ขึ้นชื่อว่าเรื่องเงิน ๆ ทอง ๆ ใครเล่าจะไม่อยากจับจ้องจริงไหมครับ? ยิ่งกระแสความร้อนแรงของ ราคาทองคำวันนี้ ที่ขยับตัวขึ้นลงสลับกันแบบรถไฟเหาะ ทำเอาหัวใจของคนในวงการสั่นคลอนไปตาม ๆ กัน บางวันเปิดตลาดมาพุ่งทะยานจนใจฟู แต่พอตกบ่ายกลับดิ่งลงจนใจหาย สำหรับตัวผู้เขียนเองมองว่าสถานการณ์แบบนี้ มันคือบททดสอบชั้นดีของนักลงทุนเลยครับ เพราะในขณะที่บางคนกำลังตื่นตระหนกวิ่งวุ่นหาทางออก ก็มีอีกหลายคนที่มองเห็นโอกาส และทำกำไรได้อย่างเป็นกอบเป็นกำในวิกฤต วันนี้ผู้เขียนจึงอยากจะขอมาแบ่งปันมุมมอง และวิธีคิดในการรับมือกับความผันผวนของตลาดทองคำในปัจจุบัน รวมถึงส่องทิศทางไปข้างหน้าด้วยภาษาบ้านๆ ที่เข้าใจง่าย ไม่ซับซ้อน เพื่อให้ทุกคนได้เตรียมตัวรับมือกันอย่างมีสติครับ จับตาจังหวะตลาด : เกิดอะไรขึ้นกับราคาทองในนาทีนี้? หากเราลองตัดเรื่องทฤษฎีทางเศรษฐศาสตร์ที่เข้าใจยากออกไป แล้วมาดูกันที่พฤติกรรมของคนในตลาดจริง ๆ เราจะพบว่าสิ่งที่มีอิทธิพลต่อราคาทองคำมากที่สุดในเวลานี้ก็คือ "อารมณ์และความกลัว" ของมนุษย์เรานี่เองครับ ปัจจุบันราคาทองคำไม่ได้เดินเป็นเส้นตรงอีกต่อไป แต่ขับเคลื่อนด้วยแรงซื้อขายที่เกิดขึ้นจากความกังวลในระดับโลก ไม่ว่าจะเป็นนโยบายทางการเมืองของประเทศมหาอำนาจ หรือมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจรูปแบบใหม่ๆ ที่คอยออกมาเขย่าขวัญนักลงทุนอยู่เรื่อย ๆ ภาพประกอบที่ 1 จาก Pexels ในมุมมองของผู้เขียน สิ่งที่น่าสังเกตสำหรับราคาในปัจจุบันคือ "แรงกระเพื่อมที่รวดเร็วและรุนแรง" ภายในวันเดียวเราอาจเห็นราคาเหวี่ยงสลับไปมาได้หลายรอบ ซึ่งแตกต่างจากอดีตที่ทองคำมักจะขยับตัวอย่างค่อยเป็นค่อยไป ปรากฏการณ์นี้เกิดขึ้นเพราะในยุคดิจิทัล ทุกคนเข้าถึงระบบการซื้อขายออนไลน์ได้ง่ายเพียงแค่ปลายนิ้ว พอมีกระแสข่าวอะไรนิดหน่อยเข้ามาสะกิด คนก็พร้อมจะกดส่งคำสั่งซื้อ หรือเทขายทำกำไรพร้อม ๆ กันทันที จนทำให้กราฟราคาเกิดการสวิงอย่างที่เราเห็นกันครับ มองไปข้างหน้า : ทิศทางอนาคตกับทางเลือกที่เราต้องตัดสินใจ ภาพประกอบที่ 2 จาก Pexels คำถามยอดฮิตที่ผู้เขียนมักจะโดนคนรอบข้างถามอยู่เป็นประจำก็คือ "แล้วหลังจากนี้ล่ะ ทองจะยังมีแรงวิ่งต่อไหม หรือว่ามันหมดรอบไปแล้ว?" เรื่องนี้ถ้าให้วิเคราะห์กันตามความเป็นจริง ภาพรวมของทองคำในอนาคตระยะยาวก็ยังคงได้รับแรงหนุนจากสภาพเศรษฐกิจโลกที่ยังไม่นิ่งอยู่ดีครับ ตราบใดที่โลกเรายังมีเรื่องให้ต้องลุ้นกันวันต่อวัน ทองคำก็ยังทำหน้าที่เป็นเกราะป้องกันความเสี่ยงให้แก่นักลงทุนได้เป็นอย่างดี มีโอกาสที่เราจะเห็นราคาขยับไปสร้างจุดสูงสุดใหม่ได้อีกในระยะยาว อย่างไรก็ตาม สิ่งที่ผู้เขียนอยากจะเน้นย้ำ และให้ทุกคนตระหนักไว้เสมอก็คือ "ความเสี่ยงจากการไล่ราคา" การที่เราเห็นราคาพุ่งสูงขึ้นเรื่อย ๆ แล้วเกิดความรู้สึกเสียดายจนทนไม่ไหว ต้องรีบควักเงินก้อนสุดท้ายเข้าไปซื้อตามด้วยความหวังว่าจะรวยตามคนอื่นทัน (หรืออาการที่ฝรั่งเรียกว่า FOMO) ถือเป็นเรื่องที่อันตรายมากครับในสภาวะตลาดแบบนี้ เพราะถ้าจังหวะที่เราเข้าไปดันเป็นช่วงที่รายใหญ่กำลังอิ่มตัว และเตรียมจะเทขายทำกำไร เราก็อาจจะกลายเป็นคนที่ต้องแบกรับต้นทุนที่สูงลิ่วไว้คนเดียวแทน ทริครับมือความผันผวนฉบับชาวบ้าน โดยผู้เขียน เพื่อไม่ให้เราต้องมานั่งปวดหัว หรือนอนไม่หลับเพราะราคาทองคำ ผู้เขียนมีหลักคิดง่าย ๆ 3 ข้อมาฝากสำหรับนำไปปรับใช้กับพอร์ตของตัวเองครับ ข้อแรกคือ "ห้ามกู้เงินมาเล่นเด็ดขาด" เงินที่จะนำมาลงทุนในทองคำช่วงที่ตลาดผันผวนสูงแบบนี้ ต้องเป็นเงินเย็นเจี๊ยบที่ต่อให้ราคาจะร่วงลงไปชั่วคราว เราก็ยังสามารถดำเนินชีวิตประจำวันได้อย่างปกติสุข ไม่เดือดร้อน คอนเซ็ปต์ คือ เราต้องควบคุมเงิน ไม่ใช่ให้เงินมาควบคุมความสุขในชีวิตเราครับ ภาพประกอบที่ 3 จาก Pexels ข้อสองคือ "กำหนดเป้าหมายให้ชัดเจนก่อนซื้อ" เราต้องตอบตัวเองให้ได้ตั้งแต่แรกครับว่า เงินก้อนนี้เราซื้อเพื่ออะไรกันแน่ ถ้าซื้อเพื่อสะสมไว้เป็นสมบัติระยะยาว 5 - 10 ปี ราคาระหว่างทางจะแกว่งอย่างไรก็ปล่อยมันไปครับ ไม่ต้องไปสนใจตารางรายวันให้เครียดเปล่าๆ แต่ถ้าซื้อเพื่อเก็งกำไรระยะสั้น ก็ต้องมีวินัยในการตัดขาดทุน (Cut Loss) และแบ่งขายทำกำไรเป็นระยะ อย่าปล่อยให้ความโลภครอบงำจนเสียจังหวะ ภาพประกอบที่ 4 จาก Pexels ช่วง Q&A ไขข้อข้องใจเรื่องจังหวะทอง Q1 : หากเห็นราคาทองคำพุ่งแรงจนทุบสถิติใหม่ (New High) เราควรรีบซื้อตามทันทีไหม? A1 : ในมุมมองของผู้เขียน หากคุณเป็นนักลงทุนระยะสั้น ไม่แนะนำให้รีบกระโดดเข้าใส่ทันทีครับ เพราะราคาที่พุ่งสูงมักจะตามมาด้วย "แรงเทขายทำกำไร" เสมอ การเข้าไปซื้อที่จุดสูงสุดมีความเสี่ยงที่จะติดดอยสูงมาก ควรรอให้ราคาตกลงมาตั้งฐาน (Correction) เสียก่อนจึงค่อยพิจารณา แต่ถ้าหากเป็นการออมระยะยาวแบบถัวเฉลี่ย (DCA) คุณสามารถซื้อตามรอบปกติได้เลยโดยไม่ต้องกังวลเรื่องราคา ณ ขณะนั้นครับ Q2 : เวลาที่ราคาทองดิ่งลงเหวอย่างรวดเร็วในวันเดียว ควรทำอย่างไรไม่ให้ตื่นตระหนก? A2 : สิ่งแรกที่ต้องทำคือ "ตั้งสติและห้ามตื่นตูมเทขายตามกระแส" ครับ ยุคนี้ราคาผันผวนจากข่าวสารได้ง่ายมาก ให้กลับไปดูวัตถุประสงค์แรกของเราว่าเราซื้อทองนี้เพื่ออะไร หากเราซื้อด้วยเงินเย็นและกะเก็บยาว การย่อตัวในระยะสั้นไม่มีผลต่อมูลค่าในอนาคตครับ ในทางกลับกัน สำหรับคนที่มีเงินเย็นพร้อม จังหวะที่คนอื่นกำลังกลัว และเทขายจนราคาดิ่งลงมานี่แหละครับ คือโอกาสทองในการเข้าซื้อของถูกเก็บเข้าพอร์ต Q3 : คำว่า "ตกรถ" ในตลาดทองคำน่ากลัวแค่ไหน และเราจะจัดการกับความรู้สึกเสียดายนี้ได้อย่างไร? A3 : ผู้เขียนอยากบอกว่า อาการตกรถหรือการเห็นราคาขึ้นไปแล้วไม่ได้ซื้อ เป็นเรื่องธรรมดาของโลกการลงทุนครับ สิ่งที่น่ากลัวกว่าการตกรถ คือ "การติดดอยเพราะความโลภ" ครับ วิธีจัดการกับความรู้สึกนี้ คือ ต้องเตือนตัวเองเสมอว่า ตลาดทองคำไม่ได้เปิดแค่วันนี้วันเดียว โอกาสในการทำกำไรมีเข้ามาเรื่อย ๆ เสมอ การยอมอยู่เฉย ๆ เพื่อรักษาเงินต้นให้ปลอดภัย ย่อมดีกว่าการเอาเงินไปเสี่ยงในจังหวะที่เราไม่มีความมั่นใจครับ สุดท้ายนี้ ในทัศนะของผู้เขียนคิดว่า การลงทุนที่ดีที่สุดไม่ใช่การเดาว่าพรุ่งนี้ราคาจะขึ้นหรือลง แต่คือการบริหารความเสี่ยงให้เหมาะสมกับตัวเองครับ ตลาดทองคำเปิดโอกาสให้เราเสมอ ขอเพียงแค่เราเข้าไปลงทุนด้วยความรู้ มีวินัย และไม่ใช้อารมณ์นำทาง เท่านี้เราก็สามารถสร้างการเติบโตให้เงินในกระเป๋าได้อย่างปลอดภัยแล้วครับ ภาพหน้าปกโดย Dash Cryptocurrency จาก Unsplash (ตกแต่งเพิ่มเติมโดยผู้เขียนผ่าน Canva) เปิดประสบการณ์ความบันเทิงที่หลากหลายสุดปัง บน App TrueID โหลดเลย ฟรี !