เดี้ยวนี้ GISTDA ได้หยิบเอา AI มาใช้แบบ Automate แล้ว

ดร.ประเมศ แก้วมีศรี นักพัฒนานวัตกรรมฝ่ายทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม GISTDA ได้พูดเรื่องราวเกี่ยวกับศักยภาพของ AI ในอวกาศ ที่ปัจจุบันทาง GISTDA ได้เอา AI มาใช้ทำงานแบบ Automate แล้ว แต่ภายใต้กรอบการใช้ AI นั้น ก็ยังต้องมีกฎเกณฑ์และความรู้พื้นฐานที่จำเป็นต้องเอาไปใช้ควบคู่อยู่ บนเวที Beyond Earth : The New AI Frontier เหนือขอบโลก พรมแดนใหม่ของการแข่งขัน AI ที่ได้ร่วมให้ความเห็นกับ คุณกรทอง วิริยะเศวตกุล นักสื่อสารดาราศาสตร์ ครีเอเตอร์ช่อง KornKT
GISTDA ใช้ศักยภาพของ AI ในด้านใดบ้าง ?
ดร.ประเมศ เล่าว่าปัจจุบัน GISTDA นั้นโฟกัสในเรื่องภัยพิบัติ การเกษตร และคาร์บอนเครดิตเป็นหลัก โดยทาง GISTDA ได้หยิบเอา AI ไปใช้งานร่วมกับเทคโนโลยีดาวเทียม โดยเมื่อทางสถานีรับสัญญานได้รับข้อมูลจากดาวเทียมมาแล้ว ก็จะเอาข้อมูลดังกล่าวมาให้ AI ช่วยประมวลผลให้ทันที ซึ่งตอนนี้ทาง GISTDA ได้ลองทำไปจนถึงระดับ Automate ได้แล้ว ในเรื่องสถานะของฝุ่นในแต่ละวัน โดยที่ไม่ต้องมีคนเข้าไปยุ่งหรือทำด้วยเลย ยกเว้นขั้นตอนของการเช็คผลเท่านั้น
ในด้านของเศษรฐกิจอวกาศ ทาง GISTDA กำลังโฟกัสไปที่เรื่องของ Spaceport อยู่ โดยเป้าหมายของ GISTDA ไม่ใช่การเป็นหน่วยงานที่มีดาวเทียมมากที่สุด แต่จะไปโฟกัสเรื่องของการขยายขนาดในธุรกิจอวกาศมากกว่า โดยเฉพาะในแถบภูมิภาคของเอเชียตะวันออกเฉียงใต้เป็นหลัก แต่ ณ ขณะนี้อาจจะยังเห็นภาพไม่ชัด เพราะทุกกระบวนการยังไม่สมบูรณ์
ประเทศไทย AI ควรเอาไปใช้ด้านใดบ้าง ?
ดร.ประเมศ ชี้ให้เห็นว่าภายใต้กรอบของการใช้ AI ทั้งหมด มันยังมีเรื่องทางกายภาพอยู่ ที่ผู้ใช้ควรศึกษาเรื่องทางกายของเรื่องเหล่านั้นได้ดีก่อน เช่น เรื่องไฟป่า เรื่องคาร์บอนเครดิต เรื่องการเกษตร เพราะภายในเรื่องกายภาพมันมีเรื่องของพื้นฐานอยู่ ซึ่งสำคัญต่อการนำเอาไปประยุกต์ใช้กับ AI ได้อย่างมีประสิทธิภาพ
และเมื่อเราเชี่ยวชาญในเรื่องของพื้นฐานแล้ว จึงขยับมาในเรื่องที่เราจะเอา AI ไปใช้ทำอะไรในเรื่องเหล่านั้น และสุดท้ายคือการนำ AI มาประยุกต์ใช้กับเรื่อง Policy หรือก็คือเรื่องที่เราต้องเลือกว่า จะเลือกคำตอบไหนที่ AI ส่งมาให้ตามความเหมาะสม
Tag
ยอดนิยมในตอนนี้
