แรมโบ้ ย้ำ 'บิ๊กแดง' ห่วงประเทศ ฝากถึงน้องน.ศ. อย่าให้ใครชักใย ยกเคสตัวเองเป็นบทเรียน

แรมโบ้ ย้ำ 'บิ๊กแดง' ห่วงประเทศ ฝากถึงน้องน.ศ. อย่าให้ใครชักใย ยกเคสตัวเองเป็นบทเรียน
มติชน
26 กรกฎาคม 2563 ( 11:09 )
32
แรมโบ้ ย้ำ 'บิ๊กแดง' ห่วงประเทศ ฝากถึงน้องน.ศ. อย่าให้ใครชักใย ยกเคสตัวเองเป็นบทเรียน

“แรมโบ้” ย้ำ “ผบ.ทบ.” พูดปมนักศึกษาเคลื่อนไหวเพราะปกป้องสถาบัน ห่วงประเทศ ข้องใจ “ธนาธร” พูดสนับสนุนนิสิต นักศึกษา เพราะหวังผลทางการเมืองหเพื่อประโยชน์ของกลุ่มตนเองหรือไม่ ก่อน เล่าบทเรียนอันเจ็บปวดในอดีตของตนเองในการชุมนุมปี 52-53 ถึงน้องๆ นศ.เอามาเป็นบทเรียนให้ทบทวนการชุมนุม

เมื่อวันที่ 26 กรกฎาคม นายสุภรณ์ อัตถาวงศ์ ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงกรณีที่นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ ประธานคณะก้าวหน้า กล่าวระหว่างไลฟ์สด จัดรายการ “ก้าวหน้า Talk” โดยช่วงหนึ่งให้ความเห็นเรื่องม็อบเยาวชนปลดแอก ว่า ผบ.ทบ.ไม่มีสิทธิ์มาให้ความเห็นทางการเมือง โดยระบุว่าการที่ ผบ.ทบ.ต้องออกมาพูดนั้นก็เพราะมีความเป็นห่วงประเทศชาติ และออกมาเพื่อปกป้องสถาบันพระมหากษัตริย์ ไม่ได้ขัดขวางการชุมนุมของนักศึกษา แต่ให้เป็นไปตามกฎหมายเพื่อให้เกิดความสงบเรียบร้อยในบ้านเมือง เพียงขออย่าก้าวล่วงสถาบันพระมหากษัตริย์ ซึ่งก็เป็นเรื่องที่ดีที่ ผบ.ทบ.ออกมาปรามเรื่องการก้าวล่วงไว้ ซึ่งเรื่องนี้แม้จะไม่ใช่เพียง ผบ.ทบ.เท่านั้นประชาชนที่รักประเทศและเทิดทูนสถาบัน ก็อยากออกมาพูดเรื่องปกป้องสถาบันฯ มากมายเช่นกัน

และที่ นายธนาธร ระบุว่า ผบ.ทบ.เปิดบ้านให้ นายสาธิต เซกัล นักธุรกิจไทยเชื้อสายอินเดียและคณะเข้าพบแต่ไม่รับฟังนายอานนท์ นำภา และ นายพริษฐ์ ชิวารักษ์ หรือ เพนกวิน ที่เดินทางไปหาที่หน้ากองทัพบก นายธนาธร ต้องเข้าใจว่านายสาธิต เข้าพบ ผบ.ทบ.เพราะเขาไปเพื่อเล่าความไม่สบายใจเกี่ยวกับเนื้อหาการปราศรัยของนิสิต นักศึกษาบางคน และนายสาธิต ก็ถือว่าเป็นผู้ที่ทำประโยชน์ให้กับประเทศชาติมามากมาย และมีเจตนาที่ดี มีความเป็นห่วงประเทศชาติ ซึ่งแตกต่างจาก นายพริษฐ์ และนายอานนท์ ที่ออกมาเคลื่อนไหวต่อต้านตลอดมา ว่ามีเป้าประสงค์อย่างไร คนไทยทุกคนพออ่านทางออก

นายสุภรณ์ กล่าวต่อว่า ผมเชื่อว่านายธนาธร น่าจะเข้าใจเรื่องนี้ว่าทั้ง ผบ.ทบ. และนายสาธิต ทำไปเพื่ออะไร แต่กลับออกมาพูดในลักษณะตำหนิทั้ง 2 คน และยังไปพูดดูเหมือนเป็นการสนับสนุนการชุมนุมของนิสิต นักศึกษา ทั้งที่ประเทศเราต้องการความสามัคคีปรองดอง ไม่ต้องการให้เกิดความขัดแย้งและวุ่นวายอีกต่อไป ซึ่งแม้นายธนาธร จะออกมาปฏิเสธไม่ได้อยู่เบื้องหลัง การเคลื่อนไหวของนิสิต นักศึกษา แต่ทำให้ตนอดคิดไม่ได้ว่านายธนาธรฯ น่าจะอยู่เบื้องหลังการชุมนุมหรือไม่

