KBANK +3.02% นำกลุ่มแบงก์ คาดปันผลสูงกว่าคาด

#ทันหุ้น #2026 #SET #KBANK +3.02% นำกลุ่มแบงก์ คาดปันผลสูงกว่าคาด
บล.หยวนต้า : ธนาคารกสิกรไทย (KBANK) คาดรายได้มีทิศทางชะลอลง แต่ได้รับแรงหนุนจากการตั้งสำรองที่ลดลง โดยในการให้ข้อมูลกับนักวิเคราะห์และผู้จัดการกองทุนเมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา คุณขัตติยา อินทรวิชัย ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร เปิดเผยกลยุทธ์การดำเนินงานสำหรับปี 2569 ซึ่งสะท้อนแนวทางบริหารความเสี่ยงและมุ่งเน้นคุณภาพสินทรัพย์มากขึ้น
ฝ่ายบริหารตั้งเป้าหมายส่วนต่างอัตราดอกเบี้ยสุทธิ (NIM) ในปี 2569 อยู่ที่ 2.75-2.95% ลดลงจากระดับ 3.2% ในปี 2568 จากผลของการปรับลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายตั้งแต่ปี 2568 ที่เริ่มส่งผ่านมายังอัตราผลตอบแทนสินทรัพย์ (Asset Yield) มากขึ้น ควบคู่กับการคัดกรองลูกหนี้ที่เข้มงวดขึ้น โดยเน้นการขยายสินเชื่อไปยังกลุ่มที่มีความเสี่ยงต่ำเป็นหลัก ขณะที่สินเชื่อรวมคาดเติบโตเพียง 0-2% เมื่อเทียบกับปีก่อน โดยสินเชื่อรายย่อยยังมีแนวโน้มขยายตัว 5-7% จากการมุ่งเน้นสินเชื่อที่มีหลักประกัน เช่น สินเชื่อที่อยู่อาศัยในกลุ่มลูกค้ารายได้สูง ส่วนสินเชื่อธุรกิจขนาดใหญ่และ SME คาดว่าจะอยู่ในช่วง -2% ถึง 0% และ -5% ถึง 0% ตามลำดับ
รายได้ค่าธรรมเนียมตั้งเป้าเติบโตระดับ Mid-High Single Digit โดยได้รับแรงหนุนจากธุรกิจบริหารความมั่งคั่ง (Wealth Management) และธุรกิจบริการชำระเงิน ด้านประสิทธิภาพการดำเนินงาน ธนาคารคาดอัตราส่วนค่าใช้จ่ายต่อรายได้ (Cost to Income Ratio) จะทรงตัวในระดับ Mid 40s จากการนำเทคโนโลยีเข้ามาช่วยเพิ่มประสิทธิภาพและลดต้นทุน ขณะที่ต้นทุนเครดิต (Credit Cost) มีแนวโน้มลดลงมาอยู่ที่ 1.4-1.6% จาก 1.63% ในปี 2568 สะท้อนคุณภาพสินเชื่อที่ปรับดีขึ้นจากการบริหารความเสี่ยงที่เข้มงวดขึ้น โดยคาดว่าสัดส่วนหนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ (NPL) จะทรงตัวที่ระดับ 3.25%
ในด้านผลตอบแทนผู้ถือหุ้น ธนาคารตั้งเป้าอัตราการจ่ายเงินปันผล (Dividend Payout Ratio) ที่ระดับ 50-60% ในระยะกลาง ใกล้เคียงกับประมาณการของฝ่ายวิจัย โดยฝ่ายบริหารระบุว่า หากกำไรสุทธิปรับลดลงมากกว่าที่คาด ธนาคารอาจใช้เครื่องมือบริหารเงินทุนเพิ่มเติม เช่น การจ่ายเงินปันผลพิเศษหรือการซื้อหุ้นคืน เพื่อรักษาระดับผลตอบแทนให้กับผู้ถือหุ้น
นอกจากนี้ ธนาคารยังคงเป้าหมายระยะกลางในการผลักดันอัตราผลตอบแทนต่อส่วนของผู้ถือหุ้น (ROE) ให้ปรับขึ้นสู่ระดับเลขสองหลัก แม้ความเร็วของการบรรลุเป้าหมายจะขึ้นอยู่กับภาวะเศรษฐกิจโดยรวม โดยกลยุทธ์หลักยังเน้นการเติบโตเชิงคุณภาพ คัดเลือกสินเชื่ออย่างเข้มงวด มุ่งขยายฐานลูกค้าที่มีประวัติการชำระหนี้ดีหรือมีรายได้สูง พร้อมนำเทคโนโลยี AI และ Data Analytics มาช่วยเพิ่มโอกาสในการทำ Upselling และ Cross Selling
