กมธ.ตำรวจ เชิญหน่วยงานเกี่ยวข้อง 'เคนมผง' เข้าชี้แจง แนะหน่วยงานภาครัฐทำยุทธศาสตร์ร่วม

กมธ.ตำรวจ เชิญหน่วยงานเกี่ยวข้อง 'เคนมผง' เข้าชี้แจง แนะหน่วยงานภาครัฐทำยุทธศาสตร์ร่วม
มติชน
21 มกราคม 2564 ( 15:35 )
36
กมธ.ตำรวจ เชิญหน่วยงานเกี่ยวข้อง 'เคนมผง' เข้าชี้แจง แนะหน่วยงานภาครัฐทำยุทธศาสตร์ร่วม

เมื่อเวลา 14.25 น. วันที่ 21 มกราคม ที่รัฐสภา นายณัฏฐ์ชนน ศรีก่อเกื้อ โฆษกคณะ กรรมาธิการ (กมธ.) การตำรวจ พร้อมด้วยคณะแถลงข่าวถึงกรณีการแพร่ระบาดและเกิดเหตุการณ์มีผู้เสียชีวิตจากการเสพเคนมผง ว่า วันนี้กมธ.ได้เชิญหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมชี้แจ้ง ได้แก่ ตัวแทนสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ตัวแทนกองบัญชาการตำรวจปราบปรามยาเสพติด ตัวแทนสำนักงานยุทธศาสตร์ตำรวจ ตัวแทนสำนักงานพิสูจน์หลักฐาน ตัวแทนโรงพยาบาลตำรวจ ตัวแทนสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด และตัวแทนกรมการแพทย์

 

นายณัฏฐ์ชนน กล่าวว่า กมธ.ได้ทราบข้อมูลเชิงลึกและสถานการณ์ยาเสพติดในปัจจุบันที่ยังมีความรุนแรง โดยมีแหล่งผลิตยาเสพติดอยู่บริเวณโดยรอบของประเทศไทย ซึ่งยาบ้าจะมีการแพร่ระบาดในประเทศไทย ส่วนยาเสพติดประเภทอื่น เช่น ยาเคตามีน เฮโรอีน จะใช้ประเทศไทยเป็นเส้นทางลำเลียงออกสู่ต่างประเทศ

 

นายณัฏฐ์ชนน กล่าวต่ออีกว่า กมธ.มีข้อเสนอแนะในการแก้ไขปัญหาเรื่องยาเสพติด ดังนี้ หน่วยงานภาครัฐที่เกี่ยวข้องกับหารป้องกันและปราบปรามยาเสพติดในปัจจุบันมีหลายหน่วยงาน และจะมีลักษณะต่างคนต่างทำ ดังนั้นหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทุกหน่วยงานควรจัดทำยุทธศาสตร์ร่วมกันในการป้องกันและปราบปรามยาเสพติดรวมทั้งการฟื้นฟูและบำบัดผู้เสพยาเสพติด จัดจำหน่ายสารที่ออกฤทธิ์ต่อจิตและประสาท เช่น แวเลียมหรือไดอาซีแกรม ซึ่งปัจจุบันสามารถซื้อขายได้ตามร้านขายยา แต่ต้องมีใบสั่งจากแพทย์ มาเป็นการจัดจำหน่ายโดยแพทย์จากสถานพยาบาลและโรงพยาบาลเท่านั้น พิจารณากำหนดให้สารที่ออกฤทธิ์ต่อจิตและประสาท เช่น ไดอาซีแกรม เป็นวัตถุที่ออกฤทธิ์ต่อจิตและประสาทที่ต้องกำหนดให้มีความเข้มงวดมากขึ้น

 

“ขอความร่วมมือบริษัทผู้ให้บริการขนส่งพัสดุในการเก็บรวบรวมข้อมูลบุคคลและพัสดุในการนำพัสดุมาฝากส่งและรับ เพื่อทางราชการจะได้ใช้เป็นข้อมูลในการตรวจสอบผู้กระทำความผิด และส่งเสริมโครงการครูแดร์โดยให้เพิ่มจำนวนเจ้าหน้าที่ตำรวจที่มีอยู่ในปัจจุบันไปให้ความรู้และเยาวชนในสถานศึกษาให้รู้ถึงโทษของยาเสพติด รวมถึงหน่วยงานภาครัฐจะต้องประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนได้รับทราบถึงโทษของวัตถุที่ออกฤทธิ์ต่อจิตและประสาทอย่างต่อเนื่องว่าถ้าใช้เกินขนาดจะส่งผลต่อร่างกายอย่างไร” นายณัฏฐ์ชนน กล่าว

 

นายณัฏฐ์ชนน กล่าวด้วยว่า สาเหตุการตายเกิดจากการใช้ยานอนหลับเกิน 10 กรัม ซึ่งจากการสอบถามนายแพทย์ใหญ่โรงพยาบาลตำรวจพบว่ามีผู้เสียชีวิต 12 ราย

ข่าวที่เกี่ยวข้อง