ถอดรหัสสมอง ทำไม "Introvert" ชอบอยู่คนเดียว แต่ "Extrovert" ชอบเจอคน?

"สมอง Introvert กับ Extrovert ต่างกันอย่างไร?"
ในแง่บุคลิก Introvert กับ Extrovert มีลักษณะเป็นสเปคตรัม (spectrum) ไม่ได้เป็นแบบ All-or-None (ขาว หรือ ดำ) ความ I ความ E มากน้อยต่างกันไปในแต่ละคน เช่น:
Introvert มาก: ชอบอยู่กับตัวเองมาก ๆ การเข้าสังคม/ปฏิสัมพันธ์ทำให้เหนื่อยง่าย (เลี่ยงได้จะเลี่ยง) และต้องการเวลามาก ๆ กับการอยู่คนเดียวลำพังเพื่อฟื้นพลัง
Introvert ปานกลาง: ชอบสังคมในบางครั้ง แต่หลังจากนั้นต้องมีเวลาพักฟื้นกับตนเองในทุกวัน
Ambivert: กึ่งกลางระหว่าง Introvert และ Extrovert (ปรับตัวได้ตามสถานการณ์)
Extrovert ปานกลาง: ชอบสังคมมากกว่า แต่ยังมีบ้างบางวันที่อยากอยู่เงียบ ๆ บ้าง
Extrovert มาก: อยู่กับคนแล้วรู้สึกเติมพลังอย่างยิ่ง ต้องการปฏิสัมพันธ์กับคนอื่นบ่อย ๆ การอยู่คนเดียวลำพังเป็นเรื่องทนได้ยาก
โดยคนที่มีสัดส่วน I มากกว่า E จัดเป็นบุคลิก Introvert และคนที่มี E มากกว่า I จัดเป็นบุคลิก Extrovert
ในบทความนี้จะพูดถึงสมองที่ส่งผลต่อความ Introvert และความ Extrovert ว่ามีความต่างกันอย่างไร? ซึ่งเป็น 1 ในปัจจัยที่ทำให้มีพฤติกรรมและแสดงออกแบบนั้น ประกอบด้วย 4 ส่วนดังนี้
1. ระบบตอบสนองต่อสิ่งเร้า (Arousal System)
Introvert: มีระดับการกระตุ้นในสมอง (Cortical Arousal) มากกว่า จึงไวต่อสิ่งเร้ามากกว่า และเหนื่อยง่ายกว่าเวลาอยู่ในที่มีคนเยอะ การปฏิสัมพันธ์กับผู้คนนาน ๆ จะรู้สึกเหมือนถูกสูบพลัง โดยปฏิสัมพันธ์กับคนไม่สนิทจะรู้สึกถูกสูบพลังมากกว่าคนสนิท แม้กับการปฏิสัมพันธ์กับคนสนิท (ซึ่งถูกสูบพลังน้อยกว่า) แต่ก็ยังต้องการการกลับมาอยู่คนเดียวลำพัง จึงต้องการเวลาสงบเพื่อฟื้นฟูพลัง เพราะการ 'ชาร์จแบต ต้องอาศัยพื้นที่ส่วนตัว และการอยู่กับตัวเอง'
Extrovert: มีระดับการกระตุ้นในสมองต่ำกว่า จึงต้องการสิ่งเร้ามากกว่า เช่น เสียงหัวเราะ การอยู่กับผู้คน การทำกิจกรรม เพื่อ "ชาร์จพลัง" การปฏิสัมพันธ์กับผู้คนคือการเติมพลัง การอยู่กับตนเองจะรู้สึกเฉา หดหู่ ห่อเหี่ยว เหงา จนถึงทรมานก็มี ขึ้นกับระดับความ Extrovert 'ชาร์จแบต ด้วยการอยู่กับผู้คน'
2. ระบบประสาทอัตโนมัติ (Autonomic Nervous System)
Introvert: มีแนวโน้มใช้ Parasympathetic Nervous System (ระบบพักผ่อนและฟื้นฟู) มากกว่า จากความชอบความสงบ ช้า ลึก นิ่ง "ร่างกายและจิตใจต้องการความเงียบ สงบ"
Extrovert: ใช้ Sympathetic Nervous System (ระบบเร่งเร้าและตื่นตัว) มากกว่า จากความชอบความเคลื่อนไหว การมีปฏิสัมพันธ์ ความรวดเร็ว "ร่างกายและจิตใจ ต้องการการปะทะ...."
