รีเซต

เส้นทางเบื้องหลังการทำงานของ AI จากคำสั่งบนหน้าจอ สู่ AI Agent และ Data Center

เส้นทางเบื้องหลังการทำงานของ AI จากคำสั่งบนหน้าจอ สู่ AI Agent และ Data Center
TNN ช่อง16
24 ตุลาคม 2569 ( 15:36 )

รู้หรือไม่? ทุกครั้งที่เราพิมพ์คำสั่งหรือพรอมป์ (Prompt) ลงในแชตบอต AI ไม่ว่าจะเป็นการเขียนอีเมล สรุปเอกสาร หรือวางแผนท่องเที่ยว ระบบสามารถสร้างคำตอบกลับมาได้ภายในไม่กี่วินาที แต่เบื้องหลังการทำงานเหล่านี้มีเทคโนโลยีหลายส่วนทำงานร่วมกัน ตั้งแต่แอปพลิเคชันไปจนถึงศูนย์ข้อมูลขนาดใหญ่

พีรพัฒน์ พงษ์พัฒนกิจโชติ หัวหน้าฝ่ายเทคโนโลยี (Head of Technology) บริษัทอไรซ์ ไอดีซี (AriseIDC) อธิบายว่า การทำงานของ AI สามารถแบ่งออกเป็น 3 ชั้นหลัก ได้แก่ แอปพลิเคชัน AI (AI Application) ระบบเอไอเอเจนต์ (AI Agent) และโครงสร้างพื้นฐาน (Infrastructure) ซึ่งทำงานร่วมกันเพื่อให้ AI สามารถตอบคำถามและช่วยมนุษย์ทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ


จาก AI ตอบคำถาม สู่ AI ทำงานแทนมนุษย์

เทคโนโลยี AI มีพัฒนาการยาวนานกว่า 60 ปี เริ่มจากเอลิซา (ELIZA) โปรแกรมสนทนาที่พัฒนาขึ้นในปี 1966 ก่อนเกิดความก้าวหน้าสำคัญจากเทคโนโลยีทรานส์ฟอร์เมอร์ (Transformer) ในปี 2017 ซึ่งเป็นพื้นฐานของโมเดลภาษาขนาดใหญ่ และการเปิดตัวแชตจีพีที (ChatGPT) ในปี 2022 ที่ทำให้ AI ได้รับความนิยมทั่วโลก

ปัจจุบัน AI กำลังเปลี่ยนจากผู้ช่วยตอบคำถาม หรือ AI Assistant ไปสู่ AI Agent ที่สามารถวางแผนและดำเนินงานหลายขั้นตอนตามเป้าหมายของผู้ใช้ เช่น ค้นหาโรงแรม เปรียบเทียบราคา ตรวจสอบเงื่อนไข และเตรียมการจอง โดยไม่จำเป็นต้องให้มนุษย์ออกคำสั่งใหม่ในทุกขั้นตอน ทั้งนี้ การทำงานยังขึ้นอยู่กับสิทธิ์และเครื่องมือที่ระบบได้รับอนุญาต

Harness ระบบเบื้องหลังที่ช่วยควบคุม AI Agent

แม้โมเดล AI จะสามารถวิเคราะห์ข้อมูลและสร้างคำตอบได้ แต่การนำไปใช้งานจริงจำเป็นต้องมีระบบสนับสนุนที่เรียกว่า ฮาร์เนส (Harness) ซึ่งประกอบด้วยเครื่องมือเชื่อมต่อข้อมูล (Tools) ระบบความจำ (Memory) การกำหนดสิทธิ์เข้าถึง (Permission) และมาตรการควบคุมความปลอดภัย (Guardrails)

ตัวอย่างเช่น หากองค์กรต้องการให้ AI จัดทำรายงานยอดขาย ระบบต้องได้รับอนุญาตให้เข้าถึงฐานข้อมูลที่เกี่ยวข้อง พร้อมมีมาตรการป้องกันการเปิดเผยข้อมูลลับ และอาจกำหนดให้พนักงานตรวจสอบผลลัพธ์ก่อนนำไปใช้งานจริง เนื่องจาก AI ยังมีโอกาสสร้างข้อมูลผิดพลาดได้

AI Agent วางแผนท่องเที่ยวได้อย่างไร?

