ครั้งนี้ยากที่สุด วิธีรับมือโควิด-19 ฉบับ 'พลอยพรรณ ภัทรธีรานนท์'

ครั้งนี้ยากที่สุด วิธีรับมือโควิด-19 ฉบับ 'พลอยพรรณ ภัทรธีรานนท์'
มติชน
18 เมษายน 2563 ( 12:15 )
252
ครั้งนี้ยากที่สุด วิธีรับมือโควิด-19 ฉบับ 'พลอยพรรณ ภัทรธีรานนท์'

ครั้งนี้ยากที่สุด วิธีรับมือโควิด-19 ฉบับ ‘พลอยพรรณ ภัทรธีรานนท์’

“พลอยเริ่มทำงานมาตั้งแต่ 10 กว่าขวบ ครั้งนี้ยากที่สุดตั้งแต่ทำงานมา มีปัญหาต้องแก้ทุกๆ วัน”

พลอยพรรณ ภัทรธีรานนท์ นักธุรกิจสาว เจ้าของแบรนด์หมวก เครื่องประดับ ทายาทสวนนงนุช พูดถึงชีวิต ที่ต้องเปลี่ยนแปลงหลังจากเจอกับมรสุม โควิด-19 ที่ทำให้ต้องปรับตัวทั้งชีวิตส่วนตัว และเรื่องงาน

เซเลบริตี้สาว เผยว่า แต่ก่อน ทุกๆ วันของพลอยสิ่งแรกที่ทำหลังจากตื่น ก็จะคิดว่าจะทำโปรเจ็กต์ใหม่ๆ อะไรดี แต่พอเป็นตอนนี้ต้องเปลี่ยนเป็นคิดแก้ปัญหาต่างๆ เคลียร์กันวันต่อวันเพื่อให้มันออกมาดีที่สุด

เริ่มจากแบรนด์ teteaporter เครื่องประดับศีรษะ ที่เธอบอกว่า แม้จะไม่อยากกอบโกย หรือมาหากำไรในช่วงนี้ แต่ลูกค้าก็เรียกร้องเข้ามา ก็เลยปรึกษาคุณหมอ ออกมาเป็นหมวกที่มีที่ป้องกันข้างหน้า มีออเดอร์เข้ามาหลายร้อยใบ ต้องจองถึงเมษายนแล้ว และก็มีแมสก์ ที่ลูกค้าอยากได้อะไรที่ดูแฟชั่น ส่วนแบรนด์ ploypin vintage ก็ต้องปิดหน้าร้านที่เซ็นทรัลเอ็มบาสซี และทองหล่อ หันมาใช้ช่องทางออนไลน์ ซึ่งก็เข้าใจว่าเศรษฐกิจแบบนี้ คนคงเข้ามาซื้อน้อย

“แม้ว่าจะเปลี่ยนมาขายออนไลน์ได้ แต่เราก็มีอุปสรรคอื่นๆ อะไหล่ต่างๆ ก็นำเข้ามาได้ยาก แบบก็ต้องจำกัดลง รวมถึงเรื่องขนส่งต่างๆ ที่แต่ละประเทศก็ต้องดูว่าขนส่งไหนยังให้บริการ แต่ละประเทศไม่เหมือนกัน แล้วเราสั่งจากทั้งเอเชียและยุโรป กว่าจะถึงเราก็ค่อนข้างลำบาก

“โชคดีที่ตลอดเวลาที่เดินทางหาของเข้าร้าน ซัพพลายเออร์รู้จักเราดี รู้สไตล์ที่เราชอบ และมีอินเตอร์เน็ต ทำให้เราติดต่อกันได้ตลอด และเลือกใช้ชิปปิ้งที่ค่อนข้างเก่ง ซึ่งเวลาเป็นเรื่องสำคัญ เพราะพลอยต้องตรงเวลากับลูกค้า” พลอยพรรณ ย้ำ

นอกจากแบรนด์ของตัวเองแล้ว พลอยพรรณ ยังช่วยคุณพ่อ นั่งเป็นที่ปรึกษาให้กับ สวนนงนุช พัทยา ซึ่งเธอบอกตอนนี้ ก็ถือเป็นช่วงเวลาที่หนักพอตัว ไม่ใช่เพียงแต่นักท่องเที่ยวที่มาเที่ยวไม่ได้ แต่ยังมีพนักงานอีก 5,000 ชีวิต ที่ต้องดูแล

