ในโลกของการทำงานนั้น เชื่อว่าต้องมีหลายๆ คนที่จะต้องได้เจอกับเพื่อนร่วมงาน Toxic หรือถ้าพูดกันง่ายๆ เลยก็คือเพื่อนร่วมงานที่อคติคิดลบนั่นเอง ซึ่งคนเหล่านี้จะคอยสร้างบาดแผลภายในจิตใจของเรา ส่งผลกระทบทำให้เราใช้ชีวิตในที่ทำงานได้ไม่มีความสุข ทำงานได้ไม่ค่อยเต็มที่ เกิดความบั่นทอนในจิตใจ บางคนอยากจะหนีออกจากเพื่อนร่วมงาน Toxic พวกนั้นไปให้พ้นๆ แต่มันก็หนีไปไหนไม่ได้ เพียงเพราะภาระหน้าที่และความรับผิดชอบคอยบีบคั้นให้เราต้องอยู่ต่อ เราจึงหลีกเลี่ยงสิ่งที่เรียกว่า "หน้าที่และความรับผิดชอบ" ไปไม่ได้จริงๆ และในเมื่อเป็นเช่นนี้เราเองก็คงจะทำได้แค่มีสติแล้วก็รับมือกับเพื่อนร่วมงานที่เป็นคนคิดลบกับเราให้ได้ เมื่อไหร่ก็ตามที่เราตกอยู่ในสถานการณ์ที่ไม่อาจหลีกเลี่ยงได้เราก็จะสามารถแก้ปัญหาและรับมือกับคนเหล่านั้นได้ด้วยตัวเอง แต่ประเด็นสำคัญคือแล้วเราจะรับมือกับเพื่อนร่วมงานบางคนที่คิดลบได้อย่างไรบ้าง ในเนื้อหานี้เราจะมาบอกถึง 5 วิธีในการรับมือกับเพื่อนร่วมงาน Toxic จะมีอะไรกันบ้างนั้นไปดูกันครับ คำเตือน : เนื้อหานี้ทางผู้เขียนไม่ได้มีเจตนาพาดพิงถึงผู้ใดในเชิงลบทั้งสิ้น เป็นเพียงการรีวิวจากประสบการณ์ส่วนตัวโดยเฉพาะ มีจุดมุ่งหมายเพื่อให้ความรู้แก่เหล่าผู้อ่าน หากผิดพลาดประการใด ทางผู้เขียนก็ต้องขออภัยมา ณ ที่นี่ด้วยครับ แต่ก่อนจะไปถึงวิธีรับมือนั้น เราต้องบอกถึงลักษณะหลักๆ ของคนที่เป็น Toxic ก่อนว่าคนเหล่านั้นมีลักษณะเป็นอย่างไรบ้าง ?เป็นเหมือนศูนย์กลางของจักรวาล : คิดว่าคนอื่นต้องฟังตัวเองแค่คนเดียว ไม่รับฟังความคิดเห็นของใคร ตัวเองไม่ยอมรับผิดคิดว่าถูกเสมอชอบพูดจาดูถูก : ชอบพูดจาเหยียบย่ำหรือข่มคนอื่นเพื่อให้ตัวเองดูดี อยู่สูงไว้ก่อนเอารัดเอาเปรียบ : คอยแต่จะหาผลประโยชน์เข้าตัวเอง เพื่อให้ตัวเองเป็นสุขแต่คนอื่นกลับเป็นทุกข์ เห็นแก่ตัวตัดสินคนจากภายนอก : รูปลักษณ์ภายนอกของคนจะเป็นแบบนั้นก็ด่วนตัดสินไปก่อนแล้ว ทั้งๆ ที่ยังไม่เห็นถึงตัวตนที่แท้จริงของคนคนนั้นรังแกข่มเหง : คอยแต่จะหาเรื่องแกล้งอยู่บ่อยครั้งทั้งๆ ที่ไม่เคยไปทำใครก่อน เป็นเพราะความสนุก อิจฉา หรือเรื่องอื่นๆหน้าไหว้หลังหลอก : ต่อหน้าเหมือนจะคนดี ดูไม่มีพิษสงอะไร แต่ลับหลังแอบนินทาว่าร้าย