รีเซต

สมช.ยันไม่มีคำสั่งตุนเสบียง 72 ชั่วโมง แจงปมข่าวเตือนภัยสงคราม

สมช.ยันไม่มีคำสั่งตุนเสบียง 72 ชั่วโมง แจงปมข่าวเตือนภัยสงคราม
TNN ช่อง16
29 ตุลาคม 2569 ( 08:47 )
9

สำนักงานสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) ยืนยันประเทศไทยยังไม่มีการออกประกาศให้ประชาชนสำรองอาหาร ยารักษาโรค หรือสิ่งของจำเป็นสำหรับดำรงชีวิตเป็นเวลา 72 ชั่วโมง จากสถานการณ์ความขัดแย้งในตะวันออกกลาง หลังเกิดกระแสข่าวเกี่ยวกับการเตรียมเสบียงฉุกเฉินในหลายประเทศ จนมีการเชื่อมโยงว่าอาจเป็นสัญญาณเตือนถึงสถานการณ์ความมั่นคงที่กำลังทวีความรุนแรงขึ้น

วันที่ 29 ตุลาคม 2569 สำนักโฆษกกระทรวงกลาโหมเผยแพร่คำชี้แจงของ สมช. เพื่อสร้างความเข้าใจที่ถูกต้องแก่ประชาชน โดยระบุชัดเจนว่า ทั้งเลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติและสำนักงานสภาความมั่นคงแห่งชาติ ไม่เคยออกประกาศหรือขอให้ประชาชนเตรียมอาหาร เวชภัณฑ์ และสิ่งของจำเป็นให้เพียงพอสำหรับ 3 วัน ตามข้อมูลที่มีการเผยแพร่

อย่างไรก็ตาม หน่วยงานด้านความมั่นคงยังติดตามความเคลื่อนไหวในตะวันออกกลางอย่างใกล้ชิด พร้อมประเมินสถานการณ์และประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้ประเทศไทยมีความพร้อมรองรับผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นตามความเหมาะสม

เปิดที่มาข่าวตุนเสบียง 72 ชั่วโมง เหตุใดหลายประเทศจึงเตรียมพร้อม

กระแสความสนใจเรื่องการสำรองอาหารและสิ่งของจำเป็นเกิดขึ้นท่ามกลางการเผยแพร่แนวทางรับมือเหตุฉุกเฉินของรัฐบาลหลายประเทศ โดยเฉพาะในยุโรป ซึ่งมีการปรับปรุงคำแนะนำสำหรับประชาชนให้สอดคล้องกับความเสี่ยงด้านความมั่นคง ภัยธรรมชาติ และการหยุดชะงักของระบบสาธารณูปโภค

หนึ่งในประเทศที่มีแนวทางดังกล่าวคือสหราชอาณาจักร ซึ่งเผยแพร่คำแนะนำการเตรียมพร้อมรับเหตุฉุกเฉินผ่านเว็บไซต์ของรัฐบาล ภายใต้แนวทาง Be Ready โดยสนับสนุนให้ประชาชนมีอุปกรณ์และสิ่งของจำเป็นติดบ้าน เพื่อให้สามารถดำรงชีวิตได้ระหว่างรอความช่วยเหลือจากภาครัฐ

คำแนะนำครอบคลุมอาหารที่เก็บรักษาได้นาน น้ำดื่ม ยารักษาโรค ไฟฉาย และวิทยุที่ไม่ต้องพึ่งพาระบบไฟฟ้าภายในบ้าน โดยมีการยกตัวอย่างปริมาณน้ำดื่มประมาณ 9 ลิตรต่อคน สำหรับระยะเวลา 3 วัน

วัตถุประสงค์ของการเตรียมพร้อมลักษณะนี้ไม่ได้จำกัดอยู่ที่สถานการณ์สงคราม แต่รวมถึงเหตุการณ์ที่อาจกระทบต่อการดำเนินชีวิตประจำวัน เช่น พายุรุนแรง ไฟฟ้าดับ ระบบสื่อสารขัดข้อง หรือเหตุการณ์ที่ทำให้ประชาชนไม่สามารถเดินทางออกจากที่พักอาศัยได้ตามปกติ

ดังนั้น แนวทางเตรียมสิ่งของฉุกเฉินของอังกฤษจึงไม่ควรถูกนำมาตีความว่าเป็นประกาศแจ้งเตือนของรัฐบาลไทย หรือเป็นหลักฐานยืนยันว่าจะเกิดสงครามครั้งใหญ่

สวีเดน นอร์เวย์ ฟินแลนด์ วางแผนรับมือเหตุฉุกเฉินนานกว่า 3 วัน

นอกจากสหราชอาณาจักร ประเทศในยุโรปเหนือยังมีมาตรการส่งเสริมให้ประชาชนเตรียมความพร้อมด้วยตนเอง โดยแต่ละประเทศกำหนดระยะเวลาสำรองสิ่งของจำเป็นแตกต่างกันตามสภาพพื้นที่และความเสี่ยง