“คุณพ่อเอง มีนโยบายว่าไม่ว่าอย่างไรก็จะไม่ทิ้งพนักงานทั้ง 5,000 คน ก็มีบ้างที่ต้องปรับลดเงินเดือน เพื่อให้องค์กรมันอยู่ได้ เพราะมันกระทบจริงๆ นักท่องเที่ยวเรามาไม่ได้ ที่จองไว้เพื่อจัดประชุม สัมมนาต่างๆ ก็ต้องเลื่อนออกไปไม่มีกำหนด แต่ก็ยังมีส่วนของการรับจัดสวนตามที่ต่างๆ ซึ่งก็พยายามหาลูกค้าให้ได้มากขึ้น”

นอกจากนี้ ก็ยังต้องปรับวิถีชีวิตใหม่ เริ่มจากการออกกำลังกาย ที่จากเดิมได้ออกไปเรียนเต้น ก็เปลี่ยนมาจ้างเทรนเนอร์ที่มั่นใจได้ เข้ามาสอนที่บ้านกับเพื่อน เป็นการช่วยครูที่รายได้หดหายไป เดินเล่นตามคอนโดบ้าง และพยายามนอนให้พอ นอกจากนั้นก็รักษาตัวเอง ตามคำแนะนำของภาครัฐ

“ส่วนตัว ไม่ค่อยอยากอ่านข่าวมากนัก เพราะจะเครียด ก็อาศัยฟังเอาจากคนอื่น เรื่องนึงที่ฟังแล้วเศร้ามากๆ คือ รปภ. ต้องเดินไปเซเว่นเพื่อซื้อข้าว 1 ถุง จิ้มน้ำจิ้ม แบ่งกันกิน 2 คนกับภรรยา เรื่องนี้มันทำให้เราเศร้าและร้องไห้หนักมาก ทุกคนเดือดร้อนไปหมด หลายคนต้องถูกหักเงินเดือนต่างๆ พลอยจึงคิดว่าจะให้น้องชายที่เป็นพ่อครัว ทำอาหารวันละ 100 กล่อง แล้วนำไปแจกตามที่ที่มีคนเดือดร้อนจริงๆ แม้จะไม่ได้เรี่ยไรอะไรมาก แต่ตอนนี้เพื่อนๆ ที่รู้ก็ช่วยกันเข้ามาเยอะ

“นอกจากนี้ พลอยเป็นกรรมการของสมาคมศิษย์เซนต์โยเซฟคอนเวนต์ ในพระบรมราชินูปถัมภ์ ก็วางแผนกันไว้ว่าจะหาชุดป้องกันโรคไปบริจาคให้กับผู้ตรวจคัดกรองโรค อยู่ในขั้นศึกษาเรื่องชุด อยากจะเป็นส่วนหนึ่งที่ได้ช่วยกัน” และว่า ช่วงเวลานี้ ถือเป็นช่วงที่ทำให้ได้ตระหนักถึงความสำคัญของครอบครัว

“พลอยอาจไม่ได้ทำธุรกิจใหญ่ แต่พอหันไปเห็นธุรกิจของคุณพ่อ หรือน้องสะใภ้ (พัทธมน เตชะณรงค์) ที่ทำโรงแรม เขาหนักกว่าเรามาก เราก็ห่วงเขา ยิ่งเรามีหลานเล็ก คุณพ่อคุณแม่ก็อายุมากแล้ว เราก็ยิ่งเป็นห่วงเพราะเป็นกลุ่มเสี่ยง ช่วงนี้ทำให้พลอยได้รู้ว่าครอบครัวสำคัญกับเราจริงๆ เราจะทำอะไรก็ต้องคำนึงถึงครอบครัวทุกอย่าง

“พลอยเป็นคนชอบวางแผนทีละขั้น ว่าจะทำอะไรต่อไป ปัญหาคือตอนนี้เรามองไม่เห็นจุดจบของมันเลย ที่อ่านบทวิเคราะห์ต่างๆ ก็พูดเหมือนกัน ทำให้เราวางแผนอะไรได้ยาก เชื่อว่าหลายคนก็คงเครียด แต่พลอยก็ไม่อยากจะโพสต์อะไรที่ไม่ดีลงในโซเชียล อยากให้ได้อ่านอะไรที่เป็นเชิงบวกมากกว่า เครียดก็ไปดูอะไรที่มีความสุขอย่างเครื่องประดับ ไปเดินซุปเปอร์ซื้อของกิน”

“โควิดทำให้เห็นถึงความมีน้ำใจของคนไทย พลอยแม้จะเป็นคาทอลิก แต่ก็นับถือในคำสอนของพระพุทธศาสนา เวลานี้สิ่งสำคัญคือ สติ เพราะวันหนึ่งปัญหามีเป็นร้อยเป็นพัน หากขาดสติไปเพียงนิด ก็ยากที่จะรับมือได้”

ข่าวที่เกี่ยวข้อง