งยังต้อง จัดสรรทรัพยากรด้านการวิจัยและพัฒนาในระดับประเทศ เพื่อรักษาความเป็นผู้นำระดับโลกในอุตสาหกรรมที่มีมูลค่าสูง
สิงคโปร์ยังสามารถต่อยอดจากชื่อเสียงด้านความน่าเชื่อถือ ในฐานะศูนย์กลางโลกที่เปิดกว้างและเชื่อมโยงถึงกันเพื่อพัฒนาและนำเสนอ เทคโนโลยีการบริหารความเสี่ยงรูปแบบใหม่ในภาคการบริการสมัยใหม่อย่างความมั่นคงปลอดภัยทางไซเบอร์ การรับรองความน่าเชื่อถือของ AI รวมถึงบริการทดสอบ ตรวจสอบ และรับรองมาตรฐาน
ลิม ฮก เฮง อดีตรองประธานบริษัทเวชภัณฑ์อังกฤษ GSK กล่าวว่า สิงคโปร์สามารถเป็นได้มากกว่าแค่ศูนย์กลางระดับภูมิภาค เพราะสิงคโปร์มีโอกาสก้าวขึ้นสู่การเป็นศูนย์กลางมาตรฐานระดับโลกด้านการผลิตขั้นสูงและบริการสมัยใหม่ นอกจากนี้ยังเป็นสถานที่ที่จะสร้างให้อนาคตของอุตสาหกรรมก่อตัวขึ้นก้วย
2.แสวงหาโอกาสใหม่ ๆ เพื่อขับเคลื่อนการเติบโตทางเศรษฐกิจรูปแบบใหม่
เทคโนโลยีเกิดใหม่ในสาขาต่าง ๆ ทั้งคอมพิวเตอร์ควอนตัม การลดการปล่อยคาร์บอน และเทคโนโลยีอวกาศ สามารถเป็นแรงขับให้เกิดนวัตกรรมที่ก้าวกระโดดต่อระบบเศรษฐกิจโดยรวม และเพื่อจะสนับสนุนเทคโนโลยีเหล่านี้ สิงคโปร์ควรทำในสิ่งที่ก้าวหน้ากว่าการดึงดูดบริษัทข้ามชาติ และหันมาฝึกฝนผู้ประกอบการและสตาร์ตอัปรุ่นใหม่ที่มีวิสัยทัศน์กว้างไกลและกล้าที่จะเสี่ยง
สิงคโปร์ควรหาแนวทางใหม่ในการ ค้นหา ดึงดูด และสนับสนุนคนเจนใหม่เหล่านี้ให้ใช้ประเทศเป็นฐานหลัก เพื่อช่วยให้สตาร์ตอัปที่มีศักยภาพสูงและเติบโตเร็วสามารถเข้าถึงแหล่งเงินทุนและบุคลากรระดับแนวหน้าได้ และท้ายที่สุดจะช่วยยกระดับให้สามารถขยายธุรกิจสู่ระดับโลก
3.สร้างสิงคโปร์ให้กลายเป็นผู้นำด้าน AI ที่มาพร้อมด้วยเศรษฐกิจที่ขับเคลื่อนด้วย AI
ข้อเสนอชุดนี้ยังต้องการให้สิงคโปร์ต้องก้าวนำก่อนใครเพื่อคว้าโอกาสจากพลังแห่งการเปลี่ยนแปลงของปัญญาประดิษฐ์ แม้สิงคโปร์จะได้เริ่มต้นเส้นทางนี้แล้วผ่านแต่ยุทธศาสตร์แห่งชาติด้าน AI ในช่วงหลายปีที่ผ่านมา
แต่ข้อเสนอแนะนี้เชื่อมั่นในศักยาภาพของสิงคโปร์ว่ายังสามารถทำได้ดีกว่านี้เพื่อวางตำแหน่งของประเทศให้เป็นจุดหมายอันดับต้นสำหรับบริษัทและบุคลากร ในการมาร่วมกันพัฒนาและขยายผลโซลูชันจาก AI นอกจากนี้ สิงคโปร์ยังควรผลักดันการนำ AI ให้เข้ามาใช้ทั่วทั้งระบบเศรษฐกิจของประเทศเพื่อยกระดับผลผลิตโดยรวม
4.เสริมความเชื่อมโยงและเครือข่ายกับตลาดโลก พร้อมสนับสนุนธุรกิจให้ขยายสู่ต่างประเทศ
