สธ. ย้ำอีกครั้ง รพ.สนาม ปลอดภัย ไร้ติดเชื้อ ขอให้ปชช. วางใจได้

สธ. ย้ำอีกครั้ง รพ.สนาม ปลอดภัย ไร้ติดเชื้อ ขอให้ปชช. วางใจได้
มติชน
14 มกราคม 2564 ( 18:07 )
30
สธ. ย้ำอีกครั้ง รพ.สนาม ปลอดภัย ไร้ติดเชื้อ ขอให้ปชช. วางใจได้

เมื่อวันที่ 14 มกราคม ที่ กระทรวงสาธารณสุข(สธ.) นพ.จักรรัฐ พิทยาวงศ์อานนท์ ผู้อำนวยการกองระบาดวิทยา กรมควบคุมโรค พร้อมด้วย นพ.ธเรศ กรัษนัยรวิวงค์ อธิบดีกรมสนับสนุนบริการสุขภาพ(สบส.) และ นพ.สามารถ ถิระศักดิ์ รองอธิบดี สบส. รายงานสถานการณ์ของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 หรือ โควิด-19 ในประเทศไทย

 

นพ.จักรรัฐ กล่าวว่า ประเทศไทยมีผู้ติดเชื้อเพิ่มขึ้น 271 ราย เป็นการติดเชื้อในประเทศจากระบบเฝ้าระวัง 78 ราย ค้นหาเชิงรุกในชุมชนและโรงงาน 181 ราย มาจากต่างประเทศ 12 ราย ยอดสะสมในการระบาดรอบใหม่รวม 7,025 ราย หายป่วย 717 ราย เหลือรักษาที่โรงพยาบาล(รพ.) 2,110 ราย เสียชีวิต 2 ราย สะสมเป็น 9 ราย อัตราป่วยตายอยู่ที่ร้อยละ 0.13 ถือว่าต่ำมาก ยังคงอาการหนักใส่ท่อช่วยหายใจ 13 ราย ข้อมูลผู้ติดเชื้อในสัปดาห์ที่สองลดลงเหลือพันกว่าราย จากสัปดาห์แรก 2 พันกว่าราย สถานการณ์เริ่มจะคงที่และลดลง เป็นสัญญาณที่ดีว่าจะผ่อนคลายมาตรการได้เร็วขึ้น แต่การ์ดต้องไม่ตก หน้ากาก ล้างมือ เว้นระยะห่าง ทั้งนี้ ช่วง 7 วันที่ผ่านมาไม่พบผู้ป่วยรายใหม่มี 20 จังหวัด และไม่มีผู้ป่วยรายใหม่เลยเหลือ 17 จังหวัด

 

นพ.จักรรัฐ กล่าวว่า ผู้เสียชีวิตรอบแรกจำนวน 60 ราย ส่วนรอบใหม่สะสม 9 ราย ถือว่าอัตราการเสียชีวิตของรอบแรกสูงกว่า เนื่องจาก 1.ผู้ป่วยเสียชีวิตรอบใหม่อายุไม่มาก อาการไม่รุนแรงมาก แต่ที่เสียชีวิตเพราะมีโรคประจำตัวหลายโรค และ 2. การป้องกันตนเองของทุกคน ใส่หน้ากาก ล้างมือ เว้นระยะห่าง ฯลฯ ทำอย่างเต็มที่ทำให้อัตราเสียชีวิตลดลง ส่วนการเทียบการระบาดทั้งสองรอบ สัดส่วนไม่ต่างกันมาก ส่วนใหญ่เป็นการติดเชื้อในประเทศ อัตราชายหญิงพอๆ กัน กลุ่มอายุที่ติดเชื้อมากของระลอกแรกเฉลี่ย 50-59 ปี ส่วนระลอกใหม่อายุเฉลี่ย 40-49 ปี

 

ด้าน นพ.ธเรศ กล่าวถึงความสำคัญของ รพ.สนาม ว่า จากการลงไปทำงานในพื้นที่ ประเด็นสำคัญของ รพ.สนาม คือ 1.ต้องมีความปลอดภัย ทั้งระบบตัวอาคาร ระบบจัดการน้ำเสีย การจัดการทิศทางการไหลของอากาศ มีบุคลากรทางการแพทย์และสาธารณสุข มีการจัดโซนนิ่งให้ห่างจากพื้นที่ และ 2.ผู้ป่วยร้อยละ 70-80 ไม่มีอาการ ถ้าผู้ป่วยจำนวนมากแล้วไปอยู่ รพ.ปกติ จะทำให้เตียงที่เตรียมไว้รักษาคนในชุมชนจะไม่มีพื้นที่ บุคลากรต้องไปดูแล ระมัดระวังในห้องต่างๆ ทั้งผ่าตัด ห้องไอซียู ดังนั้น การเตรียม รพ.สนาม และรับผู้ป่วยโควิด-19 ในพื้นที่โดยนำผู้ป่วยมาอยู่ ทำให้ รพ.ปกติสามารถบริการต่อไปได้ ขณะนี้มี รพ.สนามจัดตั้งแล้ว 8 แห่งใน 4-5 จังหวัด โดยสมุทรสาครจำเป็นต้องใช้มาก โดยทุกแห่งทำตามแนวทางความปลอดภัย ไม่มีปล่อยให้ติดเชื้อภายนอกหรือติดเชื้อไปสู่ชุมชน และเริ่มได้รับการติดต่อภาคเอกชนหลายรายและหลายจังหวัดเพื่อสนับสนุนพื้นที่และอุปกรณ์ต่างๆ

