รีเซต

OpenAI ปิดตำนาน Sora ทำไมถึงยอมทิ้งโลกคลิป AI เพื่อเตรียมพร้อม IPO ครั้งประวัติศาสตร์

OpenAI ปิดตำนาน Sora ทำไมถึงยอมทิ้งโลกคลิป AI เพื่อเตรียมพร้อม IPO ครั้งประวัติศาสตร์
TNN ช่อง16
25 มีนาคม 2569 ( 19:50 )

วันที่ 25 มีนาคม 2026 นับเป็นวันสำคัญครั้งหนึ่งในโลกเทคโนโลยี AI เมื่อบริษัท OpenAI ประกาศยุติการให้บริการแอปพลิเคชันและ API สร้างวิดีโอด้วย AI อย่าง Sora รวมถึงปิดเว็บไซต์ Sora ลงอย่างเป็นทางการ ทั้งที่เมื่อ 6 เดือนก่อน Sora เคยถูกยกให้เป็นก้าวกระโดดสำคัญของวงการคลิปวิดีโอ AI

การตัดสินใจครั้งนี้ไม่ได้สะท้อนเพียงแค่การลบแอปพลิเคชันที่เคยเป็นกระแสไวรัลออกจากตลาด แต่ยังรวมถึงการยกเลิกข้อตกลงความร่วมมือมูลค่ามหาศาลถึง 1 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือกว่า 35,000 ล้านบาท ที่เคยทำไว้กับบริษัทบันเทิงยักษ์ใหญ่อย่าง Disney ในช่วงปลายปี 2025  

การปิดตัวของ Sora ไม่ใช่เพราะตัวผลิตภัณฑ์มันล้มเหลว แต่เป็นภาพสะท้อนของการปรับเปลี่ยนกลยุทธ์ครั้งใหญ่ระดับองค์กร เพื่อเตรียมความพร้อมสู่การเสนอขายหุ้นใหม่แก่ประชาชนทั่วไปเป็นครั้งแรก (IPO) ท่ามกลางสมรภูมิ AI การแข่งขันอย่างดุเดือดจากคู่แข่งสำคัญไม่ว่าจะเป็น xAI ของอีลอน มัสก์ หรือดาวเด่นที่ร้อนแรงอย่าง Anthropic 

ข้อจำกัดด้านชิปประมวลผล และกลยุทธ์ทำกำไร

เหตุผลหลักประการหนึ่งที่ทำให้ต้องยกเลิก Sora คือ การสร้างวิดีโอ AI นั้นต้องใช้พลังงานจากหน่วยประมวลผลกราฟิก (GPU) สูงมาก และในยุคที่ชิปคอมพิวเตอร์เป็นทรัพยากรที่ขาดแคลนมีค่าราวกับเป็นทองคำ การปล่อยให้บริการแอปพลิเคชันสำหรับผู้บริโภคทั่วไปที่ผลาญทรัพยากรเพื่อสร้างวิดีโอสั้น ๆ ถือเป็นต้นทุนที่แพงเกินไป และบริษัท OpenAI มองว่าไม่คุ้มค่า

คำสั่งฟ้าผ่าและการโยกย้ายบุคลากรและทรัพยากรคอมพิวเตอร์ทั้งหมด ไปมุ่งเน้นที่ผลิตภัณฑ์ระดับองค์กร (Enterprise) รวมถึงงานวิจัยด้านหุ่นยนต์ และบริการสร้างข้อความและโค้ดเขียนโปรแกรมที่สามารถทำกำไรได้มากกว่า อาจเป็นทางเลือกดูสมเหตุสมผลมากกว่า

แนวทางนี้สะท้อนให้เห็นถึงการเดินตามรอยคู่แข่งอย่าง บริษัท Anthropic ที่เคยตัดสินใจมุ่งเน้นพลังการประมวลผลอันมีค่าไปที่การสร้างโมเดลข้อความและการให้เหตุผล (Reasoning) โดยหลีกเลี่ยงการสร้างภาพหรือวิดีโอ ซึ่งทำให้ปัญญาประดิษฐ์ AI ของบริษัท Anthropic ประสบความสำเร็จอย่างรวดเร็วในขณะที่ใช้ทรัพยากรน้อยกว่า

แรงกดดันจากมูลค่าบริษัท 7.3 แสนล้านดอลลาร์สู่การ IPO

ในทุกบริษัท เงินทุนถือเป็นปัจจัยสำคัญลำดับต้น ๆ และบริษัท OpenAI ก็เพิ่งประสบความสำเร็จในการระดมทุนรอบใหม่มูลค่า 110,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือ 3.96 ล้านล้านบาท ส่งผลให้มูลค่าบริษัทพุ่งขึ้นไปแตะระดับ 730,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือ 26.3 ล้านล้านบาท
 
ตัวเลขประเมินมูลค่าที่มหาศาลนี้สร้างแรงกดดันก่อนการทำ IPO อย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ นักลงทุนต้องการเห็นโมเดลธุรกิจที่สามารถสร้างกระแสรายได้อย่างยั่งยืน 

หากบริษัทปรับแผนไปโฟกัสบริการสร้างข้อความและช่วยเขียนโค้ดโปรแกรมซึ่งได้รับการพิสูจน์แล้วว่ามีศักยภาพในเชิงพาณิชย์สูงกว่า ในขณะที่วิดีโอ AI อย่าง Sora ต้องเผชิญกับความท้าทายทั้งเรื่องต้นทุนประมวลผลต่อชิ้นงานที่สูงลิ่ว รวมถึงปัญหาด้านลิขสิทธิ์และประเด็นถกเถียงเรื่อง Deepfake ในสังคม 

การเตรียมพร้อมสู่ยุค AGI และโครงสร้างสัญญากับ Microsoft

นอกจากมิติด้านธุรกิจแล้ว การปิดตัวของ Sora ยังสอดคล้องกับโครงสร้างการกำกับดูแลของ OpenAI ในยุคที่เทคโนโลยีกำลังมุ่งหน้าสู่ AGI (Artificial General Intelligence) หรือปัญญาประดิษฐ์ทั่วไป AI ที่มีความสามารถในการคิด เรียนรู้ และเข้าใจได้ใกล้เคียงกับมนุษย์ ซึ่งคาดว่าบริษัทไหนพัฒนาได้สำเร็จก่อนจะก้าวขึ้นมาเป็นผู้นำของโลกเทคโนโลยีอย่างเต็มตัวแบบไร้คู่แข่ง

โดยบริษัท OpenAI นั้นมีเงื่อนไขสัญญาผูกมัดสำคัญกับบริษัท Microsoft ซึ่งระบุอย่างชัดเจนถึงเงื่อนไขเรื่อง AGI ว่า 

"ในช่วงที่ AI ยังเป็นเพียงเครื่องมือเพื่อใช้งานทั่วไป บริษัท Microsoft จะสามารถเข้าถึงและนำไปใช้เชิงพาณิชย์ได้ตามข้อตกลง แต่ถ้าหากเมื่อที่บริษัท OpenAI พัฒนา AGI ได้สำเร็จ การควบคุมปัญญาประดิษฐ์ AGI ทั้งหมดจะกลับมาอยู่ในมือของบริษัท OpenAI แต่เพียงผู้เดียว เพื่อให้บริษัทสามารถบริหารจัดการเทคโนโลยีขั้นสูงนี้ภายใต้กรอบความปลอดภัย จริยธรรม และผลกระทบต่อสังคมในระยะยาวได้อย่างเข้มงวด"
 
