ปรับพอร์ตราคาน้ำมันลด เปิดรายชื่อหุ้นรับประโยชน์

#น้ำมัน #ทันหุ้น – ราคาน้ำมันดิบโลกย่อจากจุดพีคแรง หวังเปิดช่องแคบฮอร์มุซ มองน้ำมันทรงตัว 85-100 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล แนะปรับพอร์ตจากหุ้นพลังงานต้นน้ำสู่หุ้นยืดหยุ่นสูงอย่าง PTT SCC และ SPRC เปิดโผหุ้นกลุ่ม Anti-Oil รับเต็ม ทั้งสายการบิน โรงไฟฟ้า ไฟแนนซ์ และเครื่องดื่ม
นายจักรพงศ์ เชวงศรี ผู้อำนวยการอาวุโสฝ่ายวิเคราะห์หลักทรัพย์ บริษัทหลักทรัพย์ กสิกรไทย จำกัด (มหาชน) ระบุ สถานการณ์ราคาน้ำมันดิบในตลาดโลกเริ่มย่อลงจาก “จุดพีค” ลงมากว่า 5% น้ำมันดิบ Brent ล่าสุดเคลื่อนไหวในกรอบ 95-102 ดอลลาร์สหรัฐอเมริกาต่อบาร์เรล จากช่วงที่เคยทะลุ 108 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล เช่นเดียวกับน้ำมันดิบ WTI ล่าสุดเคลื่อนไหวราว 91-96 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล จากก่อนหน้าที่ขึ้นไปเหนือ 101 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล
สะท้อนความคาดหวังการเจรจาระหว่างสหรัฐอเมริกากับอิหร่านที่แม้ยังเปราะบาง แต่ส่งสัญญาณผ่อนคลายมากขึ้น อย่างไรก็ตาม ภาวะอุปทานในตลาดพลังงานโลกยังเปราะบาง จากข้อจำกัดด้านโลจิสติกส์และปัจจัยภูมิรัฐศาสตร์ ขณะเดียวกัน ราคาถ่านหินยังทรงตัวในระดับสูงจากความกังวลด้านความมั่นคงทางพลังงาน ส่วนค่าระวางเรือยังอยู่ในระดับสูงจากการเปลี่ยนเส้นทางเดินเรือและจำนวนเรือที่มีจำกัด ส่งผลให้ราคาผลิตภัณฑ์ปิโตรเคมีและสเปรดน้ำมันเบนซินยังทรงตัวในระดับสูง
“ตลาดกำลังจับตาความเป็นไปได้ของการหยุดยิงชั่วคราวราว 60 วัน ซึ่งรวมถึงการกลับมาเปิดเส้นทางเดินเรือผ่านช่องแคบฮอร์มุซ และการเจรจาเกี่ยวกับประเด็นนิวเคลียร์ แม้การเจรจายังไม่สิ้นสุดและยังมีความเห็นต่างในหลายประเด็น แต่ความหวังต่อการลดระดับความตึงเครียดได้เริ่มสะท้อนในราคาน้ำมันแล้ว โดยราคาน้ำมันดิบ Brent ปรับลดลงราว 5% มาเคลื่อนไหวเหนือ 80 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล”
อย่างไรก็ตาม ภาวะตลาดพลังงานโลกยังไม่กลับสู่ภาวะปกติ เนื่องจากการเดินเรือผ่านช่องแคบฮอร์มุซยังคงจำกัด ทำให้ห่วงโซ่อุปทานตึงตัวต่อเนื่อง นายจักรพงศ์ ประเมินว่า หากสถานการณ์ยังคงผ่อนคลายลง บนแนวทางการเจรจาหยุดยิงแบบเปราะบาง (Fragile Ceasefire) ราคาน้ำมันดิบในตลาดโลกมีแนวโน้มทรงตัวในกรอบ 85-100 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล
