รีเซต

เปิดคำพูดเด็ดทรัมป์ vs ผู้นำ G7 ปะทะคารมอะไรกันบ้าง ?

เปิดคำพูดเด็ดทรัมป์ vs ผู้นำ G7 ปะทะคารมอะไรกันบ้าง ?
TNN ช่อง16
17 มิถุนายน 2569 ( 16:06 )
10

ในช่วงหลายเดือนที่ผ่านมา ทรัมป์ได้แสดงความคิดเห็นแรง ๆ ต่อผู้นำกลุ่ม G7 อยู่เสมอ ในหลากหลายประเด็น เช่น บางประเทศอาจไม่เห็นด้วย และไม่สนับสนุนสหรัฐฯ ในการทำสงครามกับอิหร่าน


เริ่มต้นจาก เอมมานูเอล มาครง ประธานาธิบดีฝรั่งเศส เจ้าภาพการประชุมสุดยอดในปีนี้และเป็นผู้นำที่ทรัมป์รู้จักนานที่สุดในบรรดาผู้นำกลุ่ม G7 ดังนั้น ความสัมพันธ์ของทั้งสองจึงซับซ้อนที่สุด บางวันเคารพกัน บางวันเหน็บแนมเรื่องชีวิตสมรสของมาครง แม้มาครงจะเคยภาคภูมิใจในความสามารถในการรับมือกับทรัมป์มาหลายปี แต่ช่วงหลังมานี้ มาครงดูเหมือนจะหงุดหงิดทรัมป์บ่อยขึ้น


ทรัมป์เคยพูดถึงมาครงว่า 


“ไม่มีใครต้องการมาครง เพราะเดี๋ยวเขาก็ลงจากตำแหน่งแล้ว” 

 “จาก 0-10 เขาคงได้ 8 ไม่สมบูรณ์แบบ แต่นั่นคือฝรั่งเศส เราไม่คาดหวังความสมบูรณ์แบบอยู่แล้ว”


ก่อนหน้านี้ก็เคยวิจารณ์มาครงเรื่องภรรยาว่า ภรรยาของมาครงปฏิบัติต่อเขาได้แย่มาก

ผู้นำคนถัดมาได้แก่ มาร์ก คาร์นีย์ นายกรัฐมนตรีแคนาดา ความสัมพันธ์ของเขากับทรัมป์เริ่มต้นได้ดีเมื่อปีที่แล้ว และดูดีกว่าความสัมพันธ์ของทรัมป์กับจัสติน ทรูโด อดีตนายกรัฐมนตรี แต่ข้อพิพาทเรื่องการค้าและสุนทรพจน์ที่แข็งกร้าวของคาร์นีย์ที่ดาวอสเมื่อต้นปีนี้ ทำให้ทรัมป์เปลี่ยนมุมมอง 


ล่าสุดเขาก็เรียกผู้นำแคนาดาว่า “ผู้ว่าการคาร์นีย์” 


ซึ่งเป็นการสื่อถึงคำขู่ของทรัมป์ที่จะทำให้แคนาดาเป็นรัฐที่ 51 ของสหรัฐอเมริกา และยังเคยพูดอีกว่า แคนาดาอยู่ได้ก็เพราะสหรัฐฯ 


เคียร์ สตาร์เมอร์ นายกรัฐมนตรีอังกฤษ คือเหยื่อของทรัมป์คนถัดไป แค่เพราะสตาร์เมอร์ไม่สนับสนุนสงครามระหว่างสหรัฐฯ กับอิหร่าน ก็ทำให้ความสัมพันธ์ระหว่างทรัมป์กับสตาร์เมอร์ที่ก่อนหน้านี้มีทิศทางที่ดี กลับแย่ลงทันที และตอนนี้ทรัมป์ก็ดูถูกสตาร์เมอร์อีกว่า “ไม่ใช่วินสตัน เชอร์ชิลล์” นายกรัฐมนตรีของสหราชอาณาจักรผู้มากความสามารถ ในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 และเคยกล่าวว่า 


“เขาไม่ต้องการเรือบรรทุกเครื่องบินของอังกฤษหรอก เพราะตัวเขาไม่ต้องการให้ใครมาร่วมสงคราม หลังจะที่เขาทำสงครามชนะไปแล้วหรอก” 


แถมยังวิจารณ์อีกว่า เรื่องบรรทุกเครื่องบินที่อังกฤษส่งมาช่วยนั้นไม่มีคุณภาพ ถ้าเทียบกับสหรัฐฯ ก็เป็นแค่ของเล่น

ส่วนฟรีดริช แมร์ซ นายกรัฐมนตรีเยอรมนี ได้สร้างความประทับใจแรกพบที่ดีกับทรัมป์ เมื่อเขาเดินทางมาถึงทำเนียบขาวพร้อมกับใบเกิดของปู่ของทรัมป์ ซึ่งเกิดในเยอรมนี แต่สถานะของเขาในฐานะหนึ่งในผู้นำยุโรป ที่ทรัมป์ประทับใจที่สุด ก็ลดฮวบ หลังจากที่เขาตั้งคำถามเกี่ยวกับสงครามอิหร่านและกล่าวว่าสหรัฐฯ กำลังถูก “ผู้นำอิหร่านดูหมิ่น"


ทรัมป์เริ่มวิจารณ์ว่า 


ผู้นำเยอรมนีควรใช้เวลาให้การแก้ปัญหาสงครามรัสเซียยูเครน แก้ปัญหาประเทศพัง ๆ ของเขา โดยเฉพาะเรื่องผู้อพยพและพลังงาน 


แม้แต่ผู้นำยุโรปที่มีแนวคิดไปในทิศทางเดียวกับทรัมป์มากที่สุดอย่างนายกรัฐมนตรีจอร์เจีย เมโลนี ของอิตาลี ก็ยังไม่รอด เพราะเมื่อเธอปฏิเสธที่จะเข้าร่วมสงครามกับอิหร่าน และตำหนิทรัมป์ที่วิจารณ์สมเด็จพระสันตะปาปาเลโอที่ 14 ในทางที่ไม่ดี ว่าเป็นสิ่งที่ยอมรับไม่ได้ ทรัมป์จึงตอบโต้เธออย่างรุนแรงว่า

"เธอเป็นหนึ่งในคนที่ไม่อาจยอมรับได้ และเคยคิดว่า เธอกล้าหาญ แต่เขาคิดผิด"

ขณะที่สมาชิกใหม่ล่าสุดของกลุ่ม G7 ก็คือนายกรัฐมนตรีซานาเอะ ทาคาอิจิ ของญี่ปุ่น ถือว่าถูกทรัมป์วิจารณ์น้อยสุด แต่อาจจะแรงสุด เพราะเธอเจอกับมุกตลกเกี่ยวกับเพิร์ลฮาร์เบอร์ซึ่งสร้างความไม่พอใจให้กับญี่ปุ่นเป็นอย่างมาก

ยอดนิยมในตอนนี้

แท็กยอดนิยม

ข่าวที่เกี่ยวข้อง