 

ด้าน นพ.สามารถ กล่าวว่า เรากำหนดแนวทางจัดตั้ง รพ.สนามเพื่อความปลอดภัยต่อชุมชนและประชาชน โดยหลักๆ มี 4 เรื่อง คือ 1.การสนับสนุนการจัดตั้งและดำเนินการ รพ.สนาม ใช้กลไกประชาคม ท้องถิ่น และ อสม. สื่อสารกับประชาชน ยืนยันว่าเรามีสื่อสารกัน ไม่ปกปิดข้อมูล และจะทำให้มีความปลอดภัย หรือร่วมแจ้งว่ามีเหตุอะไรที่จะไม่ปลอดภัย เพื่อจะได้ตรวจสอบหากเป็นจริงจะได้แก้ไขไม่ให้เชื้อออกมาสู่ชุมชน 2.อาคาร สถานที่ และสิ่งแวดล้อม จุดที่ตั้งโดยหลักมีสถานที่ 5 แห่ง คือ ที่โล่งว่างเปล่า ห่างไกลชุมชน 10-20 เมตร ภายใต้มาตรฐานทางการแพทย์, หอประชุม สนามกีฬาที่ห่างไกลจากชุมชน, พื้นที่โล่งใน รพ. , อาคารหอผู้ป่วยที่เพิ่งสร้างเสร็จใหม่

 

นพ.สามารถ กล่าวต่อว่า กรณีสถานกักกันของรัฐทางเลือกที่เปลี่ยนแปลงเป็น รพ.สนามลักษณะโรงแรม จะต้องออกแบบกลางเพื่อให้นำไปปรับใช้ โดยแบ่งเป็น โซนสีเหลืองสำหรับผู้ป่วย สีเขียวของเจ้าหน้าที่ และโซนสีส้มคือกระบวนการห้องน้ำ และขยะติดเชื้อ ซึ่งส่วนสีส้มที่คนกังวลนั้น ทางสถาปนิกและวิศวกรมีการออกแบบให้มีระบบท่อบำบัดที่จะไม่ไปยุ่งกับท่อน้ำเสียของสถานที่นั้นๆ พร้อมใส่คลอรีนและน้ำยาฆ่าเชื้อเพื่อบำบัด ทดสอบน้ำละแวกใกล้เคียงว่ามีเชื้อโควิด-19 ภายในของชุมชนหรือไม่

 

“สีเขียว สำหรับเจ้าหน้าที่ปฏิบัติงานมีชั้นในการเข้า 2-3 ชั้น เมื่อเข้าไปในโซนผู้ป่วยสีเหลือง เมื่อกลับออกมาก็ต้องอาบน้ำ ถอดชุดเพื่อไม่ให้เชื้อติดเข้ามาในส่วนปฏิบัติงานสีเขียว และผู้ป่วยหายแล้วที่จะกลับบ้าน ต้องถอดเสื้อผ้าอาบน้ำ ไม่เอาเสื้อผ้าที่มีเชื้อเปื้อนกลับไปสู่ชุมชน นี่คือสิ่งที่ สธ.ออกแบบ” นพ.สามารถกล่าว

 

3.ด้านกฎหมายที่เกี่ยวข้อง การจัดตั้ง รพ.สนามให้เฉพาะกรณีโรคโควิด 19 เท่านั้น ที่รับการยกเว้นจากพ.ร.บ.สถานพยาบาล ที่นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดจะเป็นอนุญาตให้เกิดขึ้น โดยความเห็นชอบคณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัดเห็นชอบเป็นผู้เลือกสถานที่ ถือว่าทำตามถูกกฎหมาย และ 4.การรักษาพยาบาล กรมการแพทย์ทำแนวทางและปรับปรุงตลอดเวลา เพื่อให้คนป่วยที่ไม่มีอาการหรืออาการน้อยปลอดภัยที่สุด หากเกิดเหตุฉุกเฉินก็จะมีรถเอกซเรย์เข้าไปดูหรือรับส่งต่อได้ ยืนยันว่า รพ.สนามมีความปลอดภัย หากเห็นแล้วไม่เข้าใจสามารถสอบถามได้

ข่าวที่เกี่ยวข้อง