ตลท.หนุนความหลากหลายเป็นแห่งแรกในเอเชีย ที่ร่วม Ring the Bell for LGBTIQ+

ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) ก้าวขึ้นเป็นตลาดหลักทรัพย์แห่งแรกในเอเชีย ที่เข้าร่วมแคมเปญระดับโลก Ring the Bell for LGBTIQ+ Equality ซึ่งเป็นความร่วมมือระหว่าง สำนักงานข้าหลวงใหญ่สิทธิมนุษยชนแห่งสหประชาชาติ (UN Human Rights : OHCHR) ,โครงการตลาดหลักทรัพย์ที่ยั่งยืนแห่งสหประชาชาติ (UN Sustainable Stock Exchanges Initiative : SSE) ข้อตกลงโลกแห่งสหประชาชาติ (UN Global Compact : UNGC)
, Koppa - The LGBTI + Economic Power Lab และ Open for Business ซึ่งได้ร่วมกันลั่นระฆังสีรุ้งแห่งความเท่าเทียมอย่างเป็นทางการ เมื่อ 26 มิ.ย.ที่ผ่านมา เพื่อประกาศจุดยืนในการสนับสนุนความหลากหลายของกลุ่ม LGBTIQ+ สิทธิมนุษยชน และการเติบโตทางเศรษฐกิจที่ครอบคลุมทุกกลุ่มคน
โดยในปีนี้ตลาดหลักทรัพย์ทั่วโลกรวม 16 แห่ง ได้เข้าร่วมแคมเปญ Ring the Bell for LGBTIQ+ Equality เป็นปีที่สอง เนื่องในวันสากลยุติความเกลียด กลัวคนรักเพศเดียวกัน คนรักสองเพศ และคนข้ามเพศ (IDAHOBIT) เพื่อขับเคลื่อนความเสมอภาค และสิทธิมนุษยชน สร้างความตระหนักรู้ สร้างสภาพแวดล้อมที่เคารพ และให้คุณค่ากับทุกคนอย่างเท่าเทียม
การเข้าร่วมของ ตลท. ในครั้งนี้ จึงถือเป็นจุดเริ่มต้นของภูมิภาคเอเชีย ที่ก้าวเข้าสู่ความเคลื่อนไหวระดับโลกนี้อย่างเป็นทางการ ซึ่ง ตลท.เป็นตลาดหลักทรัพย์แห่งแรกในเอเชียที่เข้าร่วมแคมเปญระดับโลกนี้
ทั้งนี้ การประกาศจุดยืนของ ตลท.ในครั้งนี้ เกิดขึ้นในช่วงเวลาสำคัญของเศรษฐกิจไทย ที่มุ่งสู่ความครอบคลุมคนทุกกลุ่ม โดยประเทศไทยเป็นชาติแรกในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ที่รับรองกฎหมายสมรสเท่าเทียมตั้งแต่เดือนมกราคม 2568
ขณะที่การเสนอตัวเพื่อประมูลสิทธิ์การเป็นเจ้าภาพ WorldPride 2030 ของประเทศไทย โดยชุมชนไพรด์ในประเทศ ซึ่งได้รับการสนับสนุนจาก TCEB ภายใต้สำนักนายกรัฐมนตรี จึงเกิดความเชื่อมโยงที่ชัดเจนระหว่างตลาดทุน กับวาระการพัฒนาที่ครอบคลุมคนทุกกลุ่ม การเข้าร่วมของ SET จึงถือเป็นการตอกย้ำด้านตลาดทุนให้กับแผนยุทธศาสตร์ระดับชาตินี้อย่างเป็นรูปธรรม
ด้าน ข้อมูลจากรายงานของ Open for Business พบว่า ประเทศที่มีกฎหมายคุ้มครองความหลากหลาย ดึงดูดการลงทุนโดยตรงจากต่างประเทศ (FDI) ได้มากกว่าประเทศที่ไม่มีกฎหมายดังกล่าวถึง 4.5 เท่า
คุณคาเทีย คีริซซี่ รองผู้แทนสำนักงานข้าหลวงใหญ่สิทธิมนุษยชนแห่งสหประชาชาติ ประจำภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ กล่าวว่า หนึ่งปีหลังการบังคับใช้กฎหมายสมรสเท่าเทียม ประเทศไทยมีโอกาสต่อยอดแรงขับเคลื่อนนี้ เพื่อเสริมสร้างการคุ้มครองและทำให้สิทธิของผู้ที่มีความหลากหลายทางเพศหรือ LGBTIQ+ เป็นจริงได้ การที่ ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยร่วมลั่นระฆัง คือ การส่งสารที่ชัดเจนว่าภาคธุรกิจมีความรับผิดชอบในการเคารพสิทธิมนุษยชน ขจัดการเลือกปฏิบัติ
คุณณัฐินีฐิติ ภิญญาปิญชาน์ ผู้ก่อตั้งบริษัท ทรานส์ทาเลนท์ คอนซัลติ้ง กรุ๊ป พันธมิตรด้านเทคนิคด้าน LGBTIQ+ ของแคมเปญ กล่าวว่า เศรษฐกิจเพศหลากหลาย LGBTIQ+ ระดับโลกมีมูลค่าราว 4.7 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ ถือเป็นเศรษฐกิจขนาดใหญ่เป็นอันดับสามของโลก รองจากสหรัฐอเมริกาและจีน แต่ตัวเลขนี้มักถูกมองผ่านมุมของผู้บริโภคเท่านั้น ทั้งที่แรงงาน LGBTIQ+ มีอยู่ในทุกขั้นของระบบเศรษฐกิจไทยมาตลอด ทั้งในระบบและนอกระบบ ตั้งแต่ภาคแรงงานนอกระบบจนถึงห้องประชุมบอร์ดบริหาร
