วันที่ 13 เมษายน 2566 หรือปีนี้คือ "วันว่าง" หลายคนคงบอกว่า ใช่สิ มันคือวันว่าง วันหยุด เพราะเป็นวันสงกรานต์ ใคร ๆ เค้าก็หยุดทำงานกันไม่ใช่คะ วันว่างในที่นี้หมายถึง วันที่ชาวชาวใต้ไปวัดร่วมกันทำบุญให้แก่บรรพบุรุษที่จากไปของแต่ละตระกูล หรือเรียกง่าย ๆ ว่า การทำบุญวันว่างการทำบุญวันว่างของชาวใต้วันว่างในแต่ละปีจะไม่ตรงกัน ปีนี้ตรงกับวันสงกรานต์ 13 เมษายน เราชาวพุทธต่างถือปิ่นโตไปวัด กิจกรรมที่เราได้ปฏิบัติกันในวