Elliott Wave Elliott Wave คือทฤษฎีการวิเคราะห์กราฟราคาที่เสนอโดย Ralph Nelson Elliott โดยแนวคิดหลักคือ ราคาของสินทรัพย์ในตลาดการเงินมักเคลื่อนไหวเป็นรูปแบบคล้าย “คลื่น” ซึ่งเกิดจากพฤติกรรมและจิตวิทยาของนักลงทุนจำนวนมากในตลาด ทฤษฎีนี้อธิบายว่าการเคลื่อนไหวของราคามักเกิดเป็นรอบ ๆ โดยมีโครงสร้างหลักคือ คลื่นขาขึ้น 5 คลื่น และคลื่นปรับฐาน 3 คลื่น ซึ่งนักวิเคราะห์มักใช้แนวคิดนี้เพื่อศึกษาทิศทางและโครงสร้างของราคาในตลาด Impulse Wave Impulse Wave หรือ คลื่นแนวโน้ม หรือ คลื่นขาขึ้น ที่เคลื่อนที่ไป ตามทิศทางของแนวโน้มตลาด เช่น ถ้าตลาดเป็นขาขึ้น คลื่น Impulse ก็จะเคลื่อนที่ขึ้นตามแนวโน้ม โดยคลื่น Impulse จะประกอบด้วย 5 คลื่นย่อย คือ คลื่นที่ 1 (Wave 1) เป็นคลื่นเริ่มต้นของแนวโน้มใหม่ ราคามักเริ่มปรับตัวขึ้นหลังจากช่วงที่ตลาดซบเซา แต่ยังมีนักลงทุนจำนวนมากที่ยังไม่เชื่อว่าตลาดกำลังกลับตัว คลื่นที่ 2 (Wave 2) เป็นคลื่นพักตัวหลังจากคลื่นที่ 1 ราคาจะปรับตัวลงเล็กน้อย แต่จะ ไม่ลงต่ำกว่าจุดเริ่มต้นของคลื่นที่ 1 คลื่นที่ 3 (Wave 3) มักเป็นคลื่นที่ มีแรงมากที่สุดและยาวที่สุด เนื่องจากนักลงทุนเริ่มมั่นใจในแนวโน้มของตลาด ทำให้ราคาปรับตัวขึ้นอย่างรวดเร็ว คลื่นที่ 4 (Wave 4) เป็นช่วงพักตัวของตลาดอีกครั้ง ราคามักจะปรับตัวลงเล็กน้อยเพื่อสะสมแรงก่อนที่จะเคลื่อนที่ต่อ โดยทั่วไป คลื่นที่ 4 จะไม่ลงมาทับพื้นที่ของคลื่นที่ 1 คลื่นที่ 5 (Wave 5) เป็นคลื่นสุดท้ายของแนวโน้ม ราคามักปรับตัวขึ้นต่อ แต่บางครั้งแรงซื้ออาจเริ่มอ่อนลง เนื่องจากตลาดเริ่มเข้าใกล้จุดสิ้นสุดของแนวโน้ม หลังจากคลื่น Impulse ครบ 5 คลื่น แล้ว ตลาดมักจะเข้าสู่ช่วง คลื่นปรับฐาน (Corrective Wave) ซึ่งประกอบด้วยคลื่น A-B-C โดยคลื่น Impulse Wave มีหลักๆอยู่ 5 แบบ 1. Impulse Wave Impulse Wave เป็นรูปแบบคลื่นที่พบได้บ่อยที่สุดใน Elliott Wave โดยโครงสร้างภายในมักประกอบด้วย 5-3-5-3-5 ลักษณะสำคัญ คลื่นที่ 2 ห้ามต่ำกว่าจุดเริ่มต้นของคลื่นที่ 1 คลื่นที่ 4 ห้ามลงมาทับพื้นที่ของคลื่นที่ 1 คลื่นที่ 3 ห้ามเป็นคลื่นที่สั้นที่สุด เมื่อเทียบกับคลื่น 1 และ 5 คลื่นที่ 3 มักเป็นคลื่นที่มีแรงมากที่สุดในโครงสร้าง Impulse Wave จึงมักสะท้อนช่วงที่ตลาดมีแนวโน้มชัดเจนและมีแรงซื้อหรือแรงขายที่ต่อเนื่อง สัดส่วน Fibonacci ที่มักพบ คลื่นที่ 2 มักย่อลง 0.382, 0.5, 0.618 บางกรณีลึกถึง 0.786 ของ Wave 1 คลื่นที่ 3 มักยาวประมาณ 1.618 ของ Wave 