ในปัจจุบันโลกกำลังเผชิญปัญหาโลกร้อนอย่างจัง หลายคนคงได้อ่านข่าวว่าโลกกำลังมีอุณหภูมิที่สูงขึ้น น้ำแข็งขั้วโลกกำลังละลาย ฝนไม่ตกต้องตามฤดูกาล ปัญหาเหล่านี้ทำให้เราได้รับผลกระทบทั้งทางตรงและทางอ้อม สำหรับตัวผู้เขียนเองอาศัยอยู่ที่ตำบลดอนชมพู อำเภอโนนสูง จังหวัดนครราชสีมา สิ่งที่เราและชาวบ้านในละแวกนี้ได้รับผลกระทบจากสิ่งที่เกิดขึ้นคือ “น้ำประปาเค็ม” ภาพโดย Rajesh Balouria จาก Pixabay เกิดปัญหาน้ำประปาเค็มได้อย่างไร? ในปี 2562 ที่ผ่านมา หลาย ๆ คนที่ติดตามข่าวก็พอจะทราบกันว่าภาคอีสานมีอากาศที่ร้อนมาก และฝนไม่ตกติดต่อนกันมาเป็นระยะเวลาหลายเดือน ผลที่ตามมาคือทำให้นาข้าวผลผลิตของเกษตรกรเสียหาย และเนื่องด้วยสภาพดินที่มีความเค็มอยู่แล้ว ซึ่งปกติแล้วแหล่งน้ำที่นำมาผลิตน้ำประปาจะมีน้ำในปริมาณมาก แต่จากสาเหตุที่เกิดขึ้นทำให้น้ำที่เคยใช้ก็ลดระดับลงอย่างต่อเนื่องจึงเป็นสาเหตุให้น้ำประปาเค็ม ภาพโดย Jose Antonio Alba จาก Pixabay ผลกระทบที่ตามมาคือ ต้นไม้ พืชผัก ที่ปลูกไว้เพื่อประดับบ้านเรือน หรือไว้บริโภค ก็จะต้องถูกรดด้วยน้ำเค็ม ส่งผลให้ต้นไม้ค่อย ๆ ตายไปอย่างช้า ๆ เนื่องจากการขาดน้ำ แต่โชคดีมากที่พื้นที่บริเวณหลังสวนของผู้เขียน มีหนองขนาดใหญ่ที่ชื่อว่า “หนองจอก” เป็นแหล่งน้ำที่ไม่ค่อยได้นำมาใช้ จึงมีปริมาณน้ำค่อนข้างมาก ผู้เขียนจึงตัดสินใจไปซื้อปั๊มแช่ไดโว่มาเพื่อนำมาสูบน้ำจากหนองจอกมาไว้รดน้ำตนไม้ และใช้อาบน้ำไว้ภายในครอบครัว แต่ก็มีหลายคนที่ต้องเดินทางมาเพื่อสูบน้ำจากที่นี่เพื่อนำไปใช้ หรือบางคนก็นำไปขาย แหล่งน้ำหลังสวนที่มีอยู่ "หนองจอก" ภาพโดยผู้เขียน ไปซื้อปั๊มไดโว่มาสูบน้ำเข้าสวนไว้รดต้นไม้เลย ภาพโดยผู้เขียน ใช่ค่ะ เรามาอยู่ในจุดที่ต้องสูบน้ำไปขายกันแล้ว จากเรื่องราวทั้งหมดที่เกิดขึ้น ไม่ใช่ความผิดของใครคนใดคนหนึ่ง แต่นี่คือสิ่งที่เราต้องตระหนักและรับผิดชอบร่วมกัน ต้องช่วยกันดูแลโลกใบนี้ ก่อนที่ประเทศไทยจะขาดน้ำ ก่อนที่โลกนี้จะขาดอาหาร เราควรช่วยกันปลูกต้นไม้กันนะคะ ช่วยกันคนละไม้ละมือ เพราะต้นไม้เป็นส่วนหนึ่งที่ช่วยลดสภาพการเปลี่ยนแปลงภูมิอากาศและแก้ปัญหาโลกร้อนได้ น้ำที่สูบมาจากหนองจอก เอามารดต้นไม้ ภาพโดยผู้เขียนภาพหน้าปกโดย Alain Audet จาก Pixabay