รีเซต

จีนเผย 8 สูตรรักษาผู้ป่วย "ไวรัสโควิด-19"

จีนเผย 8 สูตรรักษาผู้ป่วย "ไวรัสโควิด-19"
TNN ช่อง16
9 เมษายน 2563 ( 16:29 )
361
1
จีนเผย 8 สูตรรักษาผู้ป่วย "ไวรัสโควิด-19"

วันนี้( 9 เม.ย.63) ปัจจุบันการรักษาโควิด-19 ยังไม่มียามาตรฐานที่รับรองว่าใช้ได้ผลดีในขณะนี้ โดยยาที่ใช้ปัจจุบันเป็นเพียงยาทดลองใช้เท่านั้น อาทิ ยา remdesivir (เรมเดซิเวียร์) ยาต้านไวรัสอีโบลา ,chloroquine (คลอโรควิน)  ยารักษาโรคมาลาเรีย , ยา lopinavir (โลปินาเวีย) + ritonavir (ริโทนาเวีย) ยารักษา HIV ซึ่งประเทศไทยมีการปรับสูตรแนวทางการรักษาโดยใช้ยาเหล่านี้ผสมกันตามแต่ละดับอาการขอผู้ป่วย

ขณะที่จีน ซึ่งมีผู้ป่วยโควิด-19 จำนวนมากก่อนชาติอื่นๆ ได้เปิดแนวทางรักษาที่ได้ผลดี ใน 8 วิธีการรักษาด้วยการใช้ตัวยาต่างๆ ดังนี้

1) ฟาวิพิราเวียร์ (FAVIPIRAVIR) เป็นยาต้านไวรัสโรคไข้หวัดใหญ่ ช่วยให้ผู้ป่วยมีผลตรวจไวรัสออกมาเป็นลบได้ในเวลาอันสั้น ทั้งยังไม่ปรากฏอาการไม่พึงประสงค์ ซึ่งทั้งการจีนกำลังเร่งผลิตยาฟาวิพิราเวียร์อย่างต่อเนื่อง ขณะที่ไทยได้สั่งซื้อนำเข้ามาแล้วราว 1.8 แสนเม็ด  

2) คลอโรควิน ฟอสเฟต (CHLOROQUINE PHOSPHATE) เป็นยารักษาและป้องกันการติดเชื้อมาลาเรียและรักษาโรคภูมิคุ้มกันทำลายตนเอง สำหรับผู้ป่วยโควิด-19ที่มีอาการวิกฤต ใช้กับ อายุ 18-65 ปี แต่ไม่ควรใช้ในผู้ป่วยกลุ่มเสี่ยง 9 กลุ่ม อาทิ หญิงมีครรภ์ ผู้ป่วยโรคหัวใจ ตับ และไตเรื้อรัง ซึ่งจะมีผลข้างเคียง

3) แพทย์แผนจีน (TCM) แนะสูตรจัดยาต้ม “ชิงเฟ่ย ไผตู๋”(Qingfei Paidu) ช่วยลดอาการไข้หรือไอในผู้ป่วยอาการไม่รุนแรงได้ ฟื้นฟูความอิ่มตัวของออกซิเจนในเลือด ป้องกันไม่ให้อาการของผู้ป่วยทรุดหนักจนถึงขั้นวิกฤต

 4) โทซิลิซูแมบ (TOCILIZUMAB) ยาฉีดรักษาโรคข้ออักเสบรูมาตอยด์ ใช้ในผู้ป่วยที่มีอาการรุนแรงปอดอักเสบและมีระดับโปรตีนที่เรียกว่าอินเตอร์ลิวคิน 6 เพิ่มขึ้น ซึ่งเป็นอาการอักเสบหรือเป็นโรคระบบภูมิคุ้มกัน

5) น้ำเลือดที่มีโปรตีนภูมิคุ้มกัน (CONVALESCENT PLASMA) น้ำเลือดหรือพลาสมาที่มีโปรตีนภูมิคุ้มกันได้มาจากการนำพลาสมาที่เก็บจากผู้ป่วยโรคโควิด-19 ที่หายป่วยแล้วมาผ่านกระบวนการ ซึ่งจีนใช้ในผู้ป่วยแล้วหลายร้อยรายได้ประสิทธิภาพดี  จึงทำให้หลายประเทศมีการเปิดรับบริจาคพลาสมาในผู้ป่วยโรคโควิด-19 ที่หายดี    