1 ถ้าคลื่นแรงมาก อาจไปถึง 2.618 หรือ 4.236 คลื่นที่ 4 มักย่อลง 0.236 หรือ 0.382 ของ Wave 3 ถ้าตลาดผันผวนอาจลงลึกถึง 0.5 คลื่นที่ 5 มักยาวประมาณ 0.618 ของระยะ Wave 1 ถึง Wave 3 หรือเท่ากับ 1.00 ของ Wave 1 บางกรณีขยายถึง 1.618 ของ Wave 1 2. Leading Diagonal Leading Diagonal เป็นรูปแบบคลื่นที่มักเกิดในช่วง เริ่มต้นของแนวโน้มใหม่ เช่น ในคลื่นที่ 1 หรือคลื่น A โครงสร้างภายในอาจเป็น 5-3-5-3-5 หรือ 3-3-3-3-3 ลักษณะสำคัญ คลื่นที่ 1 มักยาวที่สุด คลื่นที่ 3 ต้องไม่เป็นคลื่นที่สั้นที่สุด คลื่นที่ 2 ต้องไม่ต่ำกว่าจุดเริ่มต้นของคลื่นที่ 1 คลื่นที่ 4 อาจลงมาทับพื้นที่ของคลื่นที่ 1 ได้ รูปแบบนี้มักมีลักษณะเป็น ลิ่ม (Wedge Pattern) และสะท้อนช่วงที่ตลาดกำลังเริ่มสร้างแนวโน้มใหม่ สัดส่วน Fibonacci ที่มักพบ คลื่นที่ 2 มักย่อลึก 0.618 หรือ 0.786 ของ Wave 1 คลื่นที่ 3 มักยาวประมาณ 1.00 ถึง 1.618 ของ Wave 1 หลายกรณีไม่ยาวมากเท่า Impulse Wave ปกติ คลื่นที่ 4 มักย่อลง 0.382 ถึง 0.618 ของ Wave 3 และสามารถ overlap กับ Wave 1 ได้ คลื่นที่ 5 มักยาวใกล้เคียง Wave 1 หรืออยู่แถว 0.618–1.00 ของ Wave 1 บางกรณีอาจสั้นลงเพราะแนวโน้มยังไม่แข็งแรงเต็มที่ 3. Ending Diagonal Ending Diagonal เป็นรูปแบบคลื่นที่มักเกิดในช่วง ท้ายของแนวโน้ม เช่น คลื่นที่ 5 หรือคลื่น C โครงสร้างภายในมักเป็น 3-3-3-3-3 ลักษณะสำคัญ คลื่นแต่ละคลื่นมีขนาดใกล้เคียงกัน คลื่นที่ 4 สามารถลงมาทับพื้นที่ของคลื่นที่ 1 ได้ คลื่นที่ 5 มักเป็นคลื่นสุดท้ายก่อนตลาดเกิดการกลับตัว รูปแบบนี้มักสะท้อนช่วงที่แรงของแนวโน้มเริ่มอ่อนตัวลงก่อนเข้าสู่การปรับฐาน สัดส่วน Fibonacci ที่มักพบ คลื่นที่ 2 มักย่อลง 0.5, 0.618, 0.786 ของ Wave 1 คลื่นที่ 3 มักยาวประมาณ 0.618–1.00 ของ Wave 1 บางกรณีอาจถึง 1.618 แต่ไม่เด่นเท่า Impulse ปกติ คลื่นที่ 4 มักย่อลง 0.382–0.786 ของ Wave 3 และสามารถ overlap กับ Wave 1 ได้ คลื่นที่ 5 มักยาวประมาณ 0.618–1.00 ของ Wave 3 บางครั้งปลายคลื่น 5 จะเกิด throw-over คือยื่นเลยกรอบลิ่มออกไปเล็กน้อยก่อนกลับตัว 4. Expanding Diagonal Expanding Diagonal เป็นรูปแบบที่คลื่นมีขนาด ขยายตัวมากขึ้นเรื่อย ๆ โครงสร้างอาจเป็น 5-3-5-3-5 หรือ 3-3-3-3-3 ลักษณะสำคัญ คลื่นที่ 5 มักยาวที่สุด คลื่นที่ 3 ยาวกว่าคลื่นที่ 1 คลื่นที่ 4 สามารถทับพื้นที่ของคลื่นที่ 1 ได้ รูปแบบนี้สะท้อนช่วงที่ตลาดมีความผันผวนสูงและการเคลื่อนไหวของราคาขยายตัวมากขึ้น