คำถามในวันนี้จึงไม่ใช่ว่าจะให้ความครอบคลุมหรือไม่ แต่คือจะบูรณาการศักยภาพที่ยังไม่ถูกใช้นี้เข้าสู่ระบบเศรษฐกิจอย่างไร การมีกฎหมายสมรสเท่าเทียมและความมุ่งหมายสู่การเป็นเจ้าภาพ WorldPride 2030 สามารถยกระดับให้ประเทศไทยอยู่แนวหน้าของการเป็นศูนย์กลางเศรษฐกิจสีรุ้งแห่งเอเชีย ไม่ว่าจะในมุมตลาด การลงทุน นโยบาย และความเป็นธรรมทางเศรษฐกิจ การที่ตลท.ลั่นระฆังในวันนี้ คือสัญญาณว่าโครงสร้างพื้นฐานทางการเงินของไทยพร้อมเป็นผู้นำการเปลี่ยนแปลงนี้แล้ว
ด้าน คุณพรรณวดี ลดาวัลย์ ณ อยุธยา รองผู้จัดการ ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย กล่าวว่า งานครั้งนี้ ไม่เพียงแต่เป็นการเฉลิมฉลองความหลากหลายเท่านั้น แต่ยังเป็นโอกาสสำคัญที่เราจะได้ร่วมกันตอกย้ำถึงหลักการอันเป็นหัวใจสำคัญของการสร้างองค์กรที่แข็งแกร่ง สังคมที่ตอบรับความแตกต่าง และตลาดทุนที่มีความยืดหยุ่นและยั่งยืน ซึ่งตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยมีความภาคภูมิใจ ที่เป็นตลาดหลักทรัพย์แห่งแรกในเอเชีย ที่เข้าร่วมโครงการ Ring the Bell for LGBTIQ+ Equality
โดย SET เชื่อมั่นว่า เบื้องหลังทุกบริษัท ทุกนวัตกรรม ทุกการตัดสินใจลงทุน และทุกธุรกิจที่ยั่งยืนคือ คน โดยคนจะทำงานได้ดีที่สุดเมื่อได้รับความเคารพ การยอมรับ และสามารถเป็นตัวเองได้อย่างเต็มที่ เช่นเดียวกับตลาดทุนที่จะมีความเข้มแข็งอย่างแท้จริงเมื่อทุกคนมีโอกาสเข้ามามีส่วนร่วมและสร้างคุณค่าได้อย่างเท่าเทียม จากการยอมรับความหลายมาต่อเนื่องตามมาตรฐานสากล SET ได้ให้ความสำคัญกับผู้บริหารที่มีความสามารถโดยไม่เลือกเพศ // ให้สวัสดิการพนักงานที่เป็นคู่สมรส โดยไม่ได้จำกัดในรูปแบบการสมรส และไม่จำกัดนิยามครอบครัวแบบดั้งเดิม
และนอกจากจะส่งเสริมภายในองค์กรแล้ว SET ยังส่งเสริมให้บริษัทจดทะเบียนดำเนินการในแนวทางเดียวกันด้วย ซึ่งตลท.ได้การดำเนินการมาอย่างต่อเนื่องเพื่อสนับสนุนความหลากหลาย เพราะเรื่องนี้เป็นส่วหนึ่งใน แนวคิดการพัฒนาธุรกิจและการลงทุนที่ยั่งยืน (ESG ) และเป็นการยอมรับในระดับมาตรฐานสากล น่าจะมีส่วนให้ประเทศไทยเรามีมุมมองต่อเรื่องนี้มากขึ้น และมีส่วนช่วยขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทยต่อไป
"การที่เรามีสภาพแวดล้อมหรือมาตรฐาน หรือกฎเกณฑ์กฎระเบียบที่เอื้อต่อคนกลุ่มนี้ การที่เราสนับสนุนในเรื่องนี้ ก็จะเป็นมาร์เก็ตติ้งของประเทศที่สำคัญ น่าจะดึงดูดการมาท่องเที่ยว มาพัก รวมถึงมาลงทุนด้วย เพราะมีเศรษฐกิจหลายตัวธุรกิจหลายอย่างที่จะต้องลงทุน ถ้าเราโอบรับก็น่าจะมีโอกาสในการสร้างเศรษฐกิจได้ด้วย และนโยบายในเรื่องนี้คงไม่ใช่แค่เรื่องของคน การดูแลคนอย่างเดียว เพราะถ้าเราดูแลคนได้ดี สร้างสภาพแวดล้อมได้ดี ก็น่าจะดึงดูดให้คนเดินทางเข้ามาได้ เข้ามาลงทุนได้ อันนี้ก็จะเป็นอีกหนึ่งตลาดที่จะมาสร้าง Economic Growth อีกทาง รวมทั้งถ้าลิงก์กลับมาที่ตลาดหลักทรัพย์เอง ถ้าเศรษฐกิจดีก็เป็นโอกาสในการลงทุน การระดมทุน หรืออาจจะมีคนที่อยากจะลงทุนที่เกี่ยวกับ LGBTIQ+ ก็จะมีมุมมองพวกนี้เพิ่มเข้ามาด้วย ก็จะเป็นโอกาส ทั้งในเรื่องของทั้งเศรษฐกิจและการลงทุน" คุณพรรณวดี กล่าว
Tag
ยอดนิยมในตอนนี้
