“หีบสมบัติ” ในห้วงอวกาศ ห่างจากโลก 7,500 ปีแสง

สถาบันวิจัยดาราศาสตร์แห่งชาติ เผยข้อมูลหลังกล้องโทรทรรศน์อวกาศเจมส์ เว็บบ์ (JWST) จับภาพกลุ่มแก๊สและเมฆฝุ่นส่วนหนึ่งในเนบิวลาคารินา ดวงดาวที่เปล่งแสงระยิบระยับท่ามกลางหมอกควันหนาแน่น ดูราวกับอัญมณี ที่เก็บซ่อนไว้ใน “หีบสมบัติแห่งห้วงอวกาศ”
เนบิวลาคารินา (Carina Nebula) เป็นแหล่งก่อตัวดาวฤกษ์ขนาดใหญ่ ห่างจากโลกประมาณ 7,500 ปีแสง ในกลุ่มดาวกระดูกงูเรือ (Carina) มีขนาดเส้นผ่านศูนย์กลางประมาณ 260 ปีแสง และเป็นหนึ่งในแหล่งกำเนิดดาวฤกษ์ขนาดใหญ่ที่สุดในกาแล็กซีทางช้างเผือก เนบิวลาแห่งนี้ถูกค้นพบครั้งแรกเมื่อช่วงปี ค.ศ. 1750 โดย นิโคลัส หลุยส์ เดอ ลาไคย์ (Nicolas Louis de Lacaille) นักดาราศาสตร์ชาวฝรั่งเศส
นักดาราศาสตร์ใช้กล้องถ่ายภาพอินฟราเรดใกล้ (NIRCam) ของกล้องเจมส์เว็บบ์ บันทึกภาพกลุ่มแก๊สและเมฆฝุ่นส่วนหนึ่งในเนบิวลาคารินา ภายในประกอบด้วยดาวฤกษ์อายุน้อยประมาณ 70 ดวง หนึ่งในนั้นเป็นดาวฤกษ์หายากประเภท O (O-type) มีมวลมากกว่าดวงอาทิตย์ถึง 19 เท่า และพบว่าดาวฤกษ์เหล่านี้มีอายุเฉลี่ยประมาณ 1.3 ล้านปี ห่อหุ้มด้วยกลุ่มฝุ่นรอบดาวฤกษ์ และยังคงฝังตัวอยู่ในกลุ่มฝุ่นหนาแน่นนี้ อย่างไรก็ตาม การแผ่รังสีของดาวจะค่อย ๆ สลายกลุ่มเมฆฝุ่นจนกระทั่งจางหายไปในที่สุด
ทั้งนี้ นักดาราศาสตร์คาดว่า โครงสร้างที่แปลกตาของกลุ่มแก๊สและฝุ่นในภาพ เป็นผลกระทบจากระบบดาวฤกษ์ที่สว่างที่สุดในเนบิวลา ชื่อว่า Eta Carinae อยู่ห่างออกไปประมาณ 39 ปีแสง ระบบนี้ประกอบด้วยดาวฤกษ์อย่างน้อย 2 ดวง หนึ่งในนั้นมีมวลมากกว่าดวงอาทิตย์ถึง 100 เท่า และส่องสว่างมากกว่าดวงอาทิตย์ประมาณ 5 ล้านเท่า ประกอบกับพื้นที่ใกล้เคียงยังมีกระจุกดาว Trumpler 16 ที่เต็มไปด้วยดาวมวลมากและร้อนจัดอีกหลายดวง ลมดาวฤกษ์และการแผ่รังสีความร้อนจากดาวฤกษ์มวลมหาศาลเหล่านี้ กัดเซาะกลุ่มแก๊สและฝุ่นให้กลายเป็นรูปร่างที่เห็นในภาพ เหตุการณ์นี้ช่วยเป็นหลักฐานยืนยันว่า ดาวฤกษ์ขนาดใหญ่มีอิทธิพลต่อการก่อตัวและรูปร่างของสิ่งแวดล้อมในพื้นที่โดยรอบ
Tag
ยอดนิยมในตอนนี้
