รีเซต

เชียร์เก็บหุ้น Domestic ดักปันผล ลุ้น กนง.คงดอกเบี้ย จับตา FED Minutes

เชียร์เก็บหุ้น Domestic  ดักปันผล ลุ้น กนง.คงดอกเบี้ย  จับตา FED Minutes
TNN ช่อง16
6 กรกฎาคม 2569 ( 12:15 )
10

บริษัทหลักทรัพย์ เอเซีย พลัส จำกัด ประเมินทิศทางตลาดการลงทุนว่า ตลาดหุ้นเอเชียเริ่มพลิกฟื้นตัวกลับมาได้หลังจากที่ร่วงลงแรงในช่วงก่อนหน้า นำโดยตลาดหุ้นเกาหลีใต้ (+5.8%), อินโดนีเซีย (+2.3%), ญี่ปุ่น (+1.5%) และไทย (+1.1%) ในขณะที่ตลาดหุ้นสหรัฐฯ ปิดทำการเมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา ในด้านค่าเงิน แม้ว่าดอลลาร์สหรัฐฯ จะกลับมาแข็งค่าขึ้นจากแนวโน้มทิศทางดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐฯ (FED) ที่มีความเข้มงวด (Hawkish) กว่าที่คาด แต่ผู้จัดการกองทุนระดับโลกไม่ได้เทขายทิ้งตลาดเกิดใหม่ (Emerging Markets) เพียงแต่หันไปบริหารจัดการผ่านสกุลเงินอื่นแทน ส่งผลให้สกุลเงินในภูมิภาคเอเชียพากันแข็งค่าขึ้นนับตั้งแต่การประชุม FED รอบล่าสุด (17 มิ.ย.) อย่างไรก็ตาม ตลาดกำลังจับตารายงานการประชุม FOMC (FED Minutes) ในวันที่ 9 ก.ค. 69 ซึ่งหากยังมีโทนที่เข้มงวด อาจหนุนให้ดอลลาร์แข็งค่าและสร้างความผันผวนต่อตลาดหุ้นได้


สำหรับทิศทางราคาน้ำมัน กลุ่ม OPEC+ มีมติคงโควตาการเพิ่มกำลังการผลิตน้ำมันอีก 188,000 บาร์เรล/วัน ในเดือน ส.ค. 69 ตามแผนเดิม แต่อุปทานใหม่ที่จะเข้าสู่ตลาดยังคงประสบปัญหาคอขวด เนื่องจากสถานการณ์การเดินเรือผ่านช่องแคบฮอร์มุซยังไม่กลับสู่ภาวะปกติ ทำให้ราคาน้ำมันยังไม่ปรับตัวลงรุนแรง แต่หากในระยะถัดไปกำลังการผลิตเพิ่มขึ้นพร้อมกับอุปทานที่ล้นตลาด ก็จะเป็นความเสี่ยงที่เข้ามากดดันราคาน้ำมันได้

 

คาดเงินเฟ้อไทยเข้าเป้า หนุน กนง. "คงดอกเบี้ย" ตลอดปี สำหรับปัจจัยภายในประเทศ เช้าวันนี้ (6 กรกฎาคม) ตลาดคาดการณ์อัตราเงินเฟ้อทั่วไป (CPI) ของไทยเดือน มิ.ย. 69 จะอยู่ที่ระดับ +2.70% (ชะลอตัวลงเล็กน้อยจากเดือนก่อน) และเงินเฟ้อพื้นฐาน (Core CPI) ที่ +1.07% ฝ่ายวิจัยประเมินว่าในช่วงครึ่งปีหลัง หากเงินเฟ้อไม่ขยายตัวเมื่อเทียบรายเดือน (0.0% MoM) อัตราเงินเฟ้อทั่วไปจะแกว่งตัวในกรอบ 2.77% - 3.20% และปิดสิ้นปีที่ระดับ 3.00% ด้วยแนวโน้มดังกล่าว ฝ่ายวิจัยประเมินว่า คณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) จะคงอัตราดอกเบี้ยไปจนถึงสิ้นปีนี้ ด้วย 2 เหตุผลหลัก คือ 1) อัตราเงินเฟ้อยังคงอยู่ในกรอบเป้าหมาย 1-3% แม้บางเดือนอาจขยับแตะขอบบน และ 2) รัฐบาลได้เริ่มใช้มาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจและการใช้จ่ายภาครัฐแล้ว กนง. จึงสามารถคงดอกเบี้ยเพื่อรักษาเสถียรภาพทางการเงิน และปล่อยให้นโยบายการคลังทำหน้าที่ฟื้นฟูเศรษฐกิจแทน


ต่างชาติลุยซื้อหุ้นไทย 1.4 หมื่นล้าน ชูกลยุทธ์เก็บหุ้น Domestic ดักปันผล ในด้านกระแสเงินทุน (Fund Flow) ตลาดหุ้นไทยได้รับแรงหนุนจากเม็ดเงินต่างชาติที่ไหลเข้าต่อเนื่อง 2 วันทำการ รวมมูลค่ากว่า 1.4 หมื่นล้านบาท สวนทางกับปัจจัยลบภายนอกเรื่อง OPEC+ (ซึ่งกดดันกลุ่มสินค้าโภคภัณฑ์ที่มีน้ำหนักใน SET ถึง 30%) เม็ดเงินดังกล่าวไหลเข้ามุ่งเป้าไปที่ กลุ่มหุ้นอิงเศรษฐกิจในประเทศ (Domestic Play) ที่มีอัตราผลตอบแทนจากเงินปันผลสูง ทำให้ดัชนี SET แข็งแกร่งกว่าตลาดเพื่อนบ้าน บล.เอเซีย พลัส แนะนำกลยุทธ์ ดักเก็บหุ้น Domestic Play ที่มีการจ่ายปันผลระหว่างกาลเด่น แบ่งเป็น 4 กลุ่มหลัก ได้แก่:


1.กลุ่มธนาคารพาณิชย์: TTB, SCB, KTB, KBANK

2.กลุ่มการแพทย์: BDMS

3.กลุ่มบริโภคและท่องเที่ยว: BA, MINT, OSP

4.หุ้นที่มีปัจจัยบวกเฉพาะตัว: SJWD, BGRIM

โดยกำหนดให้หุ้น CPN, BGRIM และ SJWD เป็นหุ้นเด่น (Prime Picks) ประจำวัน


(ประเด็นการลงทุนต่างประเทศเพิ่มเติม: แนะนำจับตาบริษัท MICRON TECHNOLOGY ที่เตรียมทุ่มงบ 9.3 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ ขยายโรงงานผลิตชิป HBM สำหรับ AI ในเมืองฮิโรชิมา ประเทศญี่ปุ่น แนะนำเก็งกำไรหุ้นกลุ่ม Memory เช่น DR: MICRON01 และ SNDK03 นอกจากนี้ หุ้นอวกาศ SPACEX (SPCX US) จะถูกนำเข้าคำนวณในดัชนี NASDAQ-100 แบบ Fast-Track ในวันที่ 7 ก.ค. ซึ่งคาดว่าจะดึงดูดเม็ดเงินจากกองทุน Passive Fund ได้ถึง 4.3 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ เป็นบวกต่อหุ้นกลุ่ม Space Economy เช่น DR: RKLB03 และ ASTS03 สำหรับหุ้น Global Gem ประจำวันแนะนำ MIDEA80 และ AAPL80)

ยอดนิยมในตอนนี้

แท็กยอดนิยม

ข่าวที่เกี่ยวข้อง