SGCจ่อขายหุ้นกู้‘พันล้าน’ ขยายสินเชื่อล็อกโฟนโต

#SGC #ทันหุ้น - SGC เล็งออกหุ้นกู้ชุดใหม่วงเงินราว 1 พันล้านบาท หวังนำเงินต่อยอดสินเชื่อล็อกโฟน พร้อมปักเป้าปี 2569 ยอดสินเชื่อใหม่ 1.25 หมื่นล้านบาท รับพอร์ตลูกค้าขยายตัว-เปิดตัวโทรศัพท์รุ่นใหม่ แนวโน้มต้นทุนลดหลังกนง.หันดอกเบี้ยเหลือ 1% แถมยิ้มรับกนง.หั่นดอกเบี้ยอีก 0.25% หนุนต้นทุนการเงินปรับลดลง
นายอโณทัย ศรีเตียเพ็ชร กรรมการผู้จัดการ บริษัท เอสจี แคปปิตอล จำกัด (มหาชน) หรือ SGC เปิดเผยว่า บริษัทมีแผนออกหุ้นกู้ชุดใหม่วงเงินราว 1 พันล้านบาท เพื่อนำเงินที่ได้ไปใช้ในการขยายฐานธุรกิจสินเชื่อเช่าซื้อมือถือ ( “ล็อกโฟน“) ให้มากขึ้น รองรับความต้องการที่เติบโตต่อเนื่อง
@จ่อขายกู้ชุดใหม่
ทั้งนี้บริษัท ทริสเรทติ้ง จำกัด หรือ TRIS Rating ได้จัดอันดับความน่าเชื่อถือองค์กรของ SGC อยู่ที่ระดับ “BB+ (แนวโน้ม Stable)” อันดับความน่าเชื่อถือหุ้นกู้ไม่ด้อยสิทธิ มีหลักประกันของบริษัทวงเงินไม่เกิน 1 พันล้านบาท อายุ 2.5 ปี ที่ BBB- (แนวโน้ม Stable) สะท้อนความแข็งแกร่งและแนวโน้มการเติบโตในอนาคต คาดน่าจะได้เห็นความชัดเจนเกี่ยวกับรายละเอียดต่างๆ ในครึ่งแรกปีนี้
สำหรับเรื่องที่ทางคณะกรรมการนโยบายเงิน (กนง.) ธนาคารแห่งประเทศไทย ได้มติปรับลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายลง 0.25% ต่อปี จาก 1.25% เป็น 1.00% ต่อปี และมีผลตั้งแต่ช่วงปลายเดือนกุมภาพันธ์ 2568 ที่ผ่านมานั้นถืออีกปัจจัยบวกต่อบริษัท เพราะช่วยทำให้ต้นทุนการเงินในส่วนของวงเงินกู้ที่มีการคิดอัตราดอกเบี้ยแบบลอยตัวปรับลดลง จากเดิมที่มีวงเงินกู้ในส่วนดังกล่าวราว 5 พันล้านบาท
ขณะที่ภาพรวมผลการดำเนินงานในปี 2569 บริษัทยังคงเป้าหมายปล่อยสินเชื่อใหม่ไว้ราว 1.2 หมื่นล้านบาท เนื่องจากธุรกิจมีการทำตลาดใหม่ๆ เพิ่มเติม เพื่อขยายฐานลูกค้าให้กว้างขึ้น นอกเหนือจากการเพิ่มคุณภาพในการปล่อยสินเชื่อให้มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น
@เปิดตัวมือถือรุ่นใหม่
โดยปี 2569 จะเน้นการขยายฐานในส่วนของธุรกิจสินเชื่อเช่าซื้อมือถือภายใต้โมเดลของ Lock Phone เพิ่มเติมและต่อเนื่อง เพราะความต้องการ ในส่วนดังกล่าวยังขยายตัว หลังโปรดักต์สมาร์ทโฟนใหม่ๆ ที่มีฟังก์ชัน AI เริ่มเปิดตัวต่อเนื่อง ทำให้บริษัทมองเห็นโอกาสในการขยายฐานลูกค้าเพิ่มเติม
ขณะเดียวกันเพื่อเป็นการยกระดับ และเพิ่มการเข้าถึงสินเชื่อดิจิทัลอย่างมีประสิทธิภาพ ผ่านโมเดลสินเชื่อสมาร์ทโฟนแบบล็อกเครื่อง หรือ Lock Phone บนแพลตฟอร์ม SG Finance+ ภายใต้การบริหารของ SGC ซึ่งหัวใจสำคัญของระบบนิเวศดังกล่าวคือแพลตฟอร์มดิจิทัลแบบไร้กระดาษ (Paperless) 100% ที่บูรณาการเทคโนโลยี e-KYC, e-NCB และ Credit Scoring ช่วยให้สามารถพิจารณาและอนุมัติสินเชื่อได้ภายใน 3 นาที เพื่อตอบโจทย์พฤติกรรมผู้บริโภคยุคดิจิทัล
รวมถึงเพื่อช่วยเพิ่มสะดวกและตอบโจทย์ลูกค้าได้ดียิ่งขึ้น ซึ่งควบคู่ไปกับการคัดเลือกลูกค้าที่มีศักยภาพ หวังให้เกิดประโยชน์สูงสุดกับบริษัท ตลอดจนทำให้สามารถบริหารจัดตัวเลขหนี้เสีย (NPL) ให้อยู่ในระดับที่ต่ำกว่า 3% สอดคล้องกับนโยบายของธุรกิจที่วางไว้อีกทางหนึ่ง
@จับมือพันธมิตร
นอกจากนี้ SGC ยังได้การขยายความร่วมมือกับแบรนด์สมาร์ทโฟนชั้นนำ ปัจจุบัน SGC มีพันธมิตรรวม 9 แบรนด์ อาทิ OPPO, vivo, Xiaomi, realme, Infinix, HONOR, NOTHING, nubia และ TECNO Mobile เพื่อรองรับการ เติบโตของสินเชื่อกลุ่ม Lock Phone ให้ครอบคลุมตลาด มากยิ่งขึ้น ขณะเดียวกัน บริษัทได้ชูจุดแข็งด้วยการนำ เทคโนโลยีเข้ามาเพิ่มประสิทธิภาพการให้บริการแก่ลูกค้า ที่มีอยู่ราว 1 ล้านราย ผ่านแพลตฟอร์ม SG Finance+ ทั้งในช่องทางออฟไลน์และช่องทางออนไลน์ผ่าน แอปพลิเคชัน โดยมีการนำระบบปัญญาประดิษฐ์ (AI) มาช่วยรองรับการขยายตัว (Scale) ของการขอสินเชื่อ และระบบให้คะแนนเครดิต (Credit Scoring) ซึ่งถือเป็นหัวใจสำคัญในการเติบโต ตลอดจนยกระดับการบริหาร งานติดตามหนี้และงานบริการลูกค้า (Collection & Customer Services) อย่างครบวงจร หวังการเติบโตอย่างมีประสิทธิภาพและยั่งยืนในอนาคตต่อไป
Tag
ยอดนิยมในตอนนี้