สัดส่วน Fibonacci ที่มักพบ คลื่นที่ 2 มักย่อลง 0.5–0.618 ของ Wave 1 บางกรณีลึกถึง 0.786 คลื่นที่ 3 ต้องยาวกว่า Wave 1 มักอยู่แถว 1.272–1.618 ของ Wave 1 ถ้าขยายแรงอาจถึง 2.0 หรือ 2.618 คลื่นที่ 4 มักย่อลง 0.382–0.618 ของ Wave 3 และ overlap กับ Wave 1 ได้ คลื่นที่ 5 ต้องยาวกว่า Wave 3 มักอยู่แถว 1.272–1.618 ของ Wave 3 บางกรณีแรงมากอาจขยายได้ถึง 2.618 5.Terminal Impulse Wave Terminal Impulse Wave เป็นรูปแบบคลื่นที่มักเกิดในช่วง ปลายแนวโน้มหลัก โดยเฉพาะบริเวณ คลื่นที่ 5 ของแนวโน้มขาขึ้นหรือขาลง และบางกรณีอาจพบใน คลื่น C ของโครงสร้างปรับฐาน รูปแบบนี้สะท้อนให้เห็นว่า แรงส่งของแนวโน้มเริ่มอ่อนลง แม้ราคายังเคลื่อนที่ไปในทิศทางเดิม แต่โครงสร้างภายในมักเริ่มมีลักษณะไม่แข็งแรงเหมือน Impulse Wave ปกติ และมีโอกาสนำไปสู่การกลับตัวของราคาในภายหลัง โครงสร้างมักเป็น 3-3-3-3-3 ลักษณะสำคัญ มักเกิดในช่วงท้ายของแนวโน้ม คลื่นย่อยมักมีลักษณะซ้อนกันมากขึ้น คลื่นที่ 4 สามารถทับพื้นที่ของคลื่นที่ 1 ได้ คลื่นที่ 5 เป็นคลื่นสุดท้ายก่อนแนวโน้มเดิมอ่อนแรงหรือสิ้นสุดลง รูปแบบโดยรวมมักมีลักษณะคล้าย ลิ่ม (Wedge Pattern) รูปแบบนี้จึงมักสะท้อนภาวะที่ตลาดยังพยายามไปต่อ แต่แรงซื้อหรือแรงขายเริ่มไม่แข็งแรงเหมือนช่วงก่อนหน้า สัดส่วน Fibonacci ที่มักพบ คลื่นที่ 2 มักย่อลง 0.5–0.618 ของ Wave 1 บางกรณีอาจลึกถึง 0.786 คลื่นที่ 3 มักยาวประมาณ 0.618–1.00 ของ Wave 1 บางกรณีอาจขยายถึง 1.272 หรือ 1.618 คลื่นที่ 4 มักย่อลง 0.382–0.618 ของ Wave 3 และสามารถ overlap กับ Wave 1 ได้ คลื่นที่ 5 มักยาวใกล้เคียง 0.618–1.00 ของ Wave 3 บางกรณีอาจเกิดการยืดตัวเล็กน้อย หรือมีลักษณะ throw-over ก่อนกลับตัว สรุปได้ว่า Motive Wave ใน Elliott Wave สามารถพบได้หลายรูปแบบ ทั้ง Impulse Wave, Leading Diagonal, Ending Diagonal, Expanding Diagonal และ Terminal Impulse Wave ซึ่งแต่ละรูปแบบสะท้อนจังหวะและพฤติกรรมของตลาดที่แตกต่างกันออกไป การเข้าใจโครงสร้างของคลื่นแต่ละชนิด รวมถึงการใช้ Fibonacci เข้ามาช่วยวัดระยะของคลื่น จะทำให้การวิเคราะห์กราฟมีกรอบที่ชัดเจนมากขึ้น แต่ทั้งนี้ Elliott Wave เป็นเพียงเครื่องมือเพื่อการศึกษาและวิเคราะห์แนวโน้มเท่านั้น ไม่ได้มีวัตถุประสงค์เพื่อชักชวนให้ซื้อหรือขายหลักทรัพย์ ภาพทั้งหมดเป็นภาพจากผู้เขียน เปิดประสบการณ์ความบันเทิงที่หลากหลายสุดปัง บน App TrueID โหลดเลย ฟรี !