3. เส้นทางการประมวลผลในสมอง (Brain Pathways)
Introvert: ประมวลผลข้อมูลผ่านเส้นทางยาวกว่า โดยผ่านสมองส่วนที่เกี่ยวกับการไตร่ตรอง การวิเคราะห์แบบละเอียด จากข้อมูล ความทรงจำ และอารมณ์ (เช่น สมองส่วน Prefrontal Cortex และ Hippocampus) จึงใช้เวลาคิด ตัดสินใจ และประเมินความหมายของประสบการณ์อย่างละเอียด รอบคอบ และลึก ด้านการสนทนามักถนัดการคุยแบบ Deep Talk 不ค่อยถนัดคุยทักทายทั่วไป ชิทแชท ดินฟ้าอากาศไปเรื่อย ๆ เมื่อต้องอยู่ในสังคมที่เน้นการคุยแบบทักทายทั่ว ๆ ไป จึงเป็นสถานการณ์ที่ Introvert อึดอัด ไปไม่ค่อยเป็น (awkward moment) "มีความเป็นนักฟัง มากกว่า นักพูด"
Extrovert: ใช้เส้นทางสั้นกว่า และเชื่อมโยงกับระบบตอบสนองทันที เช่น Amygdala ทำให้ตอบสนองเร็ว กระตือรือร้น และชอบประสบการณ์ตรง ด้านการสนทนาจึงมีความถนัดกับการชิทแชท ทักทายทั่วไป แซวไปแซวมาที่ไม่ลงลึกได้มากกว่า มีความไหลลื่น คล่องตัว และพูดไปได้เรื่อย ๆ มากกว่า แต่มักไม่ค่อยถนัดการคุยแบบ Deep talk เชิงลึก มีความไปไม่ค่อยเป็น โดยเฉพาะเมื่อต้องคุยเกี่ยวกับความคิด/ความรู้สึกภายในที่ต้องอาศัยการโฟกัสและการสังเกตอย่างละเอียดในระดับลึก "มีความเป็นนักพูด มากกว่า นักฟัง"
4. สารสื่อประสาท (Neurotransmitters)
Introvert: มีความไวต่อ Dopamine (สารที่ทำให้รู้สึกตื่นเต้น) มากกว่า รับโดพามีนในปริมาณเล็กน้อยก็รู้สึก "พอ" และถ้ามากเกินไปจะรู้สึกอึดอัด เหนื่อย
Extrovert: ต้องการ Dopamine ในระดับสูงกว่าเพื่อรู้สึก "มีชีวิตชีวา" จึงชอบกิจกรรมตื่นเต้น ท้าทาย หรือสถานการณ์ที่มีการสื่อสาร ปฏิสัมพันธ์ หรืออยู่กับผู้คนเยอะ ๆ
สรุป
Introvert: สมองไวต่อการกระตุ้น มีการประมวลผลที่ลึกและละเอียด การเข้าสังคมรู้สึกว่าต้องใช้พลังงานเยอะ ต้องการเวลาสงบเงียบกับตนเองเพื่อฟื้นฟูพลัง
Extrovert: สมองต้องการสิ่งเร้าเยอะ มีการตอบสนองออกไปเร็ว สนุกกับการปฏิสัมพันธ์เพื่อเติมพลัง
"ทุกพฤติกรรมล้วนมีที่มา ความ Introvert และ Extrovert ก็เช่นกัน"