รีเซต

สิงคโปร์ทุ่มงบกว่า 25,000 ล้านบาท พยุงเศรษฐกิจ-บรรเทาผลกระทบ จากสงครามในตะวันออกกลาง

สิงคโปร์ทุ่มงบกว่า 25,000 ล้านบาท พยุงเศรษฐกิจ-บรรเทาผลกระทบ จากสงครามในตะวันออกกลาง
TNN ช่อง16
7 เมษายน 2569 ( 16:07 )
20

สิงคโปร์ทุ่มงบ 1,000 ล้านดอลลาร์สิงคโปร์ (25,291 ล้านบาท) เพื่อสนับสนุนมาตรการบรรเทาผลกระทบทางเศรษฐกิจจากสงครามในตะวันออกกลาง พร้อมยังเตือนว่า อาจเกิดไฟฟ้าดับได้ในอนาคต เพราะการปิดช่องแคบฮอร์มุซ ส่งผลต่อการจัดหาพลังงาน


ในวันนี้ (7 เมษายน) มีการเสนอมาตรการพยุงเศรษฐกิจสิงคโปร์ ต่อรัฐสภา ได้แก่


  • มาตรการปรับเพิ่มการคืนภาษีเงินได้นิติบุคคลที่ประกาศในเดือนกุมภาพันธ์จาก 40% เป็น 50% โดยมีการกำหนดเพดานเงินคืน
  • มาตรการเพิ่มเงินช่วยเหลือค่าครองชีพอีก 200 ดอลลาร์สิงคโปร์ (5,073 บาท) สำหรับชาวสิงคโปร์ที่เข้าหลักเกณฑ์
  • มาตรการแจกบัตรกำนัลอาหารและของชำในเดือนมิถุนายน แทนที่จะเป็นเดือนมกราคม 2027
  • คนขับแท็กซี่จะได้รับเงิน 200 ดอลลาร์สิงคโปร์ (5,073 บาท) เพื่อชดเชยค่าใช้จ่ายน้ำมันที่เพิ่มขึ้น


เค. ชานมูกัม รัฐมนตรีประสานงานด้านความมั่นคงแห่งชาติ กล่าวว่า ไม่สามารถตัดความเป็นไปได้ที่จะเกิดไฟฟ้าดับในสิงคโปร์ ซึ่งเป็นศูนย์กลางการเงินของเอเชีย หากความขัดแย้งในอิหร่านส่งผลกระทบต่ออุปทานพลังงานทั่วโลกเป็นวงกว้างมากขึ้น แม้ว่าความเสี่ยงในขณะนี้จะยังอยู่ในระดับต่ำก็ตาม ขณะเดียวกัน เขากล่าวว่าสิงคโปร์กำลังศึกษาทางเลือกอื่น ๆ เช่น พลังงานนิวเคลียร์ เพื่อขยายทางเลือกของเชื้อเพลิงให้หลากหลายยิ่งขึ้น


“หากการหยุดชะงักของอุปทานเพิ่มมากขึ้น และหากซัพพลายเออร์จำนวนมากไม่สามารถจัดหาเชื้อเพลิงหรือก๊าซได้ อาจมีความเป็นไปได้ที่จะเกิดการหยุดชะงักในการจัดหาพลังงานและไฟฟ้าภายในประเทศได้” เขากล่าว

นายชานมูกัมกล่าวว่า สิงคโปร์สามารถหลีกเลี่ยงปัญหาการจำกัดการส่งออกเชื้อเพลิงหรือการแย่งเชื้อเพลิงแบบที่เกิดขึ้นในประเทศอื่น ๆ ได้ เพราะสิงคโปร์เป็นศูนย์กลางน้ำมันระดับโลกและสามารถเข้าถึงแหล่งจัดหาที่หลากหลาย นอกจากนี้ สิงคโปร์ยังสามารถสั่งการให้บริษัทผลิตไฟฟ้าใช้สิทธิทางกฎหมายในการจัดหาเชื้อเพลิงเพิ่มเติมหากจำเป็นได้อีกด้วย


สิงคโปร์พึ่งพาการนำเข้าก๊าซธรรมชาติเป็นอย่างมากในการผลิตไฟฟ้า มีความเสี่ยงอย่างยิ่งที่จะเผชิญกับความผันผวนของตลาดพลังงานโลก ซึ่งการขาดแคคลนน้ำมันที่เกิดขึ้นทำให้ต้นทุนสินค้าต่าง ๆ สูงขึ้น นายกรัฐมนตรีลอว์เรนซ์ หว่อง ของสิงคโปร์ ได้ประกาศว่ารัฐบาลกำลังเร่งดำเนินการวางแผนรับมือสถานการณ์ฉุกเฉิน ซึ่งรวมถึงการจัดตั้งคณะกรรมการรัฐมนตรีเพื่อประเมินความเสี่ยงและสร้างความมั่นคงด้านพลังงาน


รองนายกรัฐมนตรี กัน คิม ยง กล่าวว่า การเติบโตทางเศรษฐกิจมีแนวโน้มที่จะได้รับผลกระทบในปีนี้ ส่วนสิงคโปร์ก็เตรียมรับมือกับอัตราเงินเฟ้อและราคาไฟฟ้าที่สูงขึ้น ในขณะที่นักการทูตระดับสูงของสิงคโปร์เตือนว่า ตลาดอุตสาหกรรมต่าง ๆ ยังไม่ได้คำนึงถึงสถานการณ์เลวร้ายที่สุดที่อาจเกิดขึ้นจากสงครามในอิหร่าน ซึ่งอาจทวีความรุนแรงขึ้นได้อีก

กัน คิม ยงกล่าวว่า อุตสาหกรรมบางภาคส่วนจะได้รับผลกระทบมากกว่าส่วนอื่น ๆ โดยเฉพาะในภาคการผลิต โดยยเฉพาะภาคส่วนที่พึ่งพาก๊าซธรรมชาติ น้ำมันดิบ และผลิตภัณฑ์ปิโตรเลียมเป็นวัตถุดิบ เขากล่าวเสริมว่า โรงกลั่นได้ลดอัตราการผลิตลงและนำเข้าวัตถุดิบจากแหล่งอื่น ๆ นอกตะวันออกกลางแล้ว


เมื่อเดือนกุมภาพันธ์ สิงคโปร์แห่งนี้ได้ปรับเพิ่มการคาดการณ์ทางเศรษฐกิจ โดยคาดว่า GDP จะขยายตัว 2% ถึง 4% เมื่อเทียบกับประมาณการเริ่มต้นที่ 1% ถึง 3% แต่เมื่อเกิดสงครามมีแนวโน้มที่การเติบโตทางเศรษฐกิจจะชะลอลง


หลังจากปิดช่องแคบฮอร์มุซเป็นเวลาห้าสัปดาห์ ผู้เชี่ยวชาญต่างเริ่มรู้สึกว่า ปัญหาราคาน้ำมันที่พุ่งสูงขึ้น การขาดแคลนเชื้อเพลิง และภาวะเงินเฟ้อที่เพิ่มสูงขึ้น จะเป็นเรื่องยากที่จะควบคุมได้

ยอดนิยมในตอนนี้

แท็กยอดนิยม

ข่าวที่เกี่ยวข้อง