รีเซต

“ภูเขาไฟอานักกรากะตัว” ปะทุรุนแรง ดาวเทียมเผยภาพกลุ่มควันจากปากปล่อง

“ภูเขาไฟอานักกรากะตัว” ปะทุรุนแรง ดาวเทียมเผยภาพกลุ่มควันจากปากปล่อง
TNN ช่อง16
8 กันยายน 2569 ( 12:56 )
4

“อานักกรากะตัว” ปะทุรุนแรง ก่อนกลุ่มควันจะแผ่ขยายครอบคลุมหลายพื้นที่

GISTDA สำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ (องค์การมหาชน) เปิดเผยว่า วันที่ 6 กันยายน 2569 เวลา 03.53 น. (ตามเวลาท้องถิ่น) “ภูเขาไฟอานักกรากะตัว” ในประเทศอินโดนีเซียเกิดการปะทุอย่างรุนแรง ส่งผลให้เถ้าถ่านภูเขาไฟพวยพุ่งออกจากปากปล่องและลอยขึ้นสู่ชั้นบรรยากาศสูงถึง 15,200 เมตร ก่อนกลุ่มควันจะแผ่ขยายครอบคลุมหลายพื้นที่ทั้งกรุงจาการ์ตาร์และเกาะสุมาตรา เหตุการณ์ดังกล่าวทำให้ท่าอากาศยานซูการ์โน-ฮัตตาประกาศระงับการบินเป็นการชั่วคราวเพื่อความปลอดภัย โดยขณะนี้ยังไม่มีการประกาศสั่งอพยพประชาชน และรายงานผู้ได้รับบาดเจ็บหรือเสียชีวิต

“ภูเขาไฟอานักกรากะตัว” ตั้งอยู่บริเวณช่องแคบซุนดา ระหว่างเกาะชวาและเกาะสุมาตรา โดยเป็นกลุ่มเกาะภูเขาไฟที่ประกอบด้วย 4 เกาะ ซึ่งเกาะที่มีความสูงที่สุดมีความสูงถึง 814 เมตร ภูเขาไฟแห่งนี้เคยเกิดการปะทุครั้งใหญ่ในปี 2561 โดยเหตุการณ์ดังกล่าวทำให้มีการพังถล่มของภูเขาไฟ และเกิดคลื่นสึนามิตามมา ส่งผล กระทบต่อพื้นที่ชายฝั้งจังหวัดบันเตินและลัมปุง ก่อนเริ่มเกิดการปะทุครั้งล่าสุดในวันที่ 4 กันยายน ที่ผ่านมา และปะทุซ้ำอีกครั้งในวันที่ 6 กันยายน 2569 ตามลำดับ 




ภาพถ่ายจากดาวเทียมมองเห็นกลุ่มควันพวยพุ่งจากปากปล่อง

ดาวเทียม THEOS-2 โดย GISTDA ได้บันทึกภาพ “ภูเขาไฟอานักกรากะตัว” เมื่อวันที่ 7 กันยายน 2569 ซึ่งภาพถ่ายจากดาวเทียมสามารถมองเห็นกลุ่มควันที่ยังคงพวยพุ่งจากปากปล่อง 

ขณะที่ล่าสุดศูนย์วิทยาภูเขาไฟและบรรเทาภัยพิบัติทางธรณีวิทยา ประเทศอินโดนีเซีย (PVMBG) ได้ประกาศเตือนประชาชนและนักท่องเที่ยวให้งดทำกิจกรรมและหลีกเลี่ยงการเข้าใกล้ภูเขาไฟในรัศมีโดยรอบ 3 กิโลเมตร 

โดยปัจจุบันมีการคงระดับการเตือนภัยไว้ที่ระดับ 3 หรือระดับเฝ้าระวัง ซึ่งการปะทุยังเกิดขึ้นอย่างต่อเนื่องและไม่มีแนวโน้มลดลง พร้อมแนะนำให้ประชาชนสวมหน้ากากอนามัยเพื่อป้องกันทางเดินหายใจ เนื่องจากควันเถ้าภูเขาไฟมีส่วนผสมของแก้วและซิลิกา ซึ่งหากสูดดมเข้าไปอาจส่งผลต่อระบบทางเดินหายใจ โดยเฉพาะกลุ่มเสี่ยงที่เป็นโรคหอบหืดหรือผู้มีปัญหาเกี่ยวกับระบบทางเดินหายใจที่อาจทำให้อาการรุนแรงขึ้น 


“ประเทศอินโดนีเซีย” เป็นประเทศหมุ่เกาะที่ประกอบด้วยเกาะน้อยใหญ่ทอดตัวยาวตามแนว “วงแหวนแห่งไฟ (Ring of Fire)” ซึ่งเป็นบริเวณที่มีการเคลื่อนและมุดตัวเข้าหากันของแผ่นเปลือกโลกหลายแผ่น โดยเฉพาะแผ่นอินโด - ออสเตรเลีย แผ่นยูเรเซีย และแผ่นแปซิฟิก ซึ่งเป็นอีกหนึ่งในสาเหตุสำคัญที่ทำให้ปัจจุบันอินโดนีเซียมีภูเขาไฟที่ยังมีพลังมากถึง 130 ลูก และเป็นหนึ่งในประเทศที่มีจำนวนภูเขาไฟมากเป็นอันดับต้นๆ ของโลก 

ด้วยตำแหน่งที่ตั้งดังกล่าวของประเทศ ส่งผลให้อินโดนีเซียต้องเฝ้าระวังภัยพิบัติทางธรณีวิทยาอย่างต่อเนื่อง เนื่องจากอาจสามารถเกิดขึ้นได้ตลอดเวลา ทั้งการปะทุของภูเขาไฟ แผ่นดินไหว และแผ่นดินไหวใต้ทะเลที่อาจก่อให้เกิดคลื่นสึนามิตามมา ภัยธรรมชาติเหล่านี้ล้วนมีความเชื่อมโยงกับกระบวนการเคลื่อนตัวของแผ่นเปลือกโลก และเป็นสิ่งสะท้อนถึงพลังของธรรมชาติที่ยังคงเกิดขึ้นและเปลี่ยนแปลงอยู่เสมอ การเฝ้าระวัง รวมถึงการเตรียมความพร้อมรับมือจึงเป็นสิ่งสำคัญในการลดความเสี่ยงและผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นต่อประชาชนในพื้นที่โดยรอบ

ยอดนิยมในตอนนี้

แท็กยอดนิยม

ข่าวที่เกี่ยวข้อง