รีเซต

หมวกอ่านความคิดสตาร์ตอัปสหรัฐฯ เปิดตัว BCI พิมพ์ข้อความได้โดยไม่ต้องพูด

หมวกอ่านความคิดสตาร์ตอัปสหรัฐฯ เปิดตัว BCI พิมพ์ข้อความได้โดยไม่ต้องพูด
TNN ช่อง16
4 พฤษภาคม 2569 ( 13:31 )
15

ปัจจุบันเทคโนโลยีการสั่งการด้วยเสียงกลายเป็นเรื่องปกติในอุปกรณ์คอมพิวเตอร์และสมาร์ตโฟน แต่จะเป็นอย่างไรหากเราสามารถพิมพ์ข้อความได้เพียงแค่ใช้ความคิด โดยไม่ต้องเปล่งเสียงพูดออกมา

Sabi บริษัทสตาร์ตอัปจากเมืองพาโลอัลโต รัฐแคลิฟอร์เนีย สหรัฐอเมริกา กำลังทำให้เทคโนโลยีนี้กลายเป็นจริงด้วยการพัฒนาหมวกไหมพรมสวมใส่ที่สามารถถอดรหัสความคิดและแปลงเป็นตัวอักษรบนหน้าจอคอมพิวเตอร์ได้โดยตรง

ซึ่งผลิตภัณฑ์แรกคาดว่าจะวางจำหน่ายภายในช่วงสิ้นปี 2026 เทคโนโลยีที่ Sabi นำมาใช้รู้จักกันในชื่อ อินเตอร์เฟซระหว่างสมองกับคอมพิวเตอร์ (Brain-Computer Interface หรือ BCI) จุดเด่นที่ทำให้ Sabi แตกต่างจากบริษัทอื่นๆ อย่างเช่น Neuralink ของอีลอน มัสก์ คือ Sabi เน้นพัฒนาอุปกรณ์สวมใส่ภายนอกที่ไม่ต้องผ่านการเจาะกะโหลกหรือผ่าตัดฝังชิปในสมอง 

วินอด โคสลา (Vinod Khosla) นักลงทุนจาก Khosla Ventures ซึ่งเป็นหนึ่งในผู้สนับสนุนหลักของ Sabi กล่าวว่า "การที่คนนับพันล้านคนจะสามารถเข้าถึงเทคโนโลยี BCI ได้ในชีวิตประจำวัน อุปกรณ์นั้นจะต้องไม่เป็นการรุกล้ำความเป็นส่วนตัวหรือร่างกาย"

หมวกอัจฉริยะของ Sabi อาศัยหลักการของเทคโนโลยีตรวจคลื่นไฟฟ้าสมอง (EEG)

ข้อจำกัดเดิมของการใช้อุปกรณ์สวมใส่ภายนอกคือสัญญาณสมองจะถูกลดทอนเมื่อผ่านชั้นผิวหนังและกระดูก ทำให้ความแม่นยำลดลง เพื่อแก้ปัญหานี้ Sabi จึงได้ติดตั้งเซ็นเซอร์ตรวจจับสัญญาณชีวภาพขนาดเล็กจิ๋วที่เล็กกว่าเมล็ดถั่วเลนทิลลงในหมวกเป็นจำนวนมหาศาลถึง 70,000 ถึง 100,000 ตัว ซึ่งมากกว่าอุปกรณ์ EEG ทั่วไปที่มักมีเซ็นเซอร์เพียงหลักสิบถึงหลักร้อยตัว

การใช้เซ็นเซอร์ความหนาแน่นสูงนี้ช่วยให้สามารถระบุตำแหน่งการทำงานของระบบประสาทได้อย่างแม่นยำ และสร้างข้อมูลที่เชื่อถือได้เพียงพอที่จะถอดรหัสความคิดให้เป็นประโยคที่ต่อเนื่องตามธรรมชาติ ไม่ใช่แค่คำสั่งสั้น ๆ เหมือนเทคโนโลยีเดิม