ฝ่ายวิจัยมีมุมมองเป็นกลางต่อเป้าหมายปี 2569 ของธนาคาร โดยยังคงประมาณการกำไรสุทธิที่ 50,690 ล้านบาท เติบโต 2.3% จากปีก่อน แม้แนวโน้มรายได้ดอกเบี้ยสุทธิจะชะลอตัวจากการปรับลดอัตราดอกเบี้ยเงินกู้และความเข้มงวดในการปล่อยสินเชื่อใหม่ แต่คาดว่าผลกระทบดังกล่าวจะถูกชดเชยด้วยการตั้งสำรองที่ลดลงตามความเสี่ยงพอร์ตสินเชื่อที่ดีขึ้น รวมถึงการเติบโตของรายได้ค่าธรรมเนียม โดยเฉพาะธุรกิจบริหารความมั่งคั่ง
ทั้งนี้ ยังประเมินว่า KBANK เป็นหุ้นธนาคารขนาดใหญ่ที่มีพื้นฐานแข็งแกร่ง อย่างไรก็ตาม ราคาหุ้นปัจจุบันสะท้อนมูลค่าพื้นฐานปี 2569 ที่ 190 บาทแล้ว จึงยังคงคำแนะนำ “Trading” โดยคาดเงินปันผลจากกำไรสุทธิครึ่งหลังปี 2568 อยู่ที่ 10.3 บาทต่อหุ้น คิดเป็นอัตราผลตอบแทนเงินปันผล 5.4% และสำหรับปี 2569 คาดเงินปันผลที่ 12.6 บาทต่อหุ้น คิดเป็นอัตราผลตอบแทนเงินปันผล 6.7%
บล.ฟิลลิป (ประเทศไทย) มองว่า การที่ธนาคารกกรุงไทย [KTB] อยู่ระหว่างนาเสนอบอร์ดในการจัดการเงินกองทุน ซึ่ง ณ สิ้นปี 68 KTB มีเงินกองทุนทั้งสิ้นถึง 22.13% โดยเป็นเงิน CET1 อยู่ถึง 19.25% โดยเรามองว่ามีความเป็นไปได้ที่ KTB อาจจะมีการปรับเพิ่ม Payout ratio ขึ้นตาม KTC ที่ปรับขึ้นไปเป็น 58.9% ซึ่งสูงกว่าในอดีต และสูงกว่าที่คาดไว้ที่ payout ratio 46%
โดยคาดว่า KTB จะมีการจ่ายปันผลปี 68 ที่ Payout ratio 49% โดยคาดว่าจะจ่าย 1.70 บาท/หุ้น คิดเป็น Div. yield 5.5% ซึ่ง KTB จ่ายปันผลระหว่างกาลแล้ว 0.43 บาท/หุ้น เหลือปันผลครึ่งปีหลังอีก 1.27 บาท/หุ้น คิดเป็น Div. yield 4.1% ซึ่งหาก KTB มีการปรับ Payout ratio ขึ้นจำนวนปันผลและ Div. yield ก็จะเพิ่มขึ้นอีก
ขณะที่ KTB ตั้งเป้าจะรักษาระดับ NPL ไว้ไม่ให้เกิน 3.1% จากปี 68 ที่มีอยู่ 2.9% โดยสัดส่วนสำรองต่อ NPL ที่มีอยู่ถึง 203.6% นั้นทาง KTB มองว่าอาจจะมากเกินไป และมองว่าระดับที่เหมาะสมนั้นควรจะอยู่ในระดับประมาณ 170% ทำให้มีความเป็นไปได้ที่ปี 69 จะลดระดับการตั้งสารองลงเหลือ 75-115 bps จากปี 68 ที่มีการตั้ง 114 bps
KTB ยังมีความพร้อมสำหรับ Virtual bank และอาจจะเป็นรายแรกที่สามารถเปิดได้จากผู้ได้ใบอนุญาต 3 ราย โดย KTB มองว่า Virtual bank จะเป็นการทำให้ได้ลูกค้าในกลุ่มที่ธนาคารพาณิชย์ยังไปไม่ถึง และธนาคารมีข้อจกัดมากกว่าทั้งทางด้านกฎระเบียบและข้อมูล โดย Virtual bank รวมไปถึงธุรกิจ Wealth Management นั้นจะเป็นส่วนสาคัญที่ทำให้รายได้เติบโต
Tag
ยอดนิยมในตอนนี้