6) เรมเดซิเวียร์ (REMDESIVIR) ยาต้านเชื้ออีโบลา มารักษาโรคโควิด-19 สามารถออกฤทธิ์ต้านไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ในระดับเซลล์ได้ค่อนข้างดี เนื่องจากเป็นไวรัสตระกูลเดียวกัน  และ จากการการทดลองกับเซลล์และในสัตว์ก่อนหน้านี้พบว่ายาเรมเดซิเวียร์ออกฤทธิ์ต้านไวรัสโคโรนาที่ทำให้เกิดโรคซาร์ส (SARS) และเมอร์ส (MERS) ได้เป็นอย่างดี

7) การทดลองปลูกถ่ายเซลล์ต้นกำเนิดหรือสเต็มเซลล์ (STEM CELL) จีนได้ผลักดันการปลูกถ่ายเซลล์ต้นกำเนิด (สเต็มเซลล์) ตับเทียม และการขจัดสารพิษในเลือดหรือการฟอกเลือดเพื่อรักษาผู้ป่วยโควิด 19 ที่มีอาการรุนแรง เนื่องจากมีประสิทธิภาพในการลดปฏิกิริยาอักเสบรุนแรงที่เกิดจากโรคโควิด-19 รวมถึงลดการบาดเจ็บในปอดและลดพังผืดในปอดด้วย

  8) การฟอกเลือด ใช้ในการรักษาผู้ป่วยอาการวิกฤต  พบว่าปัจจัยการอักเสบของผู้ป่วยที่ได้รับการรักษาด้วยวิธีนี้ลดระดับลง ทั้งยังมีผลการตรวจทรวงอกที่ดีขึ้นด้วย และยังช่วยลดระยะเวลาการใช้เครื่องช่วยหายใจลดลงได้เฉลี่ย 7.7 วัน รวมถึงลดระยะเวลาเฝ้าระวังในห้องผู้ป่วยฉุกเฉินหรือไอซียูได้อีกด้วย

อย่างไรตามล่าสุดมีรายงาน จาก เว็บไซท์ bioRxiv ที่รวบรวมต้นฉบับงานวิจัยในสาขาชีววิทยาของนักวิจัยทั่วโลกก่อนได้รับการตีพิมพ์ในวารสารวิชาการต่าง ๆ ได้เผยผลศึกษาเบื้องต้นของกลุ่มยาต้านไวรัส Hiv ยา Atazanavir (อะทาซานาเวียร์) และ Ritonavir (ริโทนาเวีย) ต่อเชื้อโควิด19 พบว่า สามารถยับยั้งการขยายตัวของไวรัส SARS-CoV-2 ได้ ซึ่งคณะผู้วิจัยเชื่อว่าจะนำไปสู่การยับยั้งการเกิดพายุไซโตไคน์ที่เกิดจากไวรัสได้ หรือเรียกว่าสาเหตุของอวัยวะล้มเหลวเมื่อติดเชื้อ 

โดยผลวิจับพบว่าดีกว่า Chloroquine(คลอโรควิน) ยารักษาโรคมาลาเรีย ซึ่งศูนย์ควบคุมและป้องกันโรคของสหรัฐ (CDC)ได้ลบคำแนะนำเกี่ยวกับการใช้ออกจากเว็บไซต์แล้ว เช่นเดียวกับสวีเดนที่ให้ระงับการใช้ หลังมีผลข้างเคียงกับคนไข้

 

ภาพประกอบข่าวโดย Steve Buissinne จาก Pixabay 

 
 

เกาะติดข่าวที่นี่
website: www.TNNThailand.com 
facebook : TNNThailand
twitter : @TNNThailand
Line : @TNNThailand
Youtube Official : TNNThailand

ยอดนิยมในตอนนี้

แท็กยอดนิยม

ข่าวที่เกี่ยวข้อง