รีเซต

Mazda 6e: หนึ่งในรถ EV ที่เรียกเสียงฮือฮามากที่สุดของงานมอเตอร์โชว์ 2026 กับราคาเปิดตัว 1.169 ล้านบาท

Mazda 6e: หนึ่งในรถ EV ที่เรียกเสียงฮือฮามากที่สุดของงานมอเตอร์โชว์ 2026 กับราคาเปิดตัว 1.169 ล้านบาท
TNN ช่อง16
24 มีนาคม 2569 ( 21:57 )
13

มาสด้า ซิกซ์ อี (Mazda 6e) ถือเป็นหนึ่งในการกลับมาในด้านการตลาดที่สำคัญที่สุดครั้งหนึ่งของ Mazda ประเทศไทย โดยสื่อมวลชนส่วนใหญ่ที่ได้ทดลองขับให้เสียงตอบรับในทิศทางที่ดี ทั้งการขับขี่ ช่วงล่าง ไปจนถึงงานประกอบภายใน 

ก่อนที่จะเปิดราคาเริ่มต้นที่ 1,169,000 บาท และรุ่นท็อปที่ราคา 1,199,000 บาท ภายในงานมอเตอร์โชว์ 2026 รอบสื่อมวลชนเมื่อวันที่ 23 มีนาคมที่ผ่านมา และทำให้หน้าเว็บจองล่มในคืนวันเดียวกัน แต่กระแสทั้งหมดนี้ อาจไม่ได้เกิดขึ้นเพียงชั่วข้ามคืน

ที่มากระแส Mazda 6e ในไทย

ย้อนกลับไปเมื่อไม่นานมานี้ Mazda 6e ในประเทศไทยเปิดตัวอย่างเป็นทางครั้งครั้งแรกภายในงานมอเตอร์ เอ็กซ์โป (Motor Expo 2025) หนึ่งในงานจัดแสดงรถยนต์ที่ใหญ่ที่สุดของประเทศไทยในช่วงปลายปีที่ผ่านมา 

โดย Mazda 6e เป็นแพลตฟอร์มที่พัฒนาร่วมกันกับฉางอัน (CHANGAN) ที่นำเอาแพลตฟอร์มของ Deepal L07 มาต่อยอดภายใต้การควบคุมการผลิตของ Mazda ซึ่งนำมาจัดแสดงในไทย แต่ยังเป็นพวงมาลัยซ้ายในตอนนั้น

สื่อมวลชนในสายยานยนต์ในตอนนั้นคาดการณ์ว่า ด้วยมิติตัวรถที่ใกล้เคียงกับ Tesla Model 3 รวมถึง MG IM5 (ที่เปิดตัวแล้วภายในงานมอเตอร์โชว์ปีนี้ด้วยเช่นกัน) จะทำให้ Mazda 6e กลายเป็นหนึ่งในคู่แข่งทางการตลาดไปโดยปริยาย 

และเมื่อเปิดตัวในราคาเริ่มต้น 1,169,000 บาท ทำให้ Mazda 6e กลายเป็นหนึ่งในคู่แข่งทางการตลาดของกลุ่มรถยนต์พลังงานไฟฟ้าที่น่าจับตามอง และราคานี้ยังเป็นอีกหนึ่งการทำการตลาดที่กลุ่มรถยนต์เชื้อเพลิงสันดาปและไฮบริดในช่วงราคาเดียวกันเองก็ไม่อาจมองข้ามได้