อย่างไรก็ตาม การถอดรหัสความคิดมีความท้าทายสำคัญ คือ รูปแบบการทำงานของสมองในแต่ละบุคคลนั้นมีความแตกต่างกัน แม้ว่าจะกำลังคิดประโยคเดียวกันก็ตาม

ทีมงานพัฒนาของ Sabi จึงแก้ปัญหานี้ด้วยการพัฒนาปัญญาประดิษฐ์ที่เรียกว่า แบบจำลองพื้นฐานสมอง (Brain Foundation Model) ซึ่งได้รับการฝึกฝนด้วยชุดข้อมูลทางประสาทที่ใหญ่ที่สุด โดยรวบรวมข้อมูลสมองกว่า 100,000 ชั่วโมงจากอาสาสมัคร 100 คน เพื่อเรียนรู้รูปแบบกิจกรรมพื้นฐานของสมองที่สัมพันธ์กับคำพูดภายในใจ

บริษัทตั้งเป้าหมายความเร็วในการพิมพ์ผ่านความคิดไว้ที่ประมาณ 30 คำต่อนาที ซึ่งจะค่อย ๆ รวดเร็วและแม่นยำขึ้นเมื่อผู้ใช้ใช้เวลาปรับตัวกับหมวกมากขึ้น

ในด้านการใช้งาน โจโจ แพลตต์ (JoJo Platt) ที่ปรึกษาด้านเทคโนโลยีประสาทอิสระ เน้นย้ำว่าอุปกรณ์สำหรับผู้บริโภคจะต้องพร้อมใช้งานได้ทันทีเมื่อแกะกล่องโดยไม่ต้องปรับเทียบการตั้งค่าใหม่ทุกครั้งที่ใช้งาน และต้องถูกออกแบบมาให้สวมใส่สบาย ดูแนบเนียนไปกับเครื่องแต่งกายทั่วไป

นอกจากนี้ ประเด็นด้านความเป็นส่วนตัวยังเป็นเรื่องที่ถูกให้ความสำคัญสูงสุด ราหุล ชับบรา (Rahul Chhabra) ซีอีโอของ Sabi ยืนยันว่า "ข้อมูลทางประสาทจะถูกเข้ารหัสแบบ End-to-end ตั้งแต่ออกจากอุปกรณ์ก่อนถูกส่งขึ้นระบบคลาวด์ และโมเดล AI ของบริษัทก็ถูกฝึกฝนด้วยข้อมูลที่เข้ารหัสแล้วเท่านั้น" 

โดยทางบริษัทยังได้หารือกับผู้เชี่ยวชาญด้านความปลอดภัยทางประสาทจากมหาวิทยาลัยสแตนฟอร์ดเพื่อตรวจสอบเทคโนโลยีทั้งหมดอย่างรัดกุม

นอกจากเทคโนโลยีนี้จะช่วยให้คนวัยทำงานสามารถพิมพ์ข้อความหรือจดบันทึกได้อย่างเป็นส่วนตัวโดยไม่ต้องออกเสียงพูดรบกวนผู้อื่นแล้ว ยังถือเป็นความก้าวหน้าครั้งสำคัญที่จะช่วยให้ผู้ที่มีความพิการทางการเคลื่อนไหวสามารถสื่อสารกับคอมพิวเตอร์และโลกภายนอกได้อย่างสะดวกสบายมากขึ้น โดยไม่ต้องเข้ารับการผ่าตัดที่มีความเสี่ยง

ทั้งนี้ นอกจากหมวกไหมพรมที่จะเตรียมวางจำหน่ายแล้ว บริษัทยังกำลังออกแบบผลิตภัณฑ์ในรูปแบบของหมวกเบสบอลสำหรับในอนาคตอีกด้วย 

ยอดนิยมในตอนนี้

แท็กยอดนิยม

ข่าวที่เกี่ยวข้อง