หากผู้ใช้ต้องการวางแผนเที่ยวญี่ปุ่น 5 วัน ด้วยงบประมาณ 250,000 บาท AI Agent ที่เชื่อมต่อเครื่องมือที่จำเป็นสามารถตรวจสอบสภาพอากาศ ค้นหาโรงแรม เปรียบเทียบราคาตั๋วเครื่องบิน และคำนวณค่าใช้จ่ายทั้งหมด ก่อนเสนอแผนการเดินทางที่เหมาะสมกับงบประมาณ

ระบบยังสามารถใช้ AI หลายตัวแบ่งหน้าที่กันทำงาน หรือมัลติเอเจนต์ (Multi-Agent) เช่น ตัวหนึ่งค้นหาที่พัก อีกตัวตรวจสอบเที่ยวบิน และอีกตัวจัดตารางท่องเที่ยว โดยมี AI หลักประสานงาน อย่างไรก็ตาม การจองหรือชำระเงินจริงสามารถกำหนดให้ต้องได้รับอนุมัติจากมนุษย์ก่อน เพื่อป้องกันการดำเนินงานเกินขอบเขต

Data Center และ GPU ขุมพลังสำคัญของ AI

เบื้องหลังการประมวลผล AI จำนวนมากเกิดขึ้นภายในศูนย์ข้อมูล หรือดาต้าเซ็นเตอร์ (Data Center) ซึ่งติดตั้งเซิร์ฟเวอร์ อุปกรณ์เครือข่าย ระบบไฟฟ้าสำรอง และระบบทำความเย็น เพื่อรองรับการทำงานตลอด 24 ชั่วโมง

อุปกรณ์สำคัญคือชิปประมวลผลกราฟิก หรือจีพียู (GPU) ที่สามารถคำนวณข้อมูลจำนวนมากพร้อมกันได้ เหมาะกับการประมวลผล AI ขณะที่ซีพียู (CPU) ทำหน้าที่จัดการคำสั่งทั่วไปและควบคุมการทำงานของระบบ

เมื่อผู้ใช้ส่งคำสั่ง ข้อความจะถูกแบ่งเป็นหน่วยข้อมูลขนาดเล็กที่เรียกว่า โทเคน (Token) ก่อนแปลงเป็นข้อมูลตัวเลขให้โมเดลประมวลผล จากนั้น AI จะคำนวณและสร้างคำตอบต่อเนื่องทีละโทเคน จนกลายเป็นข้อความที่ปรากฏบนหน้าจอภายในไม่กี่วินาที

อนาคต AI ต้องพัฒนาทั้ง 3 ส่วนควบคู่กัน

การพัฒนา AI ไม่ได้ขึ้นอยู่กับความสามารถของโมเดลเพียงอย่างเดียว แต่ต้องอาศัยแอปพลิเคชันที่ใช้งานง่าย ระบบ AI Agent ที่มีเครื่องมือและมาตรการควบคุมเหมาะสม รวมถึงโครงสร้างพื้นฐานที่รองรับการประมวลผลได้อย่างต่อเนื่อง

สำหรับภาคธุรกิจ การเข้าใจโครงสร้างทั้ง 3 ชั้นจะช่วยให้เลือกใช้ AI ได้เหมาะสมกับงาน ลดความเสี่ยงด้านข้อมูล และเพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินงาน โดยเป้าหมายสำคัญไม่ใช่เพียงการทำให้ AI ฉลาดขึ้น แต่ต้องสามารถสร้างประโยชน์จากการใช้งานจริงได้ด้วย

ยอดนิยมในตอนนี้

แท็กยอดนิยม

ข่าวที่เกี่ยวข้อง