หาดแม่รำพึง น้ำทะเลสีเขียว เป็นปรากฏการณ์แพลงก์ตอนบลูม

ดร.สนธิ คชวัฒน์ ผู้ทรงคุณวุฒิด้านสิ่งแวดล้อมและสุขภาพ ชมรมนักวิชาการสิ่งแวดล้อมไทย โพสต์เฟซบุ๊คส่วนตัว แม้ระยะนี้ฝนตกอาจทำให้น้ำเสียไหลลงทะเล และโอกาสเกิดสูง ต้องระวังอันตรายด้วย หลังหาดแม่รําพึงจังหวัดระยอง เกิดปรากฏการณ์แพลงก์ตอนบลูม โดยมีฟองสีขาวปนเขียว เศษสาหร่ายและสารอินทรีย์สีดำผสมอยู่กระจายตัวตามแนวคลื่นซัดเข้าหาฝั่ง
1.ปรากฏการณ์จากแพลงก์ตอนบลูม (Plankton Bloom)หรือสาหร่ายสะพรั่งที่มี "สีเขียวแกมน้ำเงิน"(มักถูกเรียกสับ สนเป็นเขียวแกมแดงจากสีของกลุ่มก๊าซหรือเม็ดสีสนิมและคราบสารเคมี) ส่วนใหญ่เกิดจากสิ่งมีชีวิตกลุ่มไซยาโนแบคทีเรีย (Cyanobacteria)ซึ่งสามารถสร้างสารพิษกลุ่ม"ไซยาโนท็อกซิน"(Cy anotoxins) ที่ส่งผลกระทบอย่างรุนแรงต่อระบบนิเวศและมนุษย์
2.สารพิษหลัก ๆ ที่ทำให้เกิดอันตรายจากการบลูมประกอบด้วย
สารไมโครซิสติน (Microcystins) เป็นสารพิษทำลายเซลล์ตับอย่างรุน แรง เสี่ยงต่อการเป็นมะเร็งตับ
สารอนาทอกซิน (Anatoxins)เป็นสารพิษทำลายระบบประสาทส่วนกลาง ทำให้กล้ามเนื้ออ่อนแรงและชัก
แอมโมเนีย,แก๊สไข่เน่าและกลิ่นเหม็นคาวที่เกิดจากเซลล์แพลงก์ตอนแตกหรือเน่าเสีย
สารอาหารกลุ่มไนโตรเจนและฟอสฟอรัส เป็นสารเคมีต้นเหตุจากปุ๋ยเคมี น้ำเสียอุตสาหกรรม หรือน้ำทิ้งชุม ชนที่เป็นต้นเหตุของแพลงก์ตอนบลูม
3.ผลกระทบจากแพลงก์ตอนบูมปริมาณมาก
อันตรายต่อระบบนิเวศและสัตว์น้ำทำให้สัตว์น้ำขาดอากาศหายใจโดยแพลงก์ตอนที่หนาแน่นจะใช้ออกซิเจนในน้ำจนหมด ทำให้ปลาและสัตว์น้ำตายเฉียบพลัน สัตว์น้ำได้รับพิษสะสมโดย สารพิษสะสมในเนื้อเยื่อของสัตว์ไม่มีกระดูกสันหลังและ หอยรวมทั้งสัตว์ผู้ล่าในห่วงโซ่อาหาร
อันตรายต่อมนุษย์ (จากการสัมผัสหรือกิน)
-พิษอัมพาตและท้องร่วง หากกินอาหารทะเลหรือสัตว์น้ำที่มีสารพิษสะสม จะส่งผลต่อระบบทางเดินหายใจและระบบขับถ่าย
-ระคายเคืองผิวหนัง การสัมผัสหรือว่ายน้ำในแหล่งน้ำที่บลูมจะทำให้เกิดผื่นคัน แสบตา และผิวหนังอักเสบ
-อันตรายจากการบริโภคน้ำ การต้มน้ำไม่สามารถทำลายสารพิษชนิดนี้ได้ หากกลืนเข้าไปจะทำให้ปวดท้อง
- อันตรายจากการบริโภคน้ำ การต้มน้ำไม่สามารถทำลายสารพิษชนิดนี้ได้ หากกลืนเข้าไปจะทำให้ปวดท้อง คลื่น ไส้ และส่งผลเสียต่อตับระยะยาว
Tag
ยอดนิยมในตอนนี้
