รีเซต

สงครามลาม ท่องเที่ยวสะดุด? ตั๋วแพง-ไฟลต์ลด ไทยจะเสียรายได้เท่าไร?

สงครามลาม ท่องเที่ยวสะดุด?  ตั๋วแพง-ไฟลต์ลด  ไทยจะเสียรายได้เท่าไร?
TNN ช่อง16
20 มีนาคม 2569 ( 15:57 )
13

วิกฤตตะวันออกกลางเริ่มส่งแรงกระแทกถึงภาคการท่องเที่ยวไทยอย่างชัดเจน หลังเส้นทางบินระหว่างยุโรป–เอเชียต้องอ้อมเลี่ยงพื้นที่เสี่ยง ดันต้นทุนพุ่งและราคาตั๋วเครื่องบินแพงขึ้น ขณะที่หลายสายการบินลดและยกเลิกเที่ยวบิน ส่งผลให้นักท่องเที่ยวต่างชาติเริ่มชะลอการเดินทาง โดยมีสัญญาณลดลงแล้วในระยะสั้น และมีความเสี่ยงหดตัวเพิ่มอีก 10-15% กดดันรายได้ภาคท่องเที่ยวและเป้าฟื้นตัวในปี 2569 ให้เผชิญความไม่แน่นอนมากขึ้น


การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) ได้ประเมินสถานการณ์ท่องเที่ยวไทยในช่วงต้นปี 2569 ว่าจะมีนักท่องเที่ยวต่างชาติเดินทางเข้าประเทศประมาณ 36.7 ล้านคน ขยายตัวเพิ่มขึ้น 11%  สร้างรายได้เข้าประเทศราว 2 ล้านล้านบาท จากปี 2568 ที่มีจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติอยู่ที่ 32.9 ล้านคน ลดลงราว 7% จากปีก่อนหน้า


โดยมีการดึง ลิซ่า-ลลิษา มโนบาล ศิลปินระดับโลก เพื่อเป็นตัวแทนการท่องเที่ยวไทย หรืออะเมซิ่ง ไทยแลนด์ แอมบาสเดอร์ เพื่อถ่ายทอดเสน่ห์ของประเทศไทยในฐานะจุดหมายปลายทางด้านการท่องเที่ยวชั้นนำ


อย่างไรก็ตาม สถานการณ์ล่าสุดมีแนวโน้มทำให้เป้าหมายการฟื้นตัวของภาคท่องเที่ยวไทยต้องสะดุดลง หลังผู้ประกอบการในอุตสาหกรรมประเมินว่า จำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติอาจหดตัวลงราว 10-15% 


โดย นิกเกอิ เอเชีย ระบุว่า ปัจจัยกดดันสำคัญมาจากความตึงเครียดระหว่างอิหร่าน สหรัฐฯ และอิสราเอล ซึ่งกระทบโดยตรงต่อเส้นทางการบินหลักระหว่างยุโรปและเอเชีย โดยสายการบินหลายแห่งจำเป็นต้องปรับเส้นทางเพื่อหลีกเลี่ยงพื้นที่เสี่ยง ส่งผลให้ระยะทางบินยาวขึ้น ต้นทุนเชื้อเพลิงเพิ่มสูง และท้ายที่สุดสะท้อนผ่านราคาตั๋วเครื่องบินที่ปรับตัวสูงขึ้นตาม อีกทั้งยังมีการยกเลิกเที่ยวบิน ซึ่งกระทบนักท่องเที่ยวจากยุโรปที่มักเดินทางมาไทยผ่านศูนย์กลางการบินในตะวันออกกลาง เช่น ดูไบ


กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ระบุว่า การท่องเที่ยวของไทยเริ่มเห็นสัญญาณได้รับผลกระทบอย่างชัดเจน โดยในสัปดาห์แรกของเดือนมีนาคม ภายหลังสหรัฐฯ และอิสราเอลเปิดฉากโจมตีอิหร่าน จำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติที่เดินทางเข้าไทยปรับลดลง 8.9% เมื่อเทียบกับสัปดาห์ก่อนหน้า เหลืออยู่ที่ 616,229 คน


นอกจากนี้ทั้งนี้ การประเมินผลกระทบภายใต้ 3 ฉากทัศน์ พบว่า หากสถานการณ์เกิดขึ้นในช่วง 3 สัปดาห์แรก คาดว่าจำนวนนักท่องเที่ยวจะลดลงประมาณ 210,973 คน และรายได้จากการท่องเที่ยวจะลดลงประมาณ 13,167 ล้านบาท


ขณะที่กรณีสถานการณ์ยืดเยื้อ 4 สัปดาห์ คาดว่านักท่องเที่ยวจะลดลงประมาณ 334,084 คน และรายได้ลดลง 21,531 ล้านบาท โดยผลกระทบด้านรายได้พุ่งสูงขึ้นกว่า 3 เท่าตัวหากสถานการณ์ลากยาวจาก 3 เป็น 8 สัปดาห์


ส่วนกรณีเลวร้ายหากสถานการณ์ยืดเยื้อ 8 สัปดาห์ อาจทำให้นักท่องเที่ยวลดลงสูงสุดประมาณ 595,874 คน และรายได้จากการท่องเที่ยวอาจลดลงถึง 40,972 ล้านบาท ซึ่งคาดว่าใน 8 สัปดาห์ ยอดนักท่องเที่ยวรวมจะลดลงอย่างก้าวกระโดดเมื่อเทียบกับฉากทัศน์เริ่มต้น


ขณะเดียวกัน ยังมีรายงานสถานการณ์ด้านการบินระบุว่า ระหว่างวันที่ 28 กุมภาพันธ์ – 8 มีนาคม 2569 มีการยกเลิกเที่ยวบินสะสมรวม 620 เที่ยวบิน แบ่งเป็นเที่ยวบินขาออก 320 เที่ยวบิน และขาเข้า 300 เที่ยวบิน


ศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจและธุรกิจ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย ประเมินว่า หากสงครามยืดเยื้อเกิน 6 เดือน การท่องเที่ยวซึ่งเป็นเครื่องยนต์หลักของไทยได้รับผลกระทบในทันที โดยในสัปดาห์แรกนักท่องเที่ยวจากยุโรปและตะวันออกกลางหายไปถึง 18% หรือประมาณ 60,000 คน 


เนื่องจากปัญหาการปรับปรุงเส้นทางบินและค่าตั๋วเครื่องบินที่พุ่งสูงขึ้น 30-80% จังหวัดภูเก็ตได้รับความเสียหายหนักที่สุดโดยมีการแจ้งยกเลิกห้องพักแล้วกว่า 1,311 คืน คิดเป็นรายได้ที่หายไปกว่า 8 ล้านบาทในเบื้องต้น หากสงครามยืดเยื้อถึง 6 เดือน คาดว่ารายได้จากการท่องเที่ยวรวมจะสูญเสียถึง 29,250 ล้านบาท

อย่างไรก็ตาม การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) เปิดเผยล่าสุดว่า  ตั้งแต่วันที่ 1-18 มีนาคม 2569 พบว่า ตลาดนักท่องเที่ยวยุโรปและอิสราเอล ปรับลดลง 10% เทียบช่วงเดียวกันปี 2568 สหรัฐลด 3% เนื่องจากราคาตั๋วแพงกระทบดีมานด์ ตะวันออกกลาง ลดลง 58% เป็นการปรับขึ้นจากการลดลงกว่า 86% ในช่วงที่มีประกาศปิดน่านฟ้าประมาณสัปดาห์ระหว่างวันที่ 4 มีนาคม ที่ผ่านมา


โดย ททท.ได้มีการเตรียมหารือร่วมกับภาคเอกชนด้านการท่องเที่ยวในวันที่ 20 มีนาคม 2569 โดยจัดตั้งคณะทำงานเฉพาะกิจ (วอร์รูม) เพื่อติดตามผลกระทบจากสถานการณ์ที่เกิดขึ้นอย่างใกล้ชิด การหารือจะครอบคลุมถึงประเด็นความกังวลที่กระทบต่อภาคการท่องเที่ยว รวมถึงการรวบรวมข้อเสนอแนวทางรับมือจากภาคเอกชนและสำนักงานการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) ทั้ง 45 แห่ง พร้อมกันนี้ ยังมีการเน้นย้ำด้านการสื่อสารเพื่อสร้างความเชื่อมั่น โดยยืนยันว่า ประเทศไทยยังมีปริมาณน้ำมันสำรองเพียงพอสำหรับการใช้งานมากกว่าร้อยวัน 


ท้ายที่สุด วิกฤตในตะวันออกกลางครั้งนี้สะท้อนชัดว่า “การท่องเที่ยวไทย” ยังคงอ่อนไหวต่อปัจจัยภายนอกที่ควบคุมไม่ได้ โดยเฉพาะต้นทุนพลังงานและการเดินทางที่เชื่อมโยงกันเป็นลูกโซ่ แม้ภาครัฐและเอกชนจะเร่งตั้งรับผ่านมาตรการต่างๆ แต่หากสถานการณ์ยืดเยื้อ ผลกระทบอาจขยายวงกว้างมากกว่าที่ประเมินไว้ 


ดังนั้น การปรับกลยุทธ์ไปสู่ตลาดใกล้ การกระจายความเสี่ยง และการสร้างความเชื่อมั่น จึงกลายเป็นโจทย์สำคัญที่ภาคท่องเที่ยวไทยต้องเร่งรับมือ เพื่อประคองการฟื้นตัวไม่ให้สะดุดไปมากกว่านี้

ยอดนิยมในตอนนี้

แท็กยอดนิยม

ข่าวที่เกี่ยวข้อง