พร้อมกันนี้แนะนำให้ ปรับพอร์ตจากกลุ่มพลังงาน “ต้นน้ำ” มาสู่หุ้นที่มีความยืดหยุ่นกว่า อาทิ PTT ซึ่งมีโครงสร้างธุรกิจที่สมดุล ครอบคลุมทั้งธุรกิจต้นน้ำ ก๊าซธรรมชาติ และปลายน้ำ จึงสามารถรับมือกับความผันผวนของราคาพลังงานได้ดี เช่นเดียวกับ SCC เริ่มกลับมาน่าสนใจมากขึ้นในภาวะผ่อนคลายความตึงเครียด เนื่องจากต้นทุนวัตถุดิบมีแนวโน้มลดลง ขณะที่ธุรกิจปิโตรเคมีอาจฟื้นตัว รวมถึงยังมีโอกาสรับปัจจัยบวกจากการกลับมาเดินเครื่องโครงการสำคัญทั้งในประเทศไทย และเวียดนาม และ SPRC ซึ่งยังเป็น Tactical Play ในกลุ่มโรงกลั่น โดยยังได้แรงหนุนจากค่าการกลั่นที่แข็งแกร่งและอัตราเงินปันผลที่อยู่ในระดับน่าสนใจ
“สำหรับชุดหุ้นดังกล่าว หากสถานการณ์คลี่คลายเชิงบวก (Constructive Resolution) ราคาน้ำมันมีโอกาสปรับลดลงสู่ระดับ 75-80 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล ก็จะยังคงเป็นบวกต่อหุ้นกลุ่มพลังงานแบบครบวงจรและธุรกิจปลายน้ำ เช่น PTT และ SCC รวมถึงกรณีที่สถานการณ์กลับมาตึงเครียดอีกครั้ง (Renewed Escalation) ราคาน้ำมันอาจพุ่งขึ้นเกิน 100 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล ซึ่งจะเป็นบวกต่อหุ้นต้นน้ำอย่าง PTTEP ในระยะสั้น แต่ PTT ก็ยังได้รับเงินปันผลจาก PTTEP ในอัตราสูงอย่างต่อเนื่อง แต่ก็จะสร้างแรงกดดันต่อกลุ่มโรงกลั่น ปิโตรเคมี และธุรกิจปลายน้ำจากต้นทุนพลังงานที่สูงขึ้น”
หุ้น Anti-Oil รับอานิสงส์
นายณัฐพล คำถาเครือ ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ ฝ่ายวิเคราะห์การลงทุน บริษัทหลักทรัพย์ หยวนต้า (ประเทศไทย) จำกัด ระบุ ราคาน้ำมันดิบในตลาดโลกที่เริ่มอ่อนตัวลง สะท้อนความคาดหวังเชิงบวกต่อการทำข้อตกลง เพื่อนำไปสู่การเปิดช่องคบฮอร์มุซอีกครั้ง แม้สหรัฐจะมีการโจมตีทางอากาศไปในฐานทัพของอิหร่านบริเวณด้านใต้ของช่องแคบฮอร์มุซ แต่ให้เหตุผลว่าเพื่อเป็นการ “ป้องกันตัวเอง” จึงไม่กระทบต่อการเจรจา เพื่อทำข้อตกลงที่กำลังดำเนินการอยู่ในปัจจุบัน โดยมีรายงานข่าวอ้างอิงเจ้าหน้าที่ระดับสูงของอิหร่าน ว่า จะเปิดช่องแคบฮอร์มุซและเก็บกู้ทุ่นระเบิดเป็นเวลา 30 วัน พร้อมกันนี้อิหร่านยอมระงับโครงการยูเรเนี่ยมสมรรถนะสูงชั่วคราว
ทั้งนี้ การอ่อนตัวลงของราคาน้ำมัน ส่งผลให้ Bond Yield ของสหรัฐฯอ่อนตัวลง และช่วยเลื่อนโอกาสการปรับขึ้นดอกเบี้ยของเฟด (Fed Watch) ไปเป็นเดือนมกราคม 2570 จากเดิม ธันวาคม 2569 ถือเป็นปัจจัยบวกเชิงจิตวิทยา (Sentiment) ต่อกลุ่ม Anti-Oil อย่างสายการบิน เช่น BA THAI, โรงไฟฟ้า เช่น GPSC BGRIM , GULF, ไฟแนนซ์ เช่น TIDLOR, เครื่องดื่ม เช่น CBG OSP เป็นต้น
Tag
ยอดนิยมในตอนนี้
