เคลื่อน 3 ศพเหยื่ออารมณ์ผัวหึงโหด บำเพ็ญกุศลวัดบ้านเกิด พ่อผู้สูญเสียเผยเกือบเป็นศพที่ 4 สะเทือนใจหลานถามหาแม่-ยาย-ป้า

เคลื่อน 3 ศพเหยื่ออารมณ์ผัวหึงโหด บำเพ็ญกุศลวัดบ้านเกิด พ่อผู้สูญเสียเผยเกือบเป็นศพที่ 4 สะเทือนใจหลานถามหาแม่-ยาย-ป้า
มติชน
5 กรกฎาคม 2563 ( 15:45 )
17
เคลื่อน 3 ศพเหยื่ออารมณ์ผัวหึงโหด บำเพ็ญกุศลวัดบ้านเกิด พ่อผู้สูญเสียเผยเกือบเป็นศพที่ 4 สะเทือนใจหลานถามหาแม่-ยาย-ป้า

ผู้สื่อข่าวรายงานความคืบหน้า กรณีนายนพดล น่วมสำลี หรือบี อายุ 41 ปี บ้านเดิมอยู่เลขที่ 74/331 อ.บางละมุง จ.ชลบุรี ใช้อาวุธปืนขนาด 9 มม. กระหน่ำยิง น.ส.สุจิตรา เชียงใบ หรือน้องขิม อายุ 23 ปี เมียสาว น.ส.จิตรา เชียงใบ หรือโอลีฟ อายุ 29 ปี พี่สาวของน้องขิม และนางโอลา เชียงใบ อายุ 45 ปี เสียชีวิตรวม 3 ศพ เหตุเกิดหน้าตลาดนัดมหาสิทธิโชค ถนนมหาสิทธิโชค เขตเทศบาลเมืองนครพนม เวลา 15.30 น. ของวันที่ 4 กรกฎาคมที่ผ่านมา สาเหตุจากหึงหวงภรรยาที่จะกลับไปคืนดีกับสามีเก่า

ล่าสุดวันที่ 5 กรกฎาคม นายไพจิตร เชียงใบ อายุ 60 ปี สามีของนางโอลา และเป็นพ่อของ น.ส.จิตรา น.ส.สุจิตรา พร้อมกับญาติเดินทางมารับศพทั้งสาม นำไปบำเพ็ญกุศลที่สำนักสงฆ์ภาวนาจิตดอนจิกวนาราม ต.ท่าค้อ อ.เมือง จ.นครพนม ซึ่งเป็นวัดในบ้านเกิด โดยศพทั้งสามถูกตั้งวางเรียงกันอยู่บริเวณหน้าศาลาการเปรียญ ท่ามกลางความเศร้าโศกของญาติพี่น้อง

น.ส.รัชนีกร เชียงใบ อายุ 27 ปี ลูกพี่ลูกน้องของผู้ตาย เปิดเผยว่า น้องขิมไม่เคยเล่าเรื่องส่วนตัวให้ฟังมากนัก รู้เพียงว่าขณะที่น้องขิมอยู่พัทยาถูกนายนพดลผู้เป็นสามีทุบตีเป็นประจำ เคยคิดจะหนีกลับบ้านแต่ติดวิกฤตโควิด-19 กระทั่งรัฐบาลคลายล็อกจึงหอบผ้าผ่อนหนีมา นายนพดลก็ตามง้อขอคืนดี แต่ครอบครัวน้องขิมยังไม่เชื่อใจ ให้พิสูจน์ตัวเองก่อนว่าจะไม่ทุบตีเหมือนที่ผ่านมา แต่ก็เกิดเหตุไม่คาดฝันขึ้นจนได้

