อนุทินยันไม่หนีซักฟอก ธ.ค. รัฐบาลมั่นคง ลั่นยังไม่เปิดด่านกัมพูชา

นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ยืนยันรัฐบาลพร้อมเข้าสู่กระบวนการอภิปรายไม่ไว้วางใจในเดือนธันวาคม 2569 โดยไม่มีเจตนาหลีกเลี่ยงการตรวจสอบจากฝ่ายค้าน พร้อมแสดงความมั่นใจในเสถียรภาพของรัฐบาล และย้ำว่าการบริหารประเทศต้องให้ความสำคัญกับผลประโยชน์ของประชาชนมากกว่าความขัดแย้งทางการเมือง ขณะเดียวกันเตรียมดำเนินคดีกับผู้เผยแพร่ข้อกล่าวหาเรื่องเงิน 7 ล้านบาทในลักษณะค่าน้ำชา พร้อมยืนยันยังไม่มีแผนเปิดด่านชายแดนไทย-กัมพูชา หากเงื่อนไขด้านความมั่นคงและผลประโยชน์ของไทยยังไม่ได้รับการแก้ไข
เมื่อวันที่ 31 ตุลาคม 2569 นายอนุทินให้สัมภาษณ์ผ่านรายการ “คุยกับนายกฯ อนุทิน” ถึงสถานการณ์การเมือง โดยเฉพาะกระแสข่าวเกี่ยวกับการอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาล ซึ่งก่อนหน้านี้มีการหารือเรื่องกำหนดเวลา แต่ยังไม่สามารถหาข้อสรุปร่วมกันได้ ส่งผลให้เกิดข้อวิพากษ์วิจารณ์ว่ารัฐบาลพยายามหลีกเลี่ยงการเข้าสภา
อนุทินยืนยันพร้อมรับศึกซักฟอกเดือนธันวาคม
นายกรัฐมนตรีชี้แจงว่า รัฐบาลเตรียมความพร้อมสำหรับการอภิปรายไม่ไว้วางใจมาตั้งแต่ก่อนหน้านี้ โดยได้กำชับรัฐมนตรีทุกคนไม่ให้เดินทางในช่วงสัปดาห์ที่คาดว่าจะมีการอภิปราย เพื่อให้สามารถเข้าร่วมประชุมและตอบข้อซักถามของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรได้อย่างครบถ้วน
อย่างไรก็ตาม เมื่อการหารือกำหนดวันอภิปรายไม่สามารถหาข้อยุติได้ กลับมีการกล่าวหาว่ารัฐบาลต้องการหลีกเลี่ยงการตรวจสอบ ซึ่งนายอนุทินปฏิเสธข้อกล่าวหาดังกล่าว พร้อมยืนยันว่ารัฐบาลพร้อมเข้าสู่กระบวนการตรวจสอบตามระบบรัฐสภาในเดือนธันวาคม
“ไม่เคยหนีครับ จริงๆ ณ ขณะนี้เราควรจะอยู่บนบัลลังก์ที่สภาเพื่อรับฟังการอภิปรายไม่ไว้วางใจ รัฐมนตรีทุกคนผมสั่งไว้แล้วว่าห้ามเดินทางในช่วงสัปดาห์นี้” นายอนุทินกล่าว
ชูผลประโยชน์ประเทศมาก่อนเกมการเมือง
สำหรับข้อสังเกตเกี่ยวกับภารกิจเดินทางไปต่างประเทศ นายอนุทินอธิบายว่า การพบปะผู้นำต่างประเทศและนักลงทุนเป็นหน้าที่สำคัญของนายกรัฐมนตรี โดยเฉพาะการเจรจาที่เกี่ยวข้องกับการลงทุน การส่งออก และการสร้างความเชื่อมั่นต่อประเทศไทย ซึ่งการเข้าร่วมหารือด้วยตนเองมีความสำคัญแตกต่างจากการมอบหมายผู้แทน
นายกรัฐมนตรีระบุว่า รัฐบาลต้องพิจารณาภารกิจด้านเศรษฐกิจและความสัมพันธ์ระหว่างประเทศควบคู่กับหน้าที่ทางการเมือง โดยไม่ควรปล่อยให้ความขัดแย้งระหว่างฝ่ายรัฐบาลและฝ่ายค้านส่งผลกระทบต่อโอกาสในการพัฒนาประเทศ