ด้วยเงื่อนไขสัญญาผูกมัดดังกล่าว การปิดผลิตภัณฑ์ที่ใช้ทรัพยากรสูงแต่มีมูลค่าต่ำอย่าง Sora อีกทั้งยังมีความเสี่ยงด้านภาพลักษณ์และความปลอดภัย เช่น การประท้วงของศิลปินและการสร้าง Deepfake เป็นการแสดงให้เห็นถึงจุดยืนว่า OpenAI พร้อมที่จะเพิกถอนการเข้าถึงผลิตภัณฑ์ระดับทั่วไปในบริษัท หากมันเริ่มส่งผลกระทบต่องานวิจัยหรือสัญญาหลักของบริษัทที่ทำกับบริษัท Microsoft 

ข้อตกลงระหว่าง OpenAI และ Disney ได้รับผลกระทบมากน้อยแค่ไหน ?

ย้อนกลับไปเมื่อเดือนธันวาคม 2025 บริษัท Disney เพิ่งได้ประกาศข้อตกลงความร่วมมือระยะเวลา 3 ปี มูลค่ามหาศาลถึง 1 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ กับบริษัท OpenAI โดยมีเป้าหมายสำคัญในการนำคาแรคเตอร์ยอดฮิตระดับโลกอย่างมิกกี้ เมาส์ (Mickey Mouse), เหล่าฮีโร่จากมาร์เวล (Marvel) และตัวละครจากสตาร์วอร์ส (Star Wars) มาผสานรวมกับระบบสร้างวิดีโออย่าง Sora เพื่อพัฒนาคอนเทนต์และประสบการณ์ใหม่ ๆ สำหรับสตรีมมิ่งบนแพลตฟอร์ม Disney+ 

ข้อตกลงนี้เคยถูกจับตามองว่าเป็นการลงทุนและคำมั่นสัญญาครั้งใหญ่ที่สุดครั้งหนึ่งของบริษัทบันเทิงยักษ์ใหญ่ที่มีต่อวงการคอนเทนต์ที่สร้างขึ้นด้วย AI 

อย่างไรก็ตาม การประกาศปิดตัว Sora ทำให้ดีลประวัติศาสตร์นี้ต้องล้มพับตามไปด้วย โดยโฆษกของดิสนีย์ได้ออกมายืนยันว่าข้อตกลงดังกล่าวจะไม่มีการดำเนินการต่อ โดยระบุว่าบริษัทเคารพการตัดสินใจของ OpenAI ที่จะออกจากธุรกิจการสร้างวิดีโอและเปลี่ยนไปให้ความสำคัญกับเรื่องอื่นแทน 

นอกจากนี้ ดิสนีย์ยังยืนว่าจะเดินหน้าแสวงหาความร่วมมือกับแพลตฟอร์ม AI อื่น ๆ ต่อไป ภายใต้เงื่อนไขแพลตฟอร์มนั้น ๆ ต้องเคารพทรัพย์สินทางปัญญา (IP) และสิทธิของครีเอเตอร์ผู้สร้างเนื้อหา ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงจุดยืนของค่ายบันเทิงยักษ์ใหญ่ รวมถึงความซับซ้อนด้านลิขสิทธิ์ที่เครื่องมือ AI วิดีโอในตลาดยังคงต้องเผชิญ

การ IPO ครั้งประวัติศาสตร์ของบริษัท OpenAI

หากบริษัท OpenAI ทำการ IPO เข้าตลาดหุ้นได้สำเร็จ ซึ่งคาดว่าจะเกิดขึ้นภายในปี 2026 นี้จะถือเป็นจุดเปลี่ยนทางเศรษฐกิจครั้งใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์เทคโนโลยี โดยจะเป็นการเปลี่ยนผ่านจากองค์กรที่มีโครงสร้างซับซ้อนไปสู่บริษัทมหาชนเต็มตัว ซึ่งช่วยปลดล็อกมูลค่ามหาศาลและสร้างมาตรฐานใหม่ในการประเมินมูลค่าบริษัทสาย Deep Tech การระดมทุนในตลาดหลักทรัพย์จะช่วยให้ OpenAI มีเงินทุนหมุนเวียนที่แข็งแกร่งเพื่อต่อสู้ในสงคราม GPU และการพัฒนาโมเดลขนาดใหญ่ (LLMs) ที่มีค่าใช้จ่ายสูงลิ่ว