“นายธนาธร เป็นถึงอดีตนักการเมืองและมี ส.ส.พรรคก้าวไกลเป็นทีมงาน ก็ควรยึดมั่นในระบบรัฐสภาซึ่งมีกลไกลระบบรัฐสภาในการแก้ไขปัญหา ควรจะสนับสนุนให้มีการแก้ไขปัญหาต่างๆด้วยกระบวนการต่างๆ ที่มีอยู่ ไม่ใช่ควรใช้วิธีแก้ไขปัญหาบนท้องถนน ยุหรือส่งเสริมให้น้องๆ นักศึกษาออกมาเคลื่อนไหว เว้นแต่เพียงว่านายธนาธรฯ อยากใช้โอกาสการเคลื่อนไหวของนิสิต นักศึกษา ล้มรัฐบาลเพื่อประโยชน์ทางการเมืองของตัวเอง และเพื่อให้เกิดความวุ่นวายในบ้านเมืองตามมา ซึ่งไม่สมควรอย่างยิ่งที่ถ้าคิดเช่นนั้น” นายสุภรณ์กล่าว

ทั้งนี้ ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำนายกรัฐมนตรี ยังฝากถึงนักศึกษาว่า อย่าให้ใครชักใยหรือหนุนหลังเด็ดขาด เพราะบทเรียนในการชุมนุมของพวกพี่ๆ ในอดีตสมัยปี 52 – 53 พวกพี่ๆ เคยตกเป็นเครื่องมือให้กับกลุ่มบุคคลที่หนุนหลังเพื่อก้าวสู่อำนาจในบ้านเมือง เพียงหวังผลประโยชน์ให้กลุ่มและพวกพ้องของตนเอง จนทำให้มีการชุมนุมอันยาวนาน เกิดความขัดแย้งหลายสีเสื้อหลายกลุ่ม ทำให้คนไทยเกิดความขัดแย้งทะเลาะกันวุ่นวายทั้งแผ่นดิน ส่งผลทำลายเศรษฐกิจประเทศเสียหายย่อยยับ การค้าการขายการลงทุนเสียหายยับเยิน

บทเรียนที่พี่ๆ ต้องจดจำในอดีตว่า จะต้องบอกกล่าวรุ่นน้องๆ ไม่อยากให้เกิดขึ้นอีกต่อไป เราจะต้องเดินหน้าจับมือกันให้บ้านเมืองเดินไปข้างหน้าให้ได้ ต้องร่วมมือกันเอาบทเรียนการชุมนุมในอดีตมาเล่าหรือบอกกล่าวน้องๆ นักศึกษาให้ทราบความจริง เพื่อที่จะให้บ้านเมืองไม่ต้องย้อนกลับไปให้มันเจ็บปวดหัวใจเหมือนอดีตในปี 52-53 อีกต่อไป พี่ๆ จดจำภาพในอดีตติดตาติดใจตลอดเวลาเพราะมันเจ็บปวดหัวใจที่สุด ถ้าย้อนกลับไปได้จะไม่มีทางตกเป็นเครื่องมือให้ใครเด็ดขาด เป็นเรื่องที่ผิดพลาดในชีวิตของพี่ๆ ที่สุด

“ทุกวันนี้ได้แต่คิดสงสารประเทศไทย สงสารประชาชนคนไทย เพราะความผิดพลาดตนเองที่ตกไปเป็นเครื่องมือของกลุ่มคนที่หนุนหลัง แต่ถ้าน้องๆ นักศึกษาชุมนุมตามสิทธิ์ด้วยความบริสุทธิ์ใจก็เป็นสิทธิ์ที่ทำได้ พี่คงห้ามอะไรไม่ได้ เพียงแต่พี่อยากเล่าประสบการณ์บอกกล่าวถึงน้องนักศึกษาทุกคนให้ทราบกับบทเรียนในอดีตอันเจ็บปวดที่เจอมากับตนเอง เพื่อให้น้องๆ ได้ลองคิดและทบทวนดูเท่านั้นเองครับ” นายสุภรณ์ กล่าว

ข่าวที่เกี่ยวข้อง