ฟินแลนด์ใช้แนวทางเตรียมความพร้อมสำหรับ 72 ชั่วโมง ขณะที่สวีเดนและนอร์เวย์แนะนำให้ประชาชนมีความสามารถดูแลตนเองได้ประมาณ 7 วัน หรือ 1 สัปดาห์

ประเทศเหล่านี้ให้ความสำคัญกับการรักษาความต่อเนื่องของการดำรงชีวิตในช่วงที่บริการสาธารณะอาจได้รับผลกระทบ โดยเฉพาะในพื้นที่ที่มีสภาพอากาศหนาวเย็น ซึ่งอาจทำให้การขนส่งอาหาร น้ำดื่ม และอุปกรณ์ช่วยเหลือเป็นไปอย่างยากลำบาก

อีกประเด็นที่ได้รับความสำคัญคือภัยคุกคามทางไซเบอร์ เนื่องจากการโจมตีระบบดิจิทัลอาจกระทบต่อโครงข่ายไฟฟ้า การชำระเงิน ระบบสาธารณสุข และการกระจายสินค้า แม้จะไม่มีเหตุการณ์ทางทหารเกิดขึ้นโดยตรงก็ตาม

การจัดทำคู่มือรับมือวิกฤตของประเทศเหล่านี้จึงเป็นส่วนหนึ่งของการเตรียมความพร้อมด้านความปลอดภัยของประชาชนในระยะยาว

ญี่ปุ่นใช้แนวทาง 3-7 วัน เตรียมรับมือแผ่นดินไหวและภัยพิบัติใหญ่

สำหรับประเทศญี่ปุ่น การสำรองสิ่งของจำเป็นภายในครัวเรือนเป็นแนวทางที่ใช้ในการบริหารจัดการภัยพิบัติมาอย่างต่อเนื่อง โดยมีคำแนะนำให้เตรียมอาหาร น้ำดื่ม และอุปกรณ์ดำรงชีพสำหรับระยะเวลา 3-7 วัน

แนวทางดังกล่าวเกี่ยวข้องกับความเสี่ยงจากแผ่นดินไหวขนาดใหญ่ รวมถึงเหตุการณ์ที่อาจทำให้เส้นทางคมนาคม ระบบไฟฟ้า และการขนส่งสินค้าได้รับความเสียหาย

ญี่ปุ่นยังให้ความสำคัญกับความเสี่ยงจากแผ่นดินไหวบริเวณร่องลึกนันไก ซึ่งเป็นหนึ่งในพื้นที่ที่มีการเฝ้าระวังภัยพิบัติขนาดใหญ่

การให้ประชาชนเตรียมสิ่งของจำเป็นไว้ล่วงหน้ามีส่วนช่วยลดความต้องการความช่วยเหลือเร่งด่วนในช่วงแรกของเหตุการณ์ ทำให้เจ้าหน้าที่สามารถมุ่งปฏิบัติภารกิจค้นหาและช่วยเหลือผู้ประสบภัย รวมถึงดูแลเด็กเล็ก ผู้สูงอายุ ผู้ป่วย และประชาชนที่ไม่สามารถช่วยเหลือตนเองได้

ทำไมต้อง 72 ชั่วโมง ตัวเลขนี้เกี่ยวข้องกับสงครามหรือไม่

ระยะเวลา 72 ชั่วโมง หรือ 3 วัน เป็นกรอบเวลาที่ใช้กันอย่างแพร่หลายในแนวทางเตรียมความพร้อมรับเหตุฉุกเฉิน โดยมีหลักการให้ประชาชนสามารถเข้าถึงอาหาร น้ำดื่ม และสิ่งของจำเป็นได้ด้วยตนเองในช่วงที่บริการพื้นฐานอาจหยุดชะงัก

ตัวเลขดังกล่าวไม่ได้ถูกกำหนดขึ้นเพื่อเตือนว่าจะเกิดสงครามภายใน 3 วัน และไม่ได้หมายความว่าหน่วยงานรัฐจะเข้าช่วยเหลือประชาชนได้หลังครบ 72 ชั่วโมงเท่านั้น

แต่เป็นระยะเวลาสำรองเบื้องต้นที่ช่วยให้ครัวเรือนรับมือสถานการณ์ไม่คาดคิดได้ ขณะที่เจ้าหน้าที่ดำเนินการแก้ไขปัญหาและจัดระบบความช่วยเหลือ

ความเสี่ยงที่แต่ละประเทศนำมาประกอบการวางแผนมีความแตกต่างกัน ตั้งแต่ภัยธรรมชาติ การขาดแคลนพลังงาน การหยุดชะงักของระบบขนส่ง ไปจนถึงภัยคุกคามด้านเทคโนโลยีและความมั่นคง