พร้อมยืนยันว่า แม้แต่ละฝ่ายจะมีความคิดเห็นทางการเมืองแตกต่างกัน แต่สิ่งสำคัญที่สุดคือการบริหารบ้านเมืองและรักษาผลประโยชน์ของประชาชน
“อย่างไรก็ตามความเป็นรัฐบาล ชอบหรือไม่ชอบ บ้านเมืองต้องมาก่อน การเมืองนี้ไม่ใช่เรื่องลำดับสองด้วยนะ สำหรับผมลำดับท้ายๆ” นายกรัฐมนตรีกล่าว
มั่นใจเสถียรภาพรัฐบาล ไม่กังวลฝ่ายค้านเลือกซักฟอกรัฐมนตรี
เมื่อถามถึงกรณีฝ่ายค้านอาจยื่นอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐมนตรีเฉพาะบางพรรคการเมือง ซึ่งมีการตั้งข้อสังเกตว่าอาจเป็นความพยายามสร้างความแตกแยกภายในพรรคร่วมรัฐบาล นายอนุทินระบุว่า ไม่กังวลต่อแนวทางดังกล่าว และยังเชื่อมั่นว่ารัฐบาลมีเสถียรภาพเพียงพอในการบริหารประเทศ
นายกรัฐมนตรีกล่าวว่า ฝ่ายค้านมีสิทธิเลือกอภิปรายรัฐมนตรีคนใดก็ได้ตามกระบวนการรัฐสภา โดยรัฐบาลพร้อมรับฟังและชี้แจงทุกประเด็น แม้ฝ่ายค้านจะเลือกอภิปรายเฉพาะนายกรัฐมนตรีเพียงคนเดียว ก็ถือว่าครอบคลุมความรับผิดชอบในภาพรวมของคณะรัฐมนตรีแล้ว
ทั้งนี้ นายอนุทินมองว่าการอภิปรายไม่ไว้วางใจเป็นกลไกตรวจสอบตามปกติของระบบประชาธิปไตย จึงไม่มีเหตุผลที่รัฐบาลต้องกังวล หากการตรวจสอบอยู่บนพื้นฐานของข้อมูลและข้อเท็จจริง
เอาจริงดำเนินคดีผู้แชร์ข่าวค่าน้ำชา 7 ล้านบาท
อีกประเด็นที่นายกรัฐมนตรีกล่าวถึงคือ การเผยแพร่ข้อมูลกล่าวหาว่ามีเงินจำนวน 7 ล้านบาทเข้าบัญชีธนาคารกสิกรไทยของตนเอง โดยเชื่อมโยงกับข้อกล่าวหาเรื่องค่าน้ำชา ซึ่งนายอนุทินยืนยันว่าจะใช้สิทธิทางกฎหมายดำเนินคดีกับผู้เผยแพร่หรือแชร์ข้อมูลดังกล่าว
นายกรัฐมนตรีอธิบายว่า จำเป็นต้องแยกความแตกต่างระหว่างการวิพากษ์วิจารณ์ประสิทธิภาพการบริหารงานของรัฐบาล กับการเผยแพร่ข้อกล่าวหาเกี่ยวกับการทุจริตหรือการรับผลประโยชน์ที่ไม่มีหลักฐานรองรับ
หากประชาชนหรือฝ่ายค้านวิจารณ์ว่ารัฐบาลบริหารงานผิดพลาด ไม่สามารถดำเนินนโยบายตามที่ประกาศไว้ หรือทำงานไม่มีประสิทธิภาพ ถือเป็นสิทธิในการตรวจสอบที่ตนพร้อมรับฟัง และจะไม่ดำเนินคดีเพียงเพราะถูกวิจารณ์เรื่องการทำงาน
แต่กรณีกล่าวหาว่ามีเงิน 7 ล้านบาทเข้าบัญชีธนาคารในลักษณะค่าน้ำชา นายอนุทินมองว่าเป็นข้อกล่าวหาที่สร้างความเสียหายต่อชื่อเสียง และอาจทำให้ประชาชนเกิดความเข้าใจผิด จึงจำเป็นต้องดำเนินการตามกฎหมาย
“ถ้ามาหาว่าอยู่ดีๆ ผมมีเงิน 7 ล้านไปในบัญชีธนาคารกสิกรไทย เพื่อเป็นค่าน้ำชา อย่างนี้ผมฟ้อง เพราะอย่างนี้ไม่ใช่เป็นเรื่องการตรวจสอบการทำงานของผม นี่เป็นเรื่องของการกล่าวหา ให้ร้าย หมิ่นประมาท” นายกรัฐมนตรีกล่าว
ยกอภิสิทธิ์เป็นตัวอย่างฝ่ายค้านตรวจสอบอย่างสร้างสรรค์
