จับตา "ซูเปอร์เอลนีโญ" ไทยเสี่ยงแล้งหนักสุดในรอบ 140 ปี คาดบางพื้นที่ฝนหาย 40%

3 มิถุนายน 2569 ( 16:30 )
ประเทศไทยอาจกำลังเผชิญความเสี่ยงภัยแล้งครั้งใหญ่ที่สุดในรอบ 140 ปี
ไม่ใช่เพราะฝนไม่ตกเลย แต่เพราะ "ฝนตกน้อยกว่าที่ควรจะเป็น"
และนั่นอาจส่งผลต่อทั้งน้ำกิน น้ำใช้ และความมั่นคงทางอาหารของคนทั้งประเทศ
สำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ หรือ สทนช. กำลังจับตาการก่อตัวของ "ซูเปอร์เอลนีโญ"
ปรากฏการณ์ที่เกิดจากอุณหภูมิผิวน้ำทะเลในมหาสมุทรแปซิฟิกสูงกว่าปกติ
ข้อมูลล่าสุดชี้ว่า อุณหภูมิอาจเพิ่มขึ้นถึง 2.7 องศาเซลเซียส
เป็นระดับที่หลายประเทศเรียกว่า "ก็อตซิลลาเอลนีโญ"
และเคยสร้างผลกระทบรุนแรงมาแล้วในหลายพื้นที่ของโลก
องค์การอุตุนิยมวิทยาโลกประเมินว่า
ประเทศไทยอาจมีปริมาณฝนลดลงราว 30%
ขณะที่การประเมินของไทยคาดว่าปริมาณฝนทั้งปี
อาจลดลง 10-12% แต่ในบางช่วง ผลกระทบอาจรุนแรงกว่านั้น
นายไพฑูรย์ เก่งการช่าง รองเลขาธิการ สทนช. ให้ข้อมูลชี้ว่า
ตั้งแต่กลางเดือนมิถุนายน ปริมาณฝนอาจลดลงประมาณ 14%
ก่อนจะกลับมาตกเพิ่มขึ้นในช่วงกรกฎาคมถึงสิงหาคม
จากนั้นจะลดลงอีกครั้งในช่วงปลายปี
โดยเดือนพฤศจิกายนมีความเสี่ยงที่ปริมาณฝนจะลดลงจากค่าปกติถึง 39%
และมีโอกาสเกิดขึ้นสูงถึง 2 ใน 3
ผลกระทบสำคัญของซุปเปอร์เอลนีโญอยู่ที่ภาคการเกษตร
เพราะพื้นที่เกษตรของไทยกว่า 60-70% ยังอยู่นอกเขตชลประทาน
หมายความว่าการเพาะปลูกจำนวนมากยังต้องพึ่งพาฝนตามธรรมชาติ
โดยเฉพาะสวนผลไม้และไม้ยืนต้น ที่ต้องการน้ำอย่างต่อเนื่อง
หากฝนลดลงตามที่คาดการณ์ผลผลิตทางการเกษตรในปีหน้าอาจลดลงมากกว่าครึ่งในบางพื้นที่
และอาจกระทบต่อรายได้ของเกษตรกร รวมถึงต้นทุนอาหารของประชาชน
นายไพฑูรย์ เก่งการช่าง รองเลขาธิการ สทนช. ระบุว่าปีนี้การบริหารจัดการน้ำมีความท้าทายมากขึ้น
เพราะสภาพอากาศมีความผันผวนสูง จึงเตรียมปรับเกณฑ์การระบายน้ำจากอ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่
เพื่อรักษาปริมาณน้ำต้นทุนให้ได้มากที่สุด พร้อมวางมาตรการเฉพาะพื้นที่ในจุดเสี่ยง
ประเทศไทยเคยผ่านวิกฤตเอลนีโญมาแล้วในปี 2558-2559
แต่สิ่งที่ต่างออกไปในวันนี้ คือโลกกำลังร้อนขึ้นกว่าที่เคย
คำถามจึงไม่ใช่เพียงว่าฝนจะตกน้อยลงแค่ไหน
แต่คือ เราจะปรับตัวอย่างไร
ในวันที่สภาพอากาศไม่เป็นเหมือนเดิมอีกต่อไป
Tag
ยอดนิยมในตอนนี้