นางหยาดฝน เชียงใบ อายุ 48 ปี อาของ น.ส.สุจิตรา และ น.ส.จิตรา กล่าวว่า น้องขิมไปช่วยพี่สาวคือ น.ส.จิตราขายนาฬิกาที่พัทยา กระทั่งมาพบกับนายนพดลและตกลงปลงใจอยู่กินด้วยกันฉันสามีภรรยา เวลาเมาก็จะลงไม้ลงมือหลานเป็นประจำ ซึ่งน้องขิมโทรมาเล่าเหตุการณ์ตลอดว่าอยากจะหนีไปให้ไกล ส่วนที่นายนพดลอ้างว่าเคยเจอ น.ส.สุจิตราอยู่กับสามีเก่าที่โรงแรมแห่งหนึ่งในจังหวัดชลบุรีนั้น ขอยืนยันไม่ได้นัดไปเพื่อมีอะไรกัน แต่คนทั้งสองมาตรวจดีเอ็นเอเพื่อพิสูจน์ว่าลูกชายวัย 2 ขวบเศษ เป็นลูกของสามีเก่าจริงหรือไม่ ซึ่งวันที่นัดเจอกันก็ไม่ได้อยู่กันลำพังสองต่อสอง มีญาติพี่น้องไปด้วยถึง 4 คน

นางนิตยา พรหมจักร อายุ 70 ปี ยายของ น.ส.สุจิตรา และ น.ส.จิตรา เล่าว่าไม่ค่อยรู้เรื่องอะไรมาก แต่ลูกหลานมักมาเล่าเสมอเรื่องน้องขิมถูกผัวทุบตี รู้สึกเสียใจต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ทำไมนายนพดลถึงใจร้ายขนาดนี้ ก่อนเกิดเหตุไม่มีลางสังหรณ์อะไร แต่หลังเกิดเหตุ นอนไม่ค่อยหลับ กินข้าวไม่ได้ คิดถึงลูกกับหลานที่ต้องมาเป็นเหยื่อกระสุนปืนโหดอยู่ทุกวัน

ด้านนายไพจิตร ผู้สูญเสียเมียและลูกในคราวเดียวกันถึง 3 ศพ เล่าเหตุการณ์วันเกิดเหตุว่า ขณะที่ลูกสาวคือน้องขิมกำลังนั่งทอดขนมข้าวแต๋นอยู่หน้าบ้าน นายนพดลได้ขับรถกระบะมาจอดแล้วกวักมือเรียกขึ้นรถเพื่อไปรับหลานที่โรงเรียน แต่เมื่อออกไปยังไม่ทันถึง 10 นาที ลูกสาวโทรมาบอกว่า “ช่วยด้วยมันตีหนูอีกแล้ว” นางโอลากับน้องโอลีฟ จึงรีบขี่รถจักรยานยนต์ไปช่วย ตนก็ขับรถสามล้อเครื่องตามไป พบร่างลูกเมียถูกยิงตายแล้ว โดยมีนายนพดลเดินวนรอบรถ จึงถามว่าทำไมถึงทำแบบนี้ แต่นายนพดลกลับตอบว่า “มึงจะเป็นศพที่ 4 ไหม” จึงอยากให้ตัดสินประหารชีวิตอย่างเดียว และอย่าให้ประกันตัว เพราะนายนพดลเคยขู่ว่าจะฆ่าทั้งครอบครัว

นายไพจิตรเล่าทั้งน้ำตาว่า ลูกชายของน้องขิมยังไม่รู้ว่าแม่ ยาย และป้า ถูกฆ่าตายอย่างโหดเหี้ยม รบเร้าถามตลอดว่าคนทั้งสามไปไหน ทำไมไม่มาสักที จึงบอกว่าทุกคนไปสวรรค์หมดแล้ว สำหรับศพคนทั้งสามจะฌาปนกิจในเวลาบ่ายวันที่ 7 กรกฎาคม โดยศพของนางโอลาจะเผาในเมรุ ส่วนศพของลูกสาวทั้ง 2 คนจะเผาบนกองฟอนหน้าเมรุ และจะนำไปลอยอังคารในแม่น้ำโขง

ข่าวที่เกี่ยวข้อง