'อนุทิน' ลงพื้นที่เกาะสมุย ดูความพร้อม มั่นใจพร้อมเปิดรับ นทท.ต่างชาติ 15 ก.ค.นี้

'อนุทิน' ลงพื้นที่เกาะสมุย ดูความพร้อม มั่นใจพร้อมเปิดรับ นทท.ต่างชาติ 15 ก.ค.นี้
มติชน
26 มิถุนายน 2564 ( 19:07 )
18
'อนุทิน' ลงพื้นที่เกาะสมุย ดูความพร้อม มั่นใจพร้อมเปิดรับ นทท.ต่างชาติ 15 ก.ค.นี้

 

เมื่อเวลา 14.30 น. วันที่ 26 มิถุนายน นายอนุทิน ชาญวีระกูล รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข ลงพื้นที่ศูนย์การค้าเซ็นทรัลเฟสติวัลเกาะสมุย จังหวัดสุราษฎร์ธานี ซึ่งเป็น 1 ใน 4 จุดให้บริการฉีดวัคซีนโควิด-19 โดยมีนายธีระพงษ์ ช่วยชู นายอำเภอเกาะสมุย นายรามเนตร ใจกว้าง นายกเทศมนตรีนครเกาะสมุย นพ.วีระศักดิ์ หล่อทองคำ ผู้อำนวยการโรงพยาบาลเกาะสมุย นายรัชชพร พูลสวัสดิ์ นายกสมาคมส่งเสริมการท่องเที่ยว เกาะสมุย และผู้เกี่ยวข้องร่วมต้อนรับ

 

 

นายอนุทิน ชาญวีระกูล รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข ได้ตรวจเยี่ยมให้กำลังใจ เจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงานทั้งเจ้าหน้าที่สาธารณสุข และอสม. ที่ร่วมกันบริการฉีดวัคซีนให้กับประชาชน ซึ่งขณะนี้มีผู้ได้รับวัคซีนอย่างน้อย 1 เข็ม กว่า 57,000 คน ซึ่งในจำนวนนี้ได้รับวัคซีนครบ 2 เข็มแล้ว 50,000 คน ซึ่งคิดเป็นร้อยละ 46 ของประชากรในพื้นที่ และมีแผนที่จะฉีดวัคซีน ให้ประชาชนอีก 30,000 คนภายในวันที่ 1 กรกฎาคมนี้ เพื่อให้ถึงเป้าหมายร้อยละ 70 เพื่อเตรียมเปิดรับนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติ ในวันที่ 15 กรกฎาคมนี้ ตามมติคณะรัฐมนตรี

 

 

 

รองนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ขณะนี้พื้นที่นำร่องทั้งเกาะสมุยและจังหวัดภูเก็ต มีความพร้อมในการเปิดรับนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติ มาตรการทุกอย่างที่หลายฝ่ายเตรียมไว้ค่อนข้างเข้มข้น โดยขณะนี้พื้นที่ภูเก็ตฉีดวัคซีนเกินกว่าร้อยละ 70 แล้ว ส่วนพื้นที่เกาะสมุยฉีดวัคซีนครบร้อยละ 70 ตามแผนในวันที่ 1 กรกฎาคมนี้ก็อาจจะสามารถ เปิดรับนักท่องเที่ยวได้เร็วขึ้น

 

 

 

ขณะที่ช่วงนี้มีการระบาดเยอะทั้งในกรุงเทพมหานคร ก็ขอให้เพิ่มความระมัดระวังอย่าประมาทใครที่ฉีดวัคซีนแล้วอย่าประมาทให้ใส่หน้ากากอนามัย รักษาระยะห่าง และล้างมือ ส่วนเรื่องของเตียงผู้ป่วยไม่ต้องกังวล เราเน้นเรื่องการควบคุมป้องกันโรคดีกว่า วันนี้ได้เพิ่มเตียงผู้ป่วยอีก 200 เตียงที่โรงพยาบาลบุษราคัม และที่โรงพยาบาลสนามกองทัพบก พื้นที่มณฑลทหารบกที่ 11 บรรจุคนได้อีก 200 คน และยังมีอีกโรงพยาบาลสนามหลายแห่งที่สามารถเพิ่มเตียงได้ ซึ่งจะเป็นโรงพยาบาลสนามที่ยกระดับสามารถดูแลผู้ป่วยระดับปานกลางถึงผู้ป่วยหนักได้ด้วย เราพยายามใช้มาตรการจากน้อยไปหามาก จุดไหนที่มีความเสี่ยงมากเราก็ใช้มาตรการเข้มข้น

 

 

ข่าวที่เกี่ยวข้อง