สิงคโปร์ควรให้การสนับสนุนบริษัทชั้นนำของประเทศอย่าง “เชิงรุก” ในการขยายธุรกิจไปต่างประเทศและส่งเสริมให้บริษัทเหล่านี้กล้าเสี่ยงมากขึ้น และในท้ายที่สุดบริษัทเหล่านี้จะช่วยให้สิงคโปร์ยังคงมีความสำคัญต่อเศรษฐกิจโลกแต่ก็สามารถนำรายได้เพิ่มเติม รวมถึงนำงานที่มีมูลค่าสูงกลับมาสู่ชาวสิงคโปร์ที่อาศัยทั้งในประเทศและต่างแดน
5.ขยายขอบเขตการจ้างงานที่มีคุณภาพ
เพื่อให้การเติบโตเป็นไปอย่างทั่วถึง และนำไปสู่ความก้าวหน้าร่วมกันของทุกคน สิงคโปร์ควรขยายประเภทของงานที่มีคุณภาพ ให้สอดคล้องกับความใฝ่ฝันของประชาชนและใช้ทักษะของพวกเขาให้เต็มศักยภาพ
ความทะเยอทะยานด้านการเป็นเจ้า AI ของสิงคโปร์จะก่อให้เกิดงานด้านเทคนิคใหม่ ๆ เช่น การวิจัยและวิศวกรรม AI รวมถึงงานที่ไม่ใช่สายเทคนิคอย่าง การบริหารโครงการ แต่ที่ต้องยอมรับคืองานเหล่านี้อาจกระจุกตัวอยู่ในบางอุตสาหกรรมเท่านั้น
ดังนั้น สิงคโปร์ควรเร่ง ยกระดับและปรับเปลี่ยนงานในภาคส่วนที่มีความยืดหยุ่นและทนทานต่อการเปลี่ยนแปลงของโลกมากกว่าตั้งแต่งานช่างฝีมือ ไปจนถึงงานด้านการดูแลและบริการสังคม
6.ทำให้ “การเรียนรู้ตลอดชีวิต” เกิดขึ้นได้จริง
การเปลี่ยนแปลงทางเศรษฐกิจของสิงคโปร์จะสร้างบทบาทงานใหม่ ๆ ดังนั้นแรงงานจำเป็นต้อง ปรับตัวได้รวดเร็วในการเรียนรู้ทักษะใหม่ วางแผนอาชีพเชิงรุก และมีความเป็นผู้ประกอบการในการคว้าโอกาสใหม่ ๆ แต่สิ่งนี้ต้องอาศัยการพัฒนาทักษะและการฝึกอบรมที่ยืดหยุ่นมากขึ้นผสานการเรียนรู้เข้ากับการทำงานเพื่อพัฒนาทักษะที่สอดคล้องกับความต้องการของอุตสาหกรรม นอกจากนี้ สิงคโปร์ควรพัฒนายุทธศาสตร์แรงงานด้าน AI ให้เป็นวาระแห่งชาติ เพื่อยกระดับความรู้ ความเข้าใจ และความคล่องแคล่วด้าน AI ให้ครอบคลุมแรงงานทั้งประเทศ
ในส่วนของรัฐบาลก็ควรทบทวนโครงสร้างและกลไกการทำงานของตนเอง เพื่อให้สามารถ สนับสนุนชาวสิงคโปร์ได้อย่างครบวงจร ตั้งแต่การพัฒนาทักษะไปจนถึงการเชื่อมโยงคนสู่งาน
7.เสริมศักยภาพให้ธุรกิจสามารถรับมือกับช่วงเปลี่ยนผ่านแบบเชิงรุก
เช่นเดียวกับแรงงานที่ต้องปรับตัวและยกระดับทักษะ ธุรกิจเองก็จำเป็นต้องปรับตำแหน่งยุทธศาสตร์อย่างต่อเนื่องเพื่อรักษาความสามารถในการแข่งขัน ดังนั้นแล้ว สิงคโปร์จำเป็นต้องสนับสนุนให้ธุรกิจสามารถจัดทำแผนการเปลี่ยนผ่านได้อย่างมีประสิทธิภาพ รวมถึงการปรับโครงสร้างหรือย้ายฐานงานบางส่วนไปต่างประเทศ เพื่อคว้าโอกาสใหม่ ๆ ที่กำลังรออยู่โดยไม่ต้องเจาะจงแค่ในประเทศ
Tag
ยอดนิยมในตอนนี้