ข้อมูลรถยนต์ไฟฟ้า Mazda 6e ทั้งหมด

ภายนอก/เทคนิค

  • มิติตัวรถ 4,921 x 1,890 x 1,491 มม.
  • ระยะฐานล้อ 2,895 มม.
  • ปริมาตรห้องเก็บสัมภาระท้าย 336/1,074 ลิตร (เมื่อไม่พับ/พับเบาะหลัง)
  • ประเภทแบตเตอรี่ LFP Lithium ion
  • ความจุแบตเตอรี่ 77.9 กิโลวัตต์-ชั่วโมง
  • กำลังไฟฟ้าสูงสุดสำหรับการชาร์จ DC 194 กิโลวัตต์
  • กำลังไฟฟ้าสูงสุดสำหรับการชาร์จ AC 11 กิโลวัตต์
  • เวลาในการชาร์จ DC เร็ว 10% - 80% ภายใน 24 นาที
  • เวลาในการชาร์จ DC เร็ว 30% - 80% ภายใน 15 นาที
  • เวลาในการชาร์จ AC เต็ม 0% - 100% 7 ชั่วโมง 53 นาที
  • ระบบส่งกำลัง Single-Speed RWD
  • กำลังสูงสุด 258 แรงม้า (PS)
  • แรงบิดสูงสุด 290 นิวตันเมตร
  • ความเร็วสูงสุด 175 กม./ชม.
  • อัตราเร่ง 0 - 100 กม./ชม. 7.9 วินาที 
  • อัตราการใช้พลังงาน 140 วัตต์-ชั่วโมง/กม.
  • ระยะทางสูงสุด 654/560 กม. (มาตรฐาน NEDC/WLTP)
  • ระบบกันสะเทือนหน้า อิสระแม็คเฟอร์สันสตรัท พร้อมเหล็กกันโคลง
  • ระบบกันสะเทือนหลัง อิสระมัลติลิงค์ พร้อมเหล็กกันโคลง
  • ขนาดยาง 245/45 R19
  • กระจังหน้าแบบ Flying Signature
  • ไฟหน้าแบบ LED พร้อม Daytime Running Lights แบบ LED
  • ระบบเปิด-ปิด ไฟหน้าอัตโนมัติ
  • ไฟท้ายแบบ LED Through-Flow
  • กระจกมองข้างปรับและพับไฟฟ้า พร้อมไฟเลี้ยว
  • ระบบพับกระจกมองข้างอัตโนมัติ
  • ระบบไล่ฝ้าและระบบบันทึกตำแหน่ง กระจกมองข้าง
  • ระบบปรับมุมมองกระจกมองข้างอัตโนมัติเมื่อถอยหลัง
  • ประตูท้ายไฟฟ้า
  • สปอยเลอร์หลังไฟฟ้า เปิด-ปิดตามความเร็วอัตโนมัติ
  • ที่ปัดน้ำฝนพร้อมเซ็นเซอร์ตรวจจับน้ำฝน
  • หลังคากระจกแบบพาโนรามา (กระจกกรองแสงและลดความร้อน)
  • ระบบกุญแจรีโมทอัจฉริยะ
  • ประตูแบบไร้กรอบพร้อมมือจับแบบฝังเรียบ

ภายใน

  • หน้าต่างแสดงข้อมูลการขับขี่แบบ AR บนกระจกหน้ารถ
  • Ambient Light ในห้องโดยสาร ปรับได้ 64 เฉดสี 
  • กระจกมองหลังปรับลดแสงอัตโนมัติ
  • แผงหลังคา - สีดำ
  • วัสดุตกแต่งภายใน หนังสีดำ, เมทัลลิก เฉพาะรุ่น Premium
  • รายการภายในเฉพาะรุ่น Exclusive (1.199 ล้านบาท)
    • เบาะนั่ง - หนังสีแทน Nappa / Suede
    • วัสดุตกแต่งภายใน หนังสีแทน Nappa / Suede, ลายไม้สีดำ
    • กรอบช่องแอร์ - สีไทเทเนียม
    • พวงมาลัยหุ้มหนังทูโทน สีดำ / สีแทน
  • ม่านบังแดดไฟฟ้า
  • เบาะนั่งผู้โดยสารด้านหน้าปรับไฟฟ้า 4 ทิศทาง
  • เบาะนั่งคนขับปรับไฟฟ้า 10 ทิศทาง พร้อมระบบดันหลังและระบบบันทึกตำแหน่ง
  • ระบบปรับเบาะนั่งคนขับอัตโนมัติเพื่อต้อนรับผู้ขับขี่ (ขยับเบาะไฟฟ้าเพื่อให้เข้าห้องโดยสารสะดวกขึ้น)
  • กระจกหน้าต่างไฟฟ้า ปรับขึ้น-ลง แบบอัตโนมัติทั้ง 4 บาน พร้อมระบบป้องกันการหนีบ
  • เบาะหลังพับแยกแบบ 60:40
  • พวงมาลัยมัลติฟังก์ชั่น ปรับ 4 ทิศทาง
  • ระบบปรับอากาศอัตโนมัติแบบ Dual Zone 
  • ช่องแอร์สำหรับ ผู้โดยสารตอนหลัง
  • ระบบฟอกอากาศพร้อมเครื่องกำเนิดไอออน
  • ระบบตรวจและกรองฝุ่น PM2.5 ในห้องโดยสาร
  • หน้าจอมาตรวัดขนาด 10.1 นิ้ว
  • หน้าจอ Center Display แบบสัมผัสขนาด 14.6 นิ้ว รองรับระบบ Apple CarPlay® / Android Auto™ แบบไร้สาย
  • Wireless Charger 
  • ระบบเสียง Sony® พร้อมลำโพง 14 ตำแหน่ง รวมที่พนักพิงศีรษะคนขับ
  • ลำโพงภายนอก
  • หน้าจอสัมผัสสำหรับระบบปรับอากาศ / ม่านบังแดด / ตำแหน่งเบาะผู้โดยสารด้านหน้า ของผู้โดยสารด้านหลัง
  • USB-A, USB-C ด้านหน้า ช่องจ่ายไฟ 12V
  • USB-C ด้านหลัง
  • ระบบสั่งการด้วยเสียง พร้อมระบบจดจำเสียงแบบแยกโซน 4 ที่นั่ง
  • ระบบสั่งการด้วยท่าทาง สำหรับการโทรและระบบเสียง
  • การอัปเดตซอฟต์แวร์ผ่านระบบไร้สาย OTA
  • กุญแจบลูทูธผ่านแอปพลิเคชัน MAZDA6e* พร้อมระบบ Key Sharing
  • รองรับการควบคุมรถผ่านแอปพลิเคชัน

