เปิดรายละเอียดคำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญ คดีแพทองธารสิ้นสุดความเป็นรัฐมนตรี

คำร้องและที่มาของคดี
วันที่ 29 สิงหาคม 2568 ศาลรัฐธรรมนูญมีการประชุมพิจารณาคำร้องสำคัญ กรณี น.ส.แพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ถูกกล่าวหาว่ามีพฤติกรรมอันเข้าข่ายขัดต่อจริยธรรมร้ายแรง ตาม มาตรา 170 วรรคหนึ่ง (4) ประกอบมาตรา 160 (4) และ (5) ของรัฐธรรมนูญ
ต้นเรื่องมาจาก คลิปเสียงการสนทนา ที่ถูกเผยแพร่เมื่อวันที่ 4 มิถุนายน 2568 ซึ่งมีเสียงคล้าย น.ส.แพทองธาร สนทนากับ สมเด็จฮุน เซน ประธานวุฒิสภากัมพูชา เกี่ยวกับสถานการณ์ชายแดนและการเมืองระหว่างประเทศ โดยผู้ร้องเห็นว่าพฤติกรรมดังกล่าวอาจกระทบต่อความมั่นคงและผลประโยชน์ของชาติ
กระบวนการพิจารณา
ศาลพิจารณาว่าพฤติกรรมดังกล่าวเป็นการกระทำที่ ไม่รักษาความซื่อสัตย์สุจริต และไม่ปฏิบัติหน้าที่เพื่อประโยชน์ส่วนรวม อันเข้าข่าย “จริยธรรมร้ายแรง” ตามรัฐธรรมนูญ โดยตุลาการทั้ง 9 คนได้ลงมติหลังการอภิปราย
- เสียงข้างมาก 6 คน เห็นว่า การกระทำดังกล่าวเป็นการฝ่าฝืนรัฐธรรมนูญ และเข้าลักษณะต้องห้ามของมาตรา 160 (4) และ (5)
- เสียงข้างน้อย 3 คน เห็นว่าเป็นเพียงการสนทนาทางการเมือง ไม่เข้าข่ายผิดจริยธรรมร้ายแรง
คำวินิจฉัยและผลทางกฎหมาย
ด้วยมติ 6 ต่อ 3 ศาลจึงวินิจฉัยว่า
ความเป็นรัฐมนตรีของ น.ส.แพทองธาร สิ้นสุดลง
เมื่อความเป็นนายกรัฐมนตรีสิ้นสุดลง ทำให้ คณะรัฐมนตรีทั้งคณะพ้นจากตำแหน่งโดยทันที ตามมาตรา 170 วรรคหนึ่ง (4)
ศาลยังระบุว่า การสิ้นสุดความเป็นรัฐมนตรีมีผลตั้งแต่วันที่ 3 กรกฎาคม 2568 ซึ่งเป็นวันที่ตุลาการรัฐธรรมนูญมีมติรับคำร้องไว้พิจารณา
ความหมายทางการเมือง
คำวินิจฉัยครั้งนี้ถือเป็นการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ทางการเมืองไทย ทำให้รัฐบาลของ น.ส.แพทองธาร ต้องพ้นจากตำแหน่งทั้งคณะ เปิดทางให้มีการแต่งตั้ง นายกรัฐมนตรีรักษาการ เพื่อดูแลภารกิจต่อเนื่อง ก่อนเข้าสู่ขั้นตอนการเลือกนายกรัฐมนตรีคนใหม่โดยสภาผู้แทนราษฎร
Timeline คดีแพทองธาร
- 4 มิ.ย. 2568 สื่อเผยแพร่คลิปเสียงสนทนาคล้าย น.ส.แพทองธาร และสมเด็จฮุน เซน
- มิ.ย.–ก.ค. 2568 ฝ่ายการเมืองและภาคประชาชนยื่นคำร้องต่อศาลรัฐธรรมนูญ
- 3 ก.ค. 2568 ศาลรัฐธรรมนูญมีมติรับคำร้องไว้พิจารณา
- 29 ส.ค. 2568 ศาลรัฐธรรมนูญอ่านคำวินิจฉัย มีมติ 6 ต่อ 3 ให้สิ้นสุดความเป็นรัฐมนตรี ส่งผลให้ ครม.ทั้งชุดพ้นตำแหน่ง
Tag
ยอดนิยมในตอนนี้