ไม่ค่อยน่าไว้ใจ เรารู้ถึงลักษณะกันไปแล้ว ทีนี้เรามาดูวิธีในการรับมือกับเพื่อนร่วมงานคิดลบเหล่านั้นกันบ้างครับ ซึ่งจะมีอยู่ทั้งหมด 5 ข้อด้วยกัน มีดังต่อไปนี้ 1. ตั้งสติอย่าใจร้อนแน่นอนว่าเป็นใครก็โมโห หัวร้อน ขาดสติ ควบคุมอารมณ์ไม่ค่อยอยู่เหมือนกันเมื่อมีคนคิดลบกับเรา ตัวเราเองก็เคยเป็นเช่นนั้น แต่จะดีกว่าไหมถ้าหากเราตั้งสติให้มากขึ้น ไม่ว่าใครที่ทำพฤติกรรมแย่ๆ ใส่ก็ต้องรู้จักควบคุมสติและอารมณ์ตัวเองให้ได้ ถ้าสติไม่อยู่กับเนื้อกับตัวเรื่องมันก็จะยิ่งบานปลายและมันก็จะยิ่งทวีความรุนแรงขึ้นไปอีก 2. มีจุดยืนการแสดงจุดยืนของตัวเองนั้นไม่ใช่เรื่องที่ผิดแปลกอะไร ถ้าหากเรามีคุณค่าในตัวเองมากพอเราก็จะสามารถกล้าพูด กล้าคิด กล้าทำ และกล้าตัดสินใจได้ด้วยตัวเอง ไม่จำเป็นต้องให้ใครมาคอยชี้นำ ยิ่งเราเข้มแข็งมากเท่าไหร่มันก็ยากที่ใครจะมาคิดอคติแย่ๆ ใส่เราได้ ขอแค่สิ่งที่เราแสดงออกมามันเป็นสิ่งที่ถูกต้องแค่นั้นก็เพียงพอแล้ว 3. นิ่งเงียบเขาว่ากันว่า "ความเงียบสยบได้ทุกสิ่ง" การที่เพื่อนร่วมงานมาคิดลบกับเราแล้วเราพยายามไม่ตอบโต้ ไม่ต่อปากต่อคำ พยายามนิ่งเฉย เงียบสนิท แบบนี้ถือเป็นการแก้ปัญหาที่ถูกต้องที่สุด เพราะความเงียบนี่แหละจะสามารถสยบคนเหล่านั้นได้ ยิ่งเรานิ่งมากเท่าไหร่เดี๋ยวอีกสักพักเขาก็จะหยุดไปเอง ถ้าเราเงียบเฉยไม่ตอบโต้ก็จะไม่มีอะไรเกิดขึ้น และจะไม่เดือดร้อนกันทั้ง 2 ฝ่าย 4. มีขอบเขตการที่ต้องเข้ามาอยู่ในสังคมที่แวดล้อมไปด้วยผู้คน Toxic แน่นอนว่ามันจะส่งผลเสียต่อสภาพจิตใจเป็นอย่างมากเลยทีเดียว การกำหนดขอบเขตถือเป็นสิ่งสำคัญ เราสามารถเลือกคบกับคนที่ดีที่สุดได้ สามารถเลือกได้ว่าจะอยู่กับใคร ควรตั้งมาตรฐานในใจว่าจะต้องเป็นคนประเภทนี้เท่านั้นที่เราจะเลือกคบด้วยได้ แค่มีขอบเขตที่ชัดเจนก็ยากที่ใครจะมาทำตัวแย่ๆ ใส่เราได้เช่นกัน 5. ปรับ Mindsetในสถานการณ์แบบนี้เป็นใครก็คงจะคิดมาก จิตตก ซึ่งมันก็ต้องเป็นแบบนั้นอยู่แล้ว แต่จะดีกว่าไหมถ้าหากว่าได้ลองปรับ Mindset หรือความคิดของตัวเอง ใครก็ตามที่มาอคติคิดลบกับเรา ให้เราคิดเสียว่าคำพูดเหล่านั้นมันไม่ได้มีคุณค่าและไม่ได้มีผลอะไรกับตัวเราอยู่แล้ว มันไม่ได้สำคัญมากไปกว่าหน้าที่ที่อยู่ตรงหน้า