อาชีพอิสระทำประกันสังคมได้ไหม ? ได้รับสิทธิ์สวัสดิการอะไรบ้าง ? เช็คเลย! เมื่อพูดถึงประกันสังคมก็แน่นอนว่าเรามักจะเข้าใจกันว่ามันคือสวัสดิการสำหรับพนักงานประจำ หรือแรงงานที่อยู่ในระบบ ซึ่งมีข้อมูลบริษัท หรือห้างร้านผู้เป็นนายจ้างชัดเจน โดยที่ตัวแรงงานเองก็มีหน้าที่ส่งเงินสมทบเข้ากองทุนประกันสังคมในทุก ๆ เดือนเช่นกัน และก็จะได้รับเงินสมทบเพิ่มเติมจากทั้งนายจ้างและรัฐเพิ่มเติมมาอีก และมันก็จะกลายมาเป็นสวัสดิการที่คืนกลับไปให้แรงงานในรูปแบบต่าง ๆ ทั้งเงินบำนาญเมื่อเกษียณอายุงานไปแล้ว เงินค่ารักษาพยาบาลกรณีเจ็บป่วยต่าง ๆ เงินสงเคราะห์บุตร หรือกระทั่งเงินช่วยเหลือกรณีว่างงาน เมื่อแรงงานถูกนายจ้างเลิกจ้างและอยู่ในระหว่างหางานใหม่ ในขณะที่แรงงานนอกระบบนั้นจะไม่ได้รับสวัสดิการในส่วนนี้ ซึ่งก็ต้องบอกว่าถูกต้องสำหรับอดีตที่ผ่าน แต่ในปัจจุบันแรงงานนอกระบบ หรือผู้ที่ประกอบอาชีพอิสระนั้นก็สามารถเข้าสู่ระบบประกันสังคมเพื่อรับสิทธิ์สวัสดิการต่าง ๆ ได้เช่นกัน ซึ่งในวันนี้เองเราจะมาคลายข้อสงสัยกันว่าสวัสดิการประกันสังคมสำหรับคนประกอบอาชีพอิสระนั้นเป็นอย่างไร เหมือนหรือแตกต่างจากพนักงานประจำในระบบอย่างไร ? อาชีพอิสระมีสิทธิ์สมัครเป็นผู้ประกันตนตามมาตรา 40 ต้องบอกกันแบบนี้ว่าเดิมทีพระราชบัญญัติประกันสังคมนั้นจะแบ่งสวัสดิการตามกลุ่มผู้ประกันตนเป็นสองกลุ่มหลัก ๆ ด้วยกันคือ กลุ่มมาตรา 33 ซึ่งก็คือพนักงานประจำ หรือแรงงานในระบบที่มีข้อมูลนายจ้างชัดเจน กับกลุ่มมาตรา 39 ซึ่งเป็นแรงงานที่ออกจากระบบการจ้างงานมาแล้ว แต่ประสงค์ที่จะสมัครใจเป็นผู้ประกันตนต่อและได้ทำการส่งเงินสมทบต่อเนื่องนั่นเอง อย่างไรก็ตามในช่วงปี 2558 ได้มีการปรับแก้เพิ่มเติม โดยกำหนดให้มีการประกันตนตามมาตรา 40 เพื่อรองรับผู้ประกอบอาชีพอิสระ แรงงานนอกระบบ พ่อค้าแม่ค้าให้สามารถเข้ามาอยู่ในระบบสวัสดิการรัฐส่วนนี้ได้ ดังนั้นปัจจุบันอาชีพอิสระจึงสามารถสมัครเป็นผู้ประกันตนตามมาตรา 40 ได้นั่นเอง แต่ก็ต้องบอกกันไว้ก่อนนะว่าสิทธิ์สวัสดิการที่จะได้รับนั้นอาจไม่ครบถ้วนเท่ากับมาตรา 33 และ 39 ซะทีเดียว ผู้ประกันตนมาตรา 40 จะได้รับสิทธิ์สวัสดิการอะไรบ้าง ? สำหรับสิทธิ์สวัสดิการผู้ประกับตนมาตรา 40 ของแรงงานนอกระบบและอาชีพอิสระนั้นจะมีการแบ่งสวัสดิการตามแผนประกันตน หรือจำนวนเงินที่เลือกส่งสมทบในแต่ละเดือนดังนี้ 1. ส่งเงินสมทบเดือนละ 70 บาท สวัสดิการที่ได้รับ - สิทธิ์ได้รับเงินชดเชยการขาดรายได้ กรณีนอนพักรักษาตัวในโรงพยาบาล วันละ 300 บาท(สูงสุดไม่เกิน 30 วัน/ปี) ชดเชยการขาดรายได้กรณีเป็นผู้ป่วยนอก(ไม่มีการแอดมิต) และได้ความเห็นจากแพทย์ให้หยุดงานตั้งแต่ 3 วันขึ้นไป วันละ 200 บาท - สิทธิ์ได้รับเงินทดแทนการขาดรายได้กรณีทุพพลภาพ เดือนละ 500-1,000 บาท เป็นเวลา 15 ปี - กรณีเสียชีวิตได้รับเงิน 25,000 บาท - กรณีชราภาพ ไม่มีสวัสดิการคุ้มครอง หรือก็คือจะไม่มีการจ่ายเงินบำเหน็จ บำนาญให้นั่นเอง 2. ส่งเงินสมทบเดือนละ 100 บาท สำหรับแผนการส่งเงินสมทบทางเลือกที่ 2 นั้นในส่วนของเงินชดเชยการขาดรายได้กรณีเจ็บป่วยทั้งในฐานะผู้ป่วยในและผู้ป่วยนอก กรณีทุพพลภาพ กรณีการเสียชีวิตจะได้รับสิทธิสวัสดิการเหมือนกันกับทางเลือกที่ 1 ทั้งหมดเลย แต่สวัสดิการที่จะได้รับเพิ่มติมมาก็คือในส่วนของเงินชราภาพที่ทางรัฐจะจ่ายสมทบให้เดือนละ 50 บาท และจะได้รับในรูปแบบของบำเหน็จเมื่ออายุครบ 60 ปีนั่นเอง 3. ส่งเงินสมทบเดือนละ 300 บาท - สิทธิ์ได้รับเงินชดเชยการขาดรายได้ กรณีนอนพักรักษาตัวในโรงพยาบาล วันละ 300 บาท(สูงสุดไม่เกิน 90 วัน/ปี) สิทธิเงินชดเชยกรณีเป็นผู้ป่วยนอก(ไม่มีการแอดมิต) และได้รับความเห็นจากแพทย์ให้หยุดงานตั้งแต่ 3 วันขึ้นไป วันละ 200 บาท - สิทธิ์ได้รับเงินทดแทนการขาดรายได้กรณีทุพพลภาพ เดือนละ 500-1,000 บาท ตลอดชีวิต - กรณีเสียชีวิต ได้รับเงิน 50,000 บาท - สิทธิ์เงินสมทบชราภาพจากรัฐเดือนละ 150 บาท และจะได้รับคืนในรูปแบบบำเหน็จเมื่ออายุครบ 60 ปี - สิทธิ์เงินสงเคราะห์บุตรแรกเกิดจนถึงอายุ 6 ขวบ คนละ 200 บาท/เดือน ข้อจำกัดในการรับสิทธิ์ผู้ประกันตนตามมาตรา 40 มากันที่ข้อจำกัดที่แรงงานนอกระบบ ผู้ประกอบอาชีพอิสระควรทราบก่อนตัดสินใจสมัครเป็นผู้ประกันตนกันบ้าง ซึ่งก็คือข้อจำกัดในการรับสิทธิ์สวัสดิการรัฐในโครงการอื่นอย่าง กอช. หรือกองทุนการออมแห่งชาตินั่นเอง ซึ่งสวัสดิการรัฐส่วนนั้นหลายคนอาจจะพอทราบกันมาบ้างแล้วว่าจะเป็นลักษณะของการที่รัฐให้ประชาชนที่ประกอบอาชีพอิสระจ่ายเงินเพื่อออมกับกอช.แล้วรัฐก็จะมีการจ่ายเงินสมทบเพิ่มเติมให้เรา เสมือนเป็นการช่วยเราออมเงินเพิ่มเพื่อไว้เป็นสวัสดิการบำเหน็จ บำนาญเมื่อเราเกษียณนั่นเอง ซึ่งหากใครสนใจในตัวโครงการนี้อยู่แล้ว ก็ต้องบอกกันว่าไม่ควรสมัครเป็นผู้ประกันตนมาตรา 40 เพราะถ้าเรากลายเป็นผู้ประกันตนในระบบประกันสังคมแล้ว เราก็จะเสียสิทธิ์สมัครเข้าโครงการของกอช. ทันทีนั่นเอง เพราะรัฐมองว่าเป็นสิทธิ์สวัสดิการที่มีความทับซ้อนกันอยู่ ดังนั้นสำหรับคนทำอาชีพอิสระและมีแผนการทำประกันอื่น ๆ ไว้สำหรับกรณีเจ็บป่วย กรณีการชดเชยรายได้ เช่น มีการจ่ายเบี้ยประกันสุขภาพ ประกันอุบัติเหตุกับบริษัทประกันเอกชนประจำอยู่แล้ว การเลือกออมเงินกับทางกอช.แทนการสมัครเป็นผู้ประกันตนมาตรา 40 แบบนี้ก็อาจเป็นทางเลือกที่คุ้มกว่า ณัฐ ณัฐนันท์ ภาพปก/ภาพประกอบ โดยผู้เขียน (Tools Design Canva, ChatGPT) เปิดประสบการณ์ความบันเทิงที่หลากหลายสุดปัง บน App TrueID โหลดเลย ฟรี !