นายอนุทินยังกล่าวถึงการทำหน้าที่ฝ่ายค้าน โดยยกนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ อดีตนายกรัฐมนตรี เป็นตัวอย่างของนักการเมืองที่สามารถวิพากษ์วิจารณ์และตรวจสอบการทำงานของรัฐบาลได้อย่างตรงไปตรงมา โดยยังรักษามารยาทและให้เกียรติบุคคลที่มีความคิดเห็นแตกต่างกัน
นายกรัฐมนตรีมองว่า การตรวจสอบรัฐบาลไม่จำเป็นต้องใช้ถ้อยคำหยาบคายหรือการด้อยค่าบุคคล เพราะการอภิปรายด้วยข้อมูลและเหตุผลสามารถทำให้ประชาชนเข้าใจประเด็นปัญหาได้เช่นเดียวกัน
พร้อมยืนยันว่ารัฐบาลพร้อมรับการตรวจสอบจากทุกฝ่าย แต่การอภิปรายหรือการแสดงความคิดเห็นควรตั้งอยู่บนข้อเท็จจริง และไม่ควรนำข้อกล่าวหาที่ไม่มีหลักฐานมาใช้เป็นเครื่องมือทางการเมือง
ยังไม่เปิดด่านไทย-กัมพูชา รอเงื่อนไขความมั่นคงชัดเจน
สำหรับสถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชา นายอนุทินยืนยันว่า ขณะนี้รัฐบาลยังไม่สามารถกำหนดช่วงเวลาการเปิดด่านชายแดนได้ และยังไม่มีแนวโน้มฟื้นฟูความสัมพันธ์กลับไปสู่ระดับเดิม จนกว่าประเด็นสำคัญที่เกี่ยวข้องกับผลประโยชน์และความมั่นคงของประเทศไทยจะได้รับการแก้ไขอย่างเหมาะสม
นายกรัฐมนตรีระบุว่า การพิจารณาเปิดด่านต้องคำนึงถึงหลายปัจจัย ทั้งปัญหาเขตแดนทางบกและทางทะเล การปราบปรามเครือข่ายหลอกลวงออนไลน์หรือสแกมเมอร์ ตลอดจนมาตรการดูแลความปลอดภัยของประชาชนไทย
นอกจากนี้ รัฐบาลยังให้ความสำคัญกับการป้องกันการลักลอบนำเข้าสินค้าและผลผลิตทางการเกษตรผิดกฎหมาย รวมถึงการสกัดกั้นเครือข่ายอาชญากรรมข้ามชาติที่อาจใช้พื้นที่ชายแดนเป็นเส้นทางดำเนินกิจกรรมผิดกฎหมาย
นายอนุทินอธิบายว่า แม้การปิดด่านจะดำเนินมาแล้วระยะหนึ่ง แต่การเปลี่ยนแปลงมาตรการจำเป็นต้องพิจารณาอย่างรอบคอบ โดยประเทศไทยต้องได้รับเงื่อนไขที่เหมาะสมก่อนจะเดินหน้าฟื้นความสัมพันธ์ในระดับเดิม
ทั้งนี้ รัฐบาลยืนยันว่าจะรักษาจุดยืนด้านความมั่นคงและผลประโยชน์แห่งชาติเป็นสำคัญ โดยไม่เร่งตัดสินใจเปิดด่านเพียงเพื่อตอบสนองแรงกดดันทางการเมือง
ย้ำรัฐบาลเดินหน้าทำงาน ไม่เปลี่ยนนโยบายตามแรงกดดัน
นายกรัฐมนตรีกล่าวทิ้งท้ายว่า รัฐบาลจะเดินหน้าบริหารประเทศตามแนวทางที่กำหนดไว้ พร้อมรับการตรวจสอบจากฝ่ายค้านและประชาชน โดยยืนยันว่าการดำเนินนโยบายต้องพิจารณาจากประโยชน์ส่วนรวมเป็นหลัก
สำหรับการอภิปรายไม่ไว้วางใจในเดือนธันวาคม รัฐบาลพร้อมชี้แจงการทำงานต่อรัฐสภา ขณะเดียวกันจะเดินหน้าภารกิจด้านเศรษฐกิจ ความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ และความมั่นคงชายแดนอย่างต่อเนื่อง โดยย้ำว่าความแตกต่างทางการเมืองไม่ควรเป็นอุปสรรคต่อการดำเนินงานเพื่อประเทศชาติ
Tag
ยอดนิยมในตอนนี้