แค่ตั้งใจทำหน้าที่ตรงหน้าของตัวเองให้ดีต่อไปแค่นั้นพอ แชร์ประสบการณ์ตัวเราเองก็เคยผ่านช่วงชีวิตการทำงานมานานอยู่พอสมควร มันก็ต้องมีบ้างที่จะมีเพื่อนร่วมงานบางคนมาอคติคิดลบทำตัวแย่ๆ ใส่เรา ทั้งถูกกลั่นแกล้ง ถูกเอาเปรียบ ถูกบูลลี่ ถูกนินทาลับหลัง ถูกตำหนิแบบไม่มีสาเหตุ ทั้งหมดนี้เราเคยเจอมาหมดแล้วทั้งสิ้น เนื่องด้วย ณ ตอนนั้นเราเองก็มีภาระค่าใช้จ่ายที่ต้องดูแลด้วยเหมือนกัน เพราะงั้นเราถึงต้องอดทนและอยู่กับมันให้ได้จนถึงที่สุด ซึ่งวิธีในการรับมือที่เราใช้เป็นประจำคือ "ความเงียบ" เป็นหลัก โดยส่วนตัวเราเป็นคนที่เงียบๆ พูดน้อยอยู่แล้ว ไม่ว่าใครก็ตามที่คิดลบเราก็จะพยายามตั้งสติแล้วเงียบเฉยให้สุด จะไม่พยายามตอบโต้กับคนเหล่านั้น เพราะเราเกรงว่าจะมีปัญหาตามมาทีหลัง และเกรงว่าจะมีผลกระทบกับงานที่เราทำอีกด้วย เราเงียบแล้วปล่อยให้เขาอคติกับเราต่อไปแล้วสักพักเดี๋ยวเขาก็จะหยุดไปเอง เป็นการตัดปัญหาในอีกรูปแบบหนึ่งที่ไม่ต้องมีใครเดือดร้อน แล้วก็ตั้งใจทำหน้าที่ของตัวเองต่อไป ที่สำคัญคือเราจะกำหนดขอบเขตที่ชัดเจน ตั้งมาตรฐานในใจเอาไว้ว่าจะไม่เลือกคบกับคนประเภทนั้นโดยเด็ดขาด เราเองก็มีสิทธิ์ที่จะเลือกคบกับคนที่ดีๆ คนที่อยู่ด้วยแล้วมีความสุขสุดท้ายนี้ถ้าหากใครที่ได้เจอกับเพื่อนร่วมงานที่คิดลบอยู่ล่ะก็ ถ้ามีโอกาสถอยได้ก็ควรถอยออกมาให้ไว แต่ถ้าหากมันเลี่ยงไม่ได้จริงๆ ก็ลองนำทั้ง 5 ข้อที่กล่าวมาไปปรับใช้ในชีวิตประจำวันกันดูนะครับ และก็ควรฝึกฝนให้ชิน เพราะเราเชื่อว่าคน Toxic นั้นยังมีอีกเยอะแยะมากมายบนโลก มีแทบจะทุกที่ ถึงแม้ว่าเราจะออกมาได้แต่ก็ไม่วายที่จะได้เจออีกครั้ง ที่สำคัญคือเราควรมี EQ หรือความฉลาดทางด้านอารมณ์ เพราะมันเป็นสิ่งที่สำคัญและจำเป็นอย่างมากในทุกๆ สถานการณ์ เพื่อที่เราจะสามารถรับมือกับทุกปัญหาที่คืบคลานเข้ามาได้แบบสบายๆ และอยู่ในสังคมได้อย่างไร้ข้อกังวล ขอบคุณทุกคนที่เข้ามาอ่านครับ เครดิตรูปภาพประกอบทั้งหมดจากเว็บไซต์ : Freepik.comภาพหน้าปก : creativeartภาพที่ 1 : creativeartภาพที่ 2 : jcompภาพที่ 3 : nensuriaภาพที่ 4 : rawpixel.comภาพที่ 5 : drobotdeanภาพที่ 6 : rawpixel.comภาพที่ 7 : Lifestylememory เปิดประสบการณ์ความบันเทิงที่หลากหลายสุดปัง บน App TrueID โหลดเลย ฟรี !