EIA เผยขนส่ง 'น้ำมัน' ไตรมาสลดกว่า 6 ล้านบาร์เรล/วัน

บลูมเบิร์กรายงานว่า ในไตรมาสแรกของปี 2026 ปริมาณการขนส่งน้ำมันดิบและเชื้อเพลิงผ่านช่องแคบ “ฮอร์มุซ” ลดลงเกือบ 6 ล้านบาร์เรลต่อวัน
ข้อมูลจากสำนักงานสารสนเทศด้านพลังงานของสหรัฐ (EIA) ระบุว่า ในช่วง 3 เดือนแรกของปีนี้ มีน้ำมันดิบและของเหลวจากปิโตรเลียมขนส่งผ่านช่องแคบนี้เฉลี่ย 14.6 ล้านบาร์เรลต่อวัน ซึ่งลดลงเกือบ 30% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนที่เคยอยู่ที่ 20.4 ล้านบาร์เรล และลดลงจากไตรมาสสุดท้ายของปี 2025 ที่มียอดขนส่งสูงถึง 20.7 ล้านบาร์เรล
ทั้งนี้ ช่องแคบฮอร์มุซตกอยู่ในสภาวะที่แทบจะถูกปิดตายมาตั้งแต่วินาทีที่สงครามในอิหร่านอุบัติขึ้น ส่งผลให้เส้นทางขนส่งน้ำมันทางทะเลที่สำคัญ ซึ่งคิดเป็น 1 ใน 4 ของโลกถูกตัดขาดทันที
อย่างไรก็ตาม เหตุการณ์นี้ดันราคาน้ำมันดิบ Brent พุ่งสูงขึ้นกว่า 45% นับตั้งแต่เริ่มความขัดแย้ง ขณะที่ราคาขายปลีกน้ำมันเบนซินในสหรัฐทะลุ 4.50 ดอลลาร์ต่อแกลลอน ซึ่งเป็นระดับสูงสุดนับตั้งแต่ปี 2022
นอกจากนี้ ต้นทุนพลังงานที่แพงขึ้นเริ่มส่งผลกระทบเป็นลูกโซ่ไปยังดัชนีชี้วัดทางเศรษฐกิจอื่นๆ โดยเฉพาะเงินเฟ้อ เห็นได้ชัดจากดัชนีราคาผู้ผลิต (PPI) ของสหรัฐ ในเดือนเม.ย.ที่พุ่งขึ้น 6% เมื่อเทียบกับปีที่แล้ว ซึ่งถือเป็นการเพิ่มขึ้นของต้นทุนค้าส่งที่รุนแรงที่สุดในรอบหลายปี
ขณะเดียวกัน เมื่อเส้นทางหลักอย่างฮอร์มุซถูกปิด ผู้ผลิตและผู้ซื้อจึงต้องเร่งหาทางรอดด้วยการเปลี่ยนเส้นทางเดินเรือ ส่งผลให้ปริมาณการขนส่งน้ำมันผ่านคลองปานามาและช่องแคบแบ็บเอลมันเดบ เพิ่มสูงขึ้นในไตรมาสแรก เนื่องจากผู้ซื้อทั่วโลกต่างพยายามดิ้นรนหาแหล่งน้ำมันอื่นมาทดแทนน้ำมันจากตะวันออกกลางที่หายไป
ข้อมูลทั้งหมดนี้มาจากรายงาน "Global Energy Security Data" ฉบับปฐมฤกษ์ของ EIA ซึ่งจัดทำขึ้นเพื่อประเมินผลกระทบจากสงครามในอิหร่านที่เข้ามาทำลายห่วงโซ่อุปทานพลังงานโลก
Tag
ยอดนิยมในตอนนี้