ด้วยเหตุนี้ การประกาศคำแนะนำให้เตรียมชุดฉุกเฉินจึงต้องพิจารณาควบคู่กับวัตถุประสงค์และสถานการณ์ของแต่ละประเทศ ไม่สามารถสรุปได้จากตัวเลข 72 ชั่วโมงเพียงอย่างเดียว

ไทยมีความจำเป็นต้องสำรองอาหาร 3 วันหรือไม่

แม้ สมช. จะยืนยันว่าไม่มีประกาศให้ประชาชนเตรียมเสบียงจากสถานการณ์ตะวันออกกลาง แต่การจัดเตรียมสิ่งของสำหรับรับมือเหตุฉุกเฉินทั่วไปยังเป็นเรื่องที่แต่ละครัวเรือนสามารถวางแผนได้

สำหรับประเทศไทย ภัยที่อาจทำให้ประชาชนต้องพึ่งพาสิ่งของสำรอง ได้แก่ น้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลาก ดินถล่ม พายุรุนแรง ตลอดจนเหตุไฟฟ้าดับหรือระบบสื่อสารขัดข้อง

ครัวเรือนที่อยู่ในพื้นที่เสี่ยงสามารถเตรียมน้ำดื่ม อาหารสำเร็จรูป ยาประจำตัว ไฟฉาย อุปกรณ์ปฐมพยาบาล และแบตเตอรี่สำรอง โดยคำนึงถึงจำนวนสมาชิกและความจำเป็นเฉพาะบุคคล

สำหรับครอบครัวที่มีเด็กทารก ผู้สูงอายุ หรือผู้ป่วยที่ต้องใช้ยาอย่างต่อเนื่อง อาจต้องเตรียมอุปกรณ์เพิ่มเติมให้เหมาะสมกับการดูแลในสถานการณ์ฉุกเฉิน

ขณะเดียวกัน การสำรองเงินสดไว้ใช้จ่ายจำนวนหนึ่งก็เป็นอีกทางเลือกสำหรับกรณีระบบธนาคารออนไลน์หรือการชำระเงินผ่านโทรศัพท์มือถือไม่สามารถใช้งานได้ชั่วคราว

ทั้งนี้ การเตรียมความพร้อมดังกล่าวเป็นการป้องกันความเสี่ยงในชีวิตประจำวัน ไม่ใช่ข้อกำหนดใหม่หรือคำสั่งจากหน่วยงานด้านความมั่นคงของประเทศไทย

ย้อนลำดับเหตุการณ์ ก่อน สมช. ออกมาชี้แจงข้อเท็จจริง

เมื่อวันที่ 27 ตุลาคม 2569 พล.อ.ชัยพฤกษ์ ด้วงประพัฒน์ เลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ เปิดเผยถึงการติดตามสถานการณ์ความขัดแย้งในตะวันออกกลาง พร้อมระบุถึงกำหนดการหารือกับเอกอัครราชทูตอังกฤษ เพื่อสอบถามเกี่ยวกับแนวทางการแจ้งเตือนและเตรียมความพร้อมของประชาชนในสหราชอาณาจักร

ต่อมาวันที่ 28 ตุลาคม มีการนำเสนอข้อมูลเกี่ยวกับมาตรการเตรียมเสบียงฉุกเฉินของรัฐบาลหลายประเทศ ทั้งสหราชอาณาจักร ประเทศในยุโรปเหนือ และญี่ปุ่น ซึ่งมีแนวทางรองรับสถานการณ์ฉุกเฉินตั้งแต่ 72 ชั่วโมงจนถึง 7 วัน

กระทั่งวันที่ 29 ตุลาคม สำนักโฆษกกระทรวงกลาโหมเผยแพร่คำชี้แจงจาก สมช. ยืนยันว่าประเทศไทยไม่มีประกาศให้ประชาชนสำรองอาหาร เวชภัณฑ์ หรือสิ่งของจำเป็นเป็นเวลา 72 ชั่วโมง เพื่อรับมือความขัดแย้งในตะวันออกกลาง

ท่าทีล่าสุดของ สมช. ยังคงมุ่งติดตามและประเมินสถานการณ์ระหว่างประเทศอย่างต่อเนื่อง พร้อมประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในการเตรียมความพร้อมตามความเหมาะสม

สำหรับประชาชน การติดตามประกาศจากหน่วยงานราชการโดยตรงจะช่วยป้องกันความเข้าใจคลาดเคลื่อน ขณะที่การเตรียมอุปกรณ์ฉุกเฉินไว้ภายในบ้านสามารถดำเนินการได้ตามความจำเป็น โดยไม่ต้องกักตุนสินค้าจำนวนมากหรือเร่งซื้อสิ่งของจากความกังวลต่อข่าวที่ยังไม่ได้รับการยืนยัน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง