พลังน้ำแข็งเขย่าพะเยา กระแสไอซ์ท้าฐานบ้านใหญ่ก่อนเลือกตั้ง 2569

พะเยาเป็นจังหวัดที่การเมืองเติบโตบนฐานของ “โครงข่ายพื้นที่” มาอย่างต่อเนื่อง ความสัมพันธ์แบบคนรู้จักคน ระบบหัวคะแนน และความคุ้นเคยในชุมชน ถูกหล่อหลอมเป็นฐานเสียงที่มั่นคงยาวนาน โดยเฉพาะเครือข่ายการเมืองของ ธรรมนัส พรหมเผ่า ที่ฝังรากลึกในระดับหมู่บ้าน องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และกลุ่มอาชีพสำคัญ ภาพนี้ชี้ชัดในการเลือกตั้งปี 2566 ซึ่งพะเยามีการแข่งขัน สส.แบบแบ่งเขต 3 เขต และผลลัพธ์ออกมาสอดคล้องกับโครงสร้างอำนาจเดิม ฝ่ายที่ยึดพื้นที่ได้แน่นกว่าสามารถกำหนดทิศทางเกมการเมืองได้ครบทั้งจังหวัด
อย่างไรก็ตาม ต้นปี 2569 พื้นที่ซึ่งถูกมองว่าเป็น “ฐานมั่นธรรมนัส” กลับถูกดึงเข้าสู่ความสนใจอีกครั้งจากปรากฏการณ์ที่ถูกเรียกกันว่า “พลังน้ำแข็ง” หลังการลงพื้นที่ของ รักชนก ศรีนอก หรือ “ไอซ์” จากพรรคประชาชน การเคลื่อนไหวครั้งนี้มีความหมายมากกว่าการหาเสียงทั่วไป เพราะเกิดขึ้นท่ามกลางบริบทของ “สนามศาล” และประเด็นคดีทางการเมืองที่เกี่ยวข้องกับผู้นำเครือข่ายพื้นที่โดยตรง ส่งผลให้การเมืองพะเยาหลุดจากกรอบการแข่งกันเฉพาะในพื้นที่ และถูกขยายเป็นประเด็นระดับประเทศผ่านสื่อและโซเชียลมีเดีย พร้อมกันนั้นก็ทำให้ฐานการเมืองเดิมต้องเผชิญแรงสั่นสะเทือนทั้งจากภายในพื้นที่และสายตาของสังคมภายนอกในเวลาเดียวกัน
ทำไม “พลังน้ำแข็ง” ถึงมีนัยต่อผลเลือกตั้ง
เหตุผลข้อแรกคือกระแสแบบบุคคลกำลังท้าทายการเมืองแบบเครือข่ายพื้นที่
พะเยาในอดีตชนะกันที่ความแน่นของทีมและความต่อเนื่องของการทำงานในพื้นที่ ขณะที่กระแสไอซ์เป็นการสื่อสารแบบ “ยึดประเด็น” ให้คนรู้สึกว่าการเมืองมีพื้นที่ให้ตั้งคำถามและตรวจสอบ ซึ่งเข้าทางคนรุ่นใหม่ แรงงาน และผู้ใช้โซเชียลที่ตัดสินใจจากเรื่องเล่าและจุดยืนมากขึ้น
เหตุผลข้อสองคือเกมคดีทำให้การแข่งขันในพะเยาขยายขอบเขต
มีรายงานข่าวว่าในประเด็นฟ้องร้องที่เป็นข่าว ธรรมนัสถอนฟ้องในส่วนของไอซ์ ขณะที่คดีของรังสิมันต์ โรมยังเดินต่อ และมีนัดสำคัญในเดือนมีนาคม เมื่อการเมืองเจอกฎหมาย ภาพจำจะกลายเป็นพลังระดมผู้สนับสนุนได้ง่ายขึ้น ทั้งในจังหวัดและนอกจังหวัด
เหตุผลข้อสามคือโพลภาคเหนือบอกว่าความนิยม “แดงกับส้ม” สูสีกว่าที่เคย
ผลสำรวจนิด้าโพลเรื่องกระแสการเมืองภาคเหนือช่วงปลายปี 2568 พบว่าพรรคประชาชนอยู่ในกลุ่มนำ และกลุ่ม “ยังไม่พบพรรคที่เหมาะสม” มีสัดส่วนสูง (NIDA Poll) นี่คือหน้าต่างแห่งความเป็นไปได้ เพราะในสนามที่ผู้ลังเลมาก การแกว่งเพียงเล็กน้อยอาจทำให้เขตพลิกได้
ศึก 3 เขต จุดเดือดอยู่ที่ “การไม่ให้คะแนนแตก”
ข้อมูลรายชื่อผู้สมัครรอบใหม่ที่ถูกเผยแพร่ในสื่อ ทำให้เห็นโครงสร้างการแข่งขันชัดขึ้น คือหลายพรรคลงครบ และบางเขตมีผู้สมัครหนาแน่น
ในเชิงยุทธศาสตร์ เขตเมืองมักเป็นพื้นที่ที่ “กระแส” ทำงานง่ายกว่า เพราะคนรับข้อมูลเร็วและเปลี่ยนใจเร็วกว่า ขณะที่เขตชนบทและกึ่งชนบท “เครือข่าย” ยังทรงพลัง ดังนั้นสมการสำคัญไม่ใช่แค่ใครได้เสียงเชียร์มากกว่า แต่คือใครสามารถ “กันคะแนนไม่ให้แตก” ในฝั่งเดียวกันได้มากกว่า โดยเฉพาะกลุ่มผู้เลือกตั้งที่ลังเลและผู้ที่พร้อมเลือกคนใหม่
หากพรรคที่หวังเจาะพื้นที่บ้านใหญ่ยังแย่งฐานเดียวกัน โอกาสที่ฝ่ายเครือข่ายพื้นที่จะชนะด้วยคะแนนไม่ขาดยังมีสูง ตรงข้าม หากเกิดการเทคะแนนในช่วงท้ายให้ผู้ท้าชิงที่ “มีโอกาสจริง” เพียงคนเดียว เขตที่เคยเหมือนล็อกผลก็อาจเปลี่ยนมือได้
พลังน้ำแข็งไม่ได้แปลว่าพะเยาจะเปลี่ยนขั้วทันที แต่หมายถึง “เพดานความแน่น” ของการเมืองแบบเดิมถูกทดสอบเป็นครั้งใหญ่ การเลือกตั้งครั้งหน้าในพะเยา จะไม่ใช่แค่ แข่งกันเรื่องความนิยมระดับชาติหรือผลงานในพื้นที่เพียงด้านใดด้านหนึ่ง แต่เป็นการวัดว่าใครแปลงกระแสให้เป็นคะแนนหน่วยเลือกตั้งได้จริง และใครรักษาคะแนนของตัวเองไม่ให้แตกกระจายจนเสียเขตในวินาทีสุดท้าย
Tag
ยอดนิยมในตอนนี้
