สหรัฐฯ ทดสอบนักบิน “F-22” สั่งการ “โดรนรบไร้คนขับ” ปฏิบัติการกลางอากาศครั้งแรก

กองทัพอากาศสหรัฐฯ ประสบความสำเร็จในการทดสอบให้นักบินเครื่องบินขับไล่ เอฟทเวนตีทู-แรปเตอร์ (F-22 Raptor) ทำหน้าที่สั่งการโดรนรบไร้คนขับ วายเอฟคิว-โฟร์ตีโฟร์เอ-ฟิวรี่ (YFQ-44A Fury) กลางอากาศเป็นครั้งแรก ซึ่งถือเป็นก้าวสำคัญครั้งใหญ่ไปสู่ยุทธการในอนาคตที่เครื่องบินขับไล่แบบมีคนขับจะทำหน้าที่ควบคุมโดรนอัตโนมัติระหว่างปฏิบัติการรบ
การสาธิตระหว่างเครื่องบินขับไล่และโดรนอัตโนมัติ
การสาธิตซึ่งจัดขึ้นเมื่อช่วงต้นเดือนตุลาคม ปี 2026 เป็นการจับคู่ระหว่างเครื่องบินขับไล่ล่องหนกับอากาศยานรบร่วม หรือ Collaborative Combat Aircraft - CCA ของบริษัท อันดูริล (Anduril) โดยแทนที่จะใช้นักบินบังคับโดรนจากระยะไกลผ่านการควบคุมทีละส่วน โดยนักบิน F-22 สามารถควบคุมโดรนได้โดยตรง ผ่านการส่งคำสั่งยุทธวิธีระดับสูงไปยังซอฟต์แวร์ระบบอัตโนมัติที่ติดตั้งอยู่บนตัวโดรน ให้ปฏิบัติตามเองโดยอัตโนมัติ
การทดสอบนี้ช่วยผลักดันความพยายามของกองทัพอากาศสหรัฐฯ ในการเปลี่ยนอากาศยานไร้คนขับให้กลายเป็นนักบินผู้ช่วยอัตโนมัติ หรือ Autonomous Wingmen ที่สามารถร่วมบินไปกับเครื่องบินขับไล่ เพิ่มระยะการปฏิบัติการ และขยายขีดความสามารถในการรบโดยไม่จำเป็นต้องใช้นักบินประจำการในเครื่องบินทุกลำ
ครั้งแรกของการซ้อมรบร่วมกันทางอากาศ
รายงานระบุว่าในการทดสอบนี้ ทั้งเครื่องบินขับไล่ F-22 และโดรนรบ YFQ-44A ได้ทะยานขึ้นจากฐานทัพอากาศเอ็ดเวิร์ดส์ ในรัฐแคลิฟอร์เนีย และเข้าตั้งขบวนร่วมกันกลางอากาศ จากนั้นนักบินได้ส่งแผนปฏิบัติการไปยังโดรนผ่านระบบเชื่อมโยงข้อมูลทางยุทธวิธี ในขณะที่ซอฟต์แวร์บนตัวโดรน จะรับหน้าที่จัดการเรื่องการบิน และปฏิบัติตามคำสั่งเหล่านั้นอัตโนมัติ
เป้าหมายในระยะยาว คือการให้นักบินเครื่องบินขับไล่เพียงคนเดียวสามารถสั่งการโดรนยุทธการร่วมได้พร้อมกันหลายลำ โดยความท้าทายถัดไปคือการเปลี่ยนขีดความสามารถนี้ให้กลายเป็นระบบปฏิบัติการที่มั่นคงและเชื่อถือได้ ซึ่งอาจเปิดทางให้เครื่องบินขับไล่แบบมีคนขับสามารถนำทางและสั่งการโดรนไร้คนขับหลายลำในฐานะฝูงบินรบประสานงานร่วมกันในอนาคต
Tag
ยอดนิยมในตอนนี้
