เขื่อนเจ้าพระยา ปรับลดการระบายน้ำ คงอัตรา 2,200 ลบ.ม./วินาที เฝ้าระวังฝนระลอกใหม่

กรมชลประทานเดินหน้าปรับลดการระบายน้ำท้ายเขื่อนเจ้าพระยา จังหวัดชัยนาท อย่างต่อเนื่อง หลังปริมาณน้ำที่ไหลมาจากพื้นที่ตอนบนแนวโน้มลดลงต่อเนื่อง ล่าสุดที่ สถานี C.2 จังหวัดนครสวรรค์ มีปริมาณน้ำไหลผ่าน 1,936 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที ทำให้เขื่อนเจ้าพระยาปรับลดการระบาย จาก 2,300 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที เหลือ 2,200 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาทีและจะคงอัตราดังกล่าวต่อเนื่อง เพื่อลดปริมาณน้ำที่ไหลลงสู่พื้นที่ท้ายเขื่อนและบรรเทาผลกระทบต่อประชาชนริมแม่น้ำเจ้าพระยา พร้อมบริหารจัดการน้ำให้สอดคล้องกับสถานการณ์จริง
ทั้งนี้ กรมชลประทานยังคงติดตามปริมาณน้ำจากพื้นที่ตอนบนและสถานการณ์ฝนอย่างใกล้ชิด เพื่อปรับการระบายน้ำให้เหมาะสมกับสถานการณ์ โดยคำนึงถึงผลกระทบต่อประชาชนทั้งพื้นที่เหนือและท้ายเขื่อน พร้อมขอให้ประชาชนริมแม่น้ำเจ้าพระยาติดตามประกาศสถานการณ์น้ำจากหน่วยงานราชการอย่างต่อเนื่อง
ส่วนสถานการณ์ลุ่มน้ำป่าสักเริ่มคลี่คลาย หลังปริมาณน้ำจากพื้นที่ตอนบนไหลลงอ่างเก็บน้ำเขื่อนป่าสักชลสิทธิ์ลดลง จึงปรับลดการระบายน้ำจาก 500 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที เหลือ 450 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที ขณะที่เขื่อนพระราม 6 ปรับลดการระบายน้ำจาก 735 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที ลงเหลือ 713 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที เพื่อช่วยบรรเทาปัญหาน้ำท่วมขังในพื้นที่ท้ายเขื่อนพระราม 6 และลดปริมาณน้ำที่จะไหลลงมาสมทบกับแม่น้ำเจ้าพระยา ช่วยลดภาระการรับน้ำของจังหวัดปทุมธานีและกรุงเทพมหานคร อย่างไรก็ตาม ยังต้องเฝ้าระวังฝนระลอกใหม่ ซึ่งอาจทำให้ปริมาณน้ำในลำน้ำสายหลักและพื้นที่ลุ่มต่ำเพิ่มสูงขึ้นได้อีก
ขณะที่ กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยรายงานสถานการณ์อุทกภัย ปัจจุบันยังคงมีสถานการณ์ในพื้นที่ 21 จังหวัด คือ พิษณุโลก นครสวรรค์ อุทัยธานี ลพบุรี สิงห์บุรี ชัยนาท สุพรรณบุรี กาญจนบุรี อ่างทอง พระนครศรีอยุธยา สมุทรปราการ ปทุมธานี นครปฐม ราชบุรี สมุทรสงคราม เพชรบุรี นครนายก ปราจีนบุรี ฉะเชิงเทรา ชลบุรี ระยอง และกรุงเทพมหานคร มีพื้นที่ได้รับผลกระทบ 6,673 หมู่บ้าน 893 ตำบล 104 อำเภอ ประชาชนได้รับผลกระทบ 1,135,377 ครัวเรือน เดือดร้อน 3,158,615 คน และมีผู้เสียชีวิต 64 ราย
Tag
ยอดนิยมในตอนนี้
