ฤดูโควิดกำลังจะมา ถอดรหัสสายพันธุ์ "จั๊กจั่น" สงกรานต์นี้ึคนไทยต้องกังวลไหม?

ท่ามกลางสถานการณ์ที่โลกเริ่มปรับตัวและอยู่ร่วมกับการระบาดของ COVID-19 ได้มากขึ้น ล่าสุดชื่อของสายพันธุ์ใหม่ที่ถูกเรียกว่า “Cicada” หรือ “จั๊กจั่น” เริ่มถูกกล่าวถึงในวงกว้าง หลังมีรายงานการตรวจพบการแพร่กระจายใน สหรัฐอเมริกา และอีกกว่า 20 ประเทศทั่วโลก จนก่อให้เกิดคำถามว่าการปรากฏของไวรัสสายพันธุ์นี้จะนำไปสู่วิกฤตการระบาดระลอกใหม่ หรือเป็นเพียงหนึ่งในวงจรการกลายพันธุ์ตามธรรมชาติของไวรัสเท่านั้น
ประเด็นดังกล่าวยิ่งถูกจับตามองมากขึ้น เมื่อใกล้เข้าสู่ช่วง เทศกาลสงกรานต์ ซึ่งถือเป็นช่วงเวลาที่ประชาชนจำนวนมากเดินทางกลับภูมิลำเนาและมีการรวมตัวกันในกิจกรรมสาธารณะทั่วประเทศ ทำให้เกิดข้อกังวลว่าการเคลื่อนย้ายของผู้คนจำนวนมากอาจเพิ่มความเสี่ยงต่อการแพร่กระจายของเชื้อหรือไม่
คำถามสำคัญจึงอยู่ที่ว่า สายพันธุ์ “Cicada” มีความน่ากังวลเพียงใด และประเทศไทยควรเตรียมรับมืออย่างไร โดยผู้เชี่ยวชาญด้านสาธารณสุขและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้ออกมาชี้แจงข้อมูลและประเมินสถานการณ์อย่างต่อเนื่อง เพื่อให้ประชาชนได้รับข้อเท็จจริงที่ถูกต้องเกี่ยวกับไวรัสสายพันธุ์ดังกล่าว
ทำไมต้องชื่อ "จั๊กจั่น"? เผยที่มาฉายาสายพันธุ์ BA.3.2
ศ.นพ.ยง ภู่วรวรรณ ได้โพสต์บนเฟซบุ๊ก ไขข้อสงสัยถึงชื่อเรียกสุดแปลกนี้ว่า Cicada หรือสายพันธุ์ BA.3.2 ไม่ได้มีความเกี่ยวข้องกับแมลงจั๊กจั่นในฐานะพาหะ แต่เป็นการเปรียบเทียบ "พฤติกรรม" ที่คล้ายกัน โดยจั๊กจั่นจะใช้ชีวิตเป็นตัวอ่อนอยู่ใต้ดินนานหลายปีแล้วจู่ๆ ก็โผล่พรวดขึ้นมาลอกคราบระบาดในช่วงเวลาสั้นๆ
เช่นเดียวกับสายพันธุ์ BA.3 ที่เคยสงบนิ่งมาตั้งแต่ปี 2024 (พ.ศ. 2567) ท่ามกลางการระบาดของลูกหลานสายพันธุ์อื่น แต่เมื่อมีการกลายพันธุ์เพิ่มขึ้นจนเป็น BA.3.2 มันกลับ "โผล่ขึ้นมาครองตลาด" แทนที่สายพันธุ์เดิมหลังจากกบดานเงียบไปนานกว่า 2 ปี จึงเป็นที่มาของฉายานี้ในหมู่นักวิทยาศาสตร์
ส่องสถานการณ์โลกถึงไทยเฝ้าพิจารณาแต่ไม่ตื่นตระหนก
แม้ข่าวจาก USA Today จะระบุว่าพบการติดเชื้อเพิ่มขึ้นในสหรัฐฯ ช่วงฤดูหนาวที่ผ่านมา แต่ข้อมูลจากสถาบันวัคซีนแห่งชาติและองค์การอนามัยโลก (WHO) ยืนยันตรงกันว่า ระดับความเสี่ยง ยังถูกจัดเป็นสายพันธุ์ที่ต้องเฝ้าติดตาม (VUM) เท่านั้น และ สัดส่วนการระบาดในระดับโลกยังต่ำมาก (เพียง 1-2% ของสายพันธุ์ทั้งหมด)
ในเรื่องของความรุนแรงนั้น นพ.โสภณ เอี่ยมศิริถาวร รองปลัด สธ. ยืนยันว่า "ไม่รุนแรง" อาการเหมือนไข้หวัดทั่วไป มีไข้ น้ำมูก ไอ และเจ็บคอ โดยผู้ที่มีภูมิคุ้มกันเดิมหรือเคยฉีดวัคซีนยังสามารถป้องกันอาการหนักได้
สำหรับประเทศไทย "ปัจจุบันยังไม่พบเชื้อ Cicada" แต่อย่างใด อย่างไรก็ตาม กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์กำลังติดตามอย่างใกล้ชิด เพราะเมื่อมีการระบาดทั่วโลก โอกาสที่เชื้อจะเข้าสู่ไทยย่อมมีเป็นปกติเหมือนสายพันธุ์อื่นๆ
คำเตือนจากผู้เชี่ยวชาญ: "หลังสงกรานต์" ฤดูกาลโควิดไทยกำลังจะเริ่ม
สิ่งที่น่ากังวลกว่าสายพันธุ์ใหม่ คือ "วงจรฤดูกาล" โดย นพ.ยง ระบุชัดเจนว่าโควิด-19 ในไทยจะมีอุบัติการณ์สูงขึ้นในช่วง หลังสงกรานต์และเข้าสู่ฤดูฝน (พฤษภาคม - กันยายน) ของทุกปี ซึ่งสอดคล้องกับคาดการณ์ของกรมควบคุมโรคที่ระบุว่าในปี 2569 นี้ อาจมีผู้ป่วยรวมประมาณ 681,068 ราย เพิ่มขึ้นเล็กน้อยจากปีก่อน
โควิด Cicada ไม่ใช่เชื้อใหม่ที่น่ากลัวกว่าเดิม วัคซีนที่มีอยู่ยังรับมือได้ แต่เนื่องจากปัจจุบันวัคซีนไม่ได้ให้บริการฟรีในวงกว้างเหมือนช่วงระบาดใหญ่ การป้องกันตนเองด้วยสุขอนามัยพื้นฐาน สวมหน้ากากในที่แออัด และสังเกตอาการกลุ่มเสี่ยง (608) ยังคงเป็นเกราะป้องกันที่ดีที่สุด
Tag
ยอดนิยมในตอนนี้