ระบบช่วยเหลือผู้ขับขี่/ระบบความปลอดภัย

  • เสียงจำลองการขับขี่
  • ถุงลมนิรภัย 9 ตำแหน่ง รวมถึงถุงลมนิรภัยตรงกลางด้านหน้า
  • ระบบช่วยออกตัวบนทางลาดชัน HLA (Hill Launch Assist)
  • ระบบควบคุมเสถียรภาพการทรงตัวแบบไดนามิก DSC (Dynamic Stability Control)
  • เบรกมือไฟฟ้าพร้อมระบบ Auto Hold
  • กล้องมองรอบคัน 360 องศา  พร้อมเซ็นเซอร์กะระยะด้านหน้าและด้านหลัง
  • ระบบควบคุมความเร็วอัตโนมัติ MRCC แบบ Stop & Go
  • ระบบควบคุมความเร็วและพวงมาลัยตามรถคันหน้า CTS 
  • ระบบควบคุมไฟสูงอัตโนมัติ HBC (High Beam Control)
  • ระบบเตือนการชนด้านหลัง RCW (Rear Collision Warning)
  • ระบบเตือนการชนด้านหน้า FCW (Front Collision Warning)
  • ระบบเบรกฉุกเฉินอัตโนมัติด้านหน้า SBS-F (Smart Brake Support Front)
  • ระบบเบรกฉุกเฉินอัตโนมัติด้านหลัง SBS-RC (Smart Brake Support Rear Crossing)
  • ระบบเบรกฉุกเฉินอัตโนมัติ AEB (Autonomous Emergency Braking)
  • ระบบป้องกันการชนครั้งที่สอง SCM (Second Collision Monitoring)
  • ระบบช่วยควบคุมรถให้อยู่ในเลน LKAS (Lane Keeping Assist System)
  • ระบบเตือนเมื่อรถเบี่ยงออกนอกเลน LDWS (Lane Departure Warning System)
  • ระบบป้องกันรถเบี่ยงออกนอกเลน LDP (Lane Departure Prevention)
  • ระบบช่วยควบคุมรถกลับเข้าสู่เลน ELK (Emergency Lane Keeping)
  • ระบบเตือนเมื่อมีรถในจุดอับสายตาขณะเปลี่ยนเลน ABSM (Advanced Blind Spot Monitoring)
  • ระบบเตือนเมื่อมีรถในจุดอับสายตาขณะถอยหลัง RCTA (Rear Cross Traffic Alert)
  • ระบบเตือนการเปิดประตู DOW (Door Opening Warning)
  • ระบบช่วยควบคุมระยะห่างกับรถคันข้างหน้า FDM (Forward Distance Monitoring)
  • ระบบตัดกำลังอัตโนมัติเมื่อผู้ขับเหยียบแป้นเบรกและคันเร่งพร้อมกัน BOS (Brake Override System)
  • ระบบตรวจสอบพฤติกรรมและสภาวะของผู้ขับขี่ และช่วยเตือน เมื่อผู้ขับเหนื่อยล้าขณะขับขี่
  • ระบบตรวจสอบเเรงดันลมยางอัตโนมัติ TPMS (Tire Pressure Monitoring System)

ยอดนิยมในตอนนี้

แท็กยอดนิยม

ข่าวที่เกี่ยวข้อง