“สิงคโปร์” สุดเจ๋ง ทำเมืองเย็นลงได้ โดยไม่ต้องพึ่งแอร์ทุกตึก

ดร.สนธิ คชวัฒน์ นักวิชาการด้านสิ่งแวดล้อมและสุขภาพ ชมรมนักวิชาการสิ่งแวดล้อมไทย โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก Sonthi Kotchawat เกี่ยวกับเมืองเย็นลงได้ โดยไม่ต้องพึ่งแอร์ทุกตึก
ท่ามกลางอุณหภูมิที่เพิ่มสูงขึ้นจากภาวะโลกร้อน เมืองใหญ่ทั่วโลกกำลังเผชิญความท้าทายในการใช้พลังงานเพื่อทำความเย็นอย่างมหาศาล ระบบปรับอากาศที่ติดตั้งอยู่ตามอาคารต่างๆ ไม่เพียงใช้ไฟฟ้าจำนวนมาก แต่ยังปล่อยความร้อนกลับสู่สิ่งแวดล้อม จนเกิดวงจรที่ยิ่งทำให้เมืองร้อนขึ้นไปอีก
ท่ามกลางปัญหานี้ สิงคโปร์ ได้พัฒนาแนวคิดใหม่ที่พลิกโฉมการทำความเย็นของเมือง ด้วยการสร้างเครือข่ายระบบทำความเย็นระดับเขต (District Cooling Network) แบบใต้ดินที่ใหญ่ที่สุดในโลก ซึ่งตั้งอยู่ในย่าน Marina Bay ระบบนี้เป็นนวัตกรรมสำคัญที่ช่วยให้เมืองสามารถจัดการกับอากาศร้อนแบบเขตร้อนได้อย่างมีประสิทธิภาพและยั่งยืน
ระบบดังกล่าวทำงานโดยการสร้างโรงผลิตน้ำเย็นไว้ใต้ดินลึกถึง 25 เมตร ผลิตน้ำเย็นที่อุณหภูมิประมาณ 4.5 องศาเซลเซียส และส่งผ่านท่อหุ้มฉนวนแบบปิดที่มีความยาวกว่า 5 กิโลเมตรไปยังอาคารต่างๆ ในย่านการเงิน เมื่อน้ำเย็นถูกส่งไปถึงอาคาร จะผ่านเครื่องแลกเปลี่ยนความร้อนเพื่อทำให้อากาศภายในอาคารเย็นลง จากนั้นน้ำที่มีอุณหภูมิสูงขึ้นจะถูกส่งกลับไปยังโรงงานส่วนกลางเพื่อทำความเย็นใหม่อีกครั้งในระบบหมุนเวียนปิด
เมื่อเปรียบเทียบกับระบบปรับอากาศแบบเดิม ระบบนี้สามารถช่วยประหยัดพลังงานได้ถึง 40% และลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ได้เกือบ 20,000 ตันต่อปี ซึ่งเทียบเท่ากับการลดจำนวนรถยนต์บนถนนหลายหมื่นคัน นอกจากนี้ การย้ายระบบทำความเย็นลงใต้ดินยังช่วยคืนพื้นที่บนดาดฟ้าอาคารได้มากถึง 16,000 ตารางเมตร ทำให้สามารถนำพื้นที่เหล่านั้นไปใช้ประโยชน์อื่น เช่น การทำสวนลอยฟ้าหรือสระว่ายน้ำ
อีกหนึ่งจุดเด่นของระบบนี้คือการใช้นวัตกรรมการเก็บพลังงานในรูปแบบน้ำแข็ง หรือ Ice Thermal Storage โดยจะผลิตน้ำแข็งในช่วงเวลากลางคืนที่ค่าไฟฟ้าต่ำ และนำมาใช้ช่วยทำความเย็นในช่วงเวลากลางวันที่มีความต้องการสูง ซึ่งช่วยลดภาระการใช้พลังงานในช่วงพีคได้อย่างมีประสิทธิภาพ
นอกจากการประหยัดพลังงาน ระบบนี้ยังช่วยบรรเทาปรากฏการณ์เกาะความร้อนในเมือง (Urban Heat Island) เนื่องจากลดการปล่อยความร้อนจากเครื่องปรับอากาศจำนวนมากสู่ภายนอก ทำให้บรรยากาศโดยรอบเมืองเย็นลงและน่าอยู่มากขึ้น อีกทั้งยังช่วยลดค่าไฟฟ้าของผู้ใช้งานได้ประมาณ 20–30% ต่อปี
ระบบทำความเย็นใต้ดินของสิงคโปร์จึงเป็นตัวอย่างของการใช้ “นวัตกรรม” เพื่อแก้ปัญหาโลกร้อนอย่างเป็นรูปธรรม ไม่เพียงช่วยลดการใช้พลังงานและการปล่อยก๊าซเรือนกระจก แต่ยังช่วยยกระดับคุณภาพชีวิตของคนเมืองอย่างยั่งยืน และอาจกลายเป็นต้นแบบสำคัญให้กับเมืองใหญ่ทั่วโลกในอนาคต
Tag
ยอดนิยมในตอนนี้