กระแสการแข่งขันในอุตสาหกรรม AI กำลังทวีความร้อนแรงขึ้น เมื่อการเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ (IPO) กำลังกลายเป็นสมรภูมิสำคัญ โดยมีรายงานว่า Anthropic และ xAI ของ Elon Musk กำลังเร่งเตรียมความพร้อมสำหรับการ IPO ครั้งประวัติศาสตร์ด้วยเช่นเดียวกัน ท่ามกลางการแข่งขันเพื่อช่วงชิงเม็ดเงินลงทุนมหาศาลจากตลาดทุน ใครก้าวเข้าสู่ตลาดหุ้นได้ก่อน ย่อมมีโอกาสคว้าเงินทุนก้อนใหญ่ เสริมศักยภาพเทคโนโลยี และขึ้นนำในศึก AI ระดับโลกได้ก่อน 

มาดูในด้านโครงสร้างพื้นฐาน เงินทุนจากการ IPO จะเป็นกุญแจสำคัญในการผลักดันโครงการสตาร์เกต (Project Stargate) ซึ่งเป็นแผนการสร้างซูเปอร์คอมพิวเตอร์และศูนย์ข้อมูลมูลค่ากว่า 1 แสนล้านดอลลาร์ในสหรัฐฯ ให้กลายเป็นจริง โครงการนี้ไม่เพียงแต่จะช่วยลดข้อจำกัดด้านพลังการประมวลผล (Compute) แต่ยังเป็นการสร้างความมั่นคงทางเทคโนโลยีภายในประเทศ ท่ามกลางการแข่งขันด้านภูมิรัฐศาสตร์ที่ดุเดือด

การมีฐานข้อมูลและโครงข่ายไฟฟ้าขนาดใหญ่ที่สนับสนุนโดยทุนมหาชนจะเปลี่ยนให้สหรัฐฯ กลายเป็นศูนย์กลางพลังงานและการประมวลผลของโลก ซึ่งจะส่งผลกระทบต่อเนื่องไปถึงการจ้างงาน การพัฒนานวัตกรรมเซมิคอนดักเตอร์ และการวางรากฐานไปสู่ปัญญาประดิษฐ์ระดับทั่วไป (AGI) ที่ต้องการทรัพยากรทางกายภาพอย่างมหาศาล

การปิดตัวของ Sora ในครั้งนี้จึงไม่ใช่จุดจบของเทคโนโลยีวิดีโอ AI แต่เป็นหมากสำคัญในการจัดระเบียบอนาคตของบริษัท OpenAI ท่ามกลางแรงกดดันจากมูลค่าระดับ 730,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือ 26.3 ล้านล้านบาท การแข่งขันกับ Anthropic และ xAI รวมถึงข้อจำกัดด้านทรัพยากรและเงื่อนไขเชิงกลยุทธ์กับ Microsoft สะท้อนให้เห็นชัดว่า OpenAI กำลังเลือก  โฟกัสในสิ่งที่ทำเงินและนำไปสู่ AGI ได้เร็วที่สุด มากกว่าการไล่ตามกระแสคลิปวิดีโอ AI โดยการถอยจาก Sora จึงอาจไม่ใช่ความพ่ายแพ้ แต่เป็นการยอมเสียพื้นที่ระยะสั้น เพื่อเดิมพันกับการเป็นผู้ชนะในเกม AI ระยะยาวที่มีเดิมพันสูงที่สุดในประวัติศาสตร์เทคโนโลยี 

ยอดนิยมในตอนนี้

แท็กยอดนิยม

ข่าวที่เกี่ยวข้อง