รีเซต

TEGH แนวโน้ม GPM ดีขึ้น โบรกเพิ่มเป้าเป็น 4.50 บ.

TEGH แนวโน้ม GPM ดีขึ้น  โบรกเพิ่มเป้าเป็น 4.50 บ.
ทันหุ้น
24 มิถุนายน 2567 ( 12:29 )
14
TEGH แนวโน้ม GPM ดีขึ้น  โบรกเพิ่มเป้าเป็น 4.50 บ.

#TEGH #ทันหุ้น - บล.กสิกรไทย มีมุมมองเชิงบวกต่อหุ้น TEGH มองว่ามีแนวโน้มกำไรที่น่าสนใจจาก การปฏิบัติตามเกณฑ์ EUDR

 

บล.กสิกรไทยระบุว่าประเด็นสำคัญจากงาน KS C-Series กับ TEGH เมื่อวันที่ 20 มิ.ย.นั้นเป็นไปในเชิงบวก บล.กสิกรไทยคาดว่า GPM ในครึ่งหลังของปีนี้จะเพิ่มขึ้นตามปริมาณการขายยาง EUDR ที่เพิ่มขึ้น

คาดว่ากำไรไตรมาส 2/67 จะปรับดีขึ้นทั้ง QoQ และ YoY จาก ASP ยางธรรมชาติที่สูงขึ้น

บล.กสิกรไทยเพิ่ม TP เป็น 4.50 บาท จาก 3.30 บาท และคงคำแนะนำ "ซื้อ" ไว้ตามเดิม ขณะที่ปรับประมาณการปี 2567-68 ขึ้น 5% และ 8% เพื่อสะท้อนประมาณการ ASP ของยางที่สูงขึ้น

 

เหตุการณ์สำคัญเมื่อวันที่ 20 มิ.ย. บล.กสิกรไทยจัดงาน KS C-Series ร่วมกับ TEGH และโทนโดยรวมเป็นไปในเชิงบวก บริษัทฯ ตั้งเป้าปริมาณการขายปี 2567 ที่ 240,000 ตัน และเชื่อว่าผลประกอบการน่าจะปรับดีขึ้นในไตรมาส 2/2567 และครึ่งหลังของปี 2567 ทั้งนี้ ผู้บริหารคาดว่าการบังคับใช้กฎหมายสินค้าปลอดการตัดไม้ทำลายป่าของสหภาพยุโรป (EUDR) จะเป็นประโยชน์ต่อบริษัทฯ เนื่องจากสามารถกำหนดราคาขายแบบต้นทุนบวกกำไรสำหรับผลิตภัณฑ์ที่เป็นไปตามกฎหมาย EUDR ได้

 

EUDR เป็นปัจจัยขับเคลื่อนสำคัญสำหรับการเติบโตของกำไร บริษัทฯ คาดว่าความต้องการยางธรรมชาติ EUDR จะอยู่ที่ 2-4 ล้านตันต่อปีจากสหภาพยุโรป โดยคาดว่าอุปทานจะไม่เพียงพอต่อความต้องการดังกล่าวในเร็วๆ นี้ โดย TEGH ประมาณการว่าประเทศไทยจะสามารถจัดหายาง EUDR ได้ประมาณ 1 ล้านต้น ในขณะที่ Ivory Coast จะสามารถจัดหายางEUDR ได้ประมาณ 500,000 ตันในปี 2567 หากมองในระยะยาว อุปทานยางทั้งหมดของประเทศไทยประมาณ 80-100% อาจเป็นไปตามกฎหมาย EUDR ส่วนของ Ivory Coast คาดว่าจะอยู่ที่ประมาณ 60% ของอปทานยางในประเทศ

 

ทั้งนี้ บริษัทฯ ยังคงเป้าหมายปริมาณการขายยาง EUDR ปี 2567-68 ไว้ที่ 100,000 -150,000 ตันและ 250,000 ตัน ตามลำดับ ซึ่งคิดเป็นประมาณ 40%-60% และ 80% ของเป้าปริมาณยางธรรมชาติปี 2567-2568 ขณะเดียวกัน TEGH ตั้งเป้าหมายอัตรากำไรขั้นต้น (GPM) ที่ 15-18% สำหรับยาง EUDR ซึ่งสูงกว่าเกรดมาตรฐาน 3%-5%

 

แนวโน้มเชิงบวกตั้งแต่ไตรมาส 2/ 2567 เป็นต้นไป บล.กสิกรไทยคาดว่ากำไรไตรมาส 2/2567 จะเพิ่มขึ้นทั้ง QoQ และ YoY จากราคาเฉลี่ยยาง SICOM TSR20 ที่เพิ่มขึ้น 15% YoY และ 8% QoQ เป็น 1.68 ดอลลาร์สหรัฐฯ/กก. ในไตรมาส 1/2567 ซึ่งจะส่งผลกระทบเชิงบวกต่อราคาขายเฉลี่ย (ASP) ไตรมาส 2/2567 นอกจากนี้ เราคาดว่ากำไรในครึ่งหลังของปี 2567 จะยังคงเพิ่มขึ้นต่อเนื่องจากยอดขายและ GPM ที่สูงขึ้นตามปริมาณการขายยางธรรมชาติที่เป็นไปตามกฎหมาย EUDR โดยคาดว่าจะคิดเป็นเกือบ 50% ของปริมาณการขายยางธรรมชาติทั้งหมดในไตรมาส 3/2567 และมากกว่า 50% ในไตรมาส 4/2567

 

ปรับประมาณการกำไรปี 2567-68 ขึ้น 5% และ 8% บล.กสิกรไทยเพิ่มประมาณการกำไรปี 2567-68 เป็น 517 ลบ. และ 731 ลบ. เพื่อสะท้อนสมมติฐาน ASP ยางธรรมชาติที่สูงขึ้นจาก 1) ราคายาง SICOM TSR20 ที่เพิ่มขึ้น 2) เรารวมผลกระทบของปริมาณการขายยาง EUDR ปี 67-68 เข้ากับ ASP และ GPM ที่สูงกว่าเกรดมาตรฐาน นอกจากนี้ บล.กสิกรไทยยังเพิ่มสมมติฐานอัตราแลกเปลี่ยนเฉลี่ยของเราเป็น 36 บาท/ดอลลาร์สหรัฐฯ จากเดิมที่ 35.2 บาท/ดอลล่าร์สหรัฐฯ

 

Valuation and Recommendation

บล.กสิกรไทยคงคำแนะนำ "ซื้อ" และเพิ่มราคาเป้าหมายจาก 3.30 บาท เป็น 4.50 บาท เพื่อสะท้อนประมาณการกำไรปี 2567-68 ที่สูงขึ้น เราเพิ่มตัวคูณเป้า PER เป็น 9.5 เท่า ที่ค่าเฉลี่ยของช่วงการซื้อขายของ SETAGRI ซึ่งเพิ่มขึ้นจาก 7.5 เท่า หรือ ที่ 0.75SD ต่ำกว่าช่วงการซื้อขายของ SETAGRI ขณะที่คำแนะนำของเราอิงตามแนวโน้มกำไรปี 2567 ที่เป็นบวก

 

 

 

ยอดนิยมในตอนนี้

แท็กยอดนิยม

ข่าวที่เกี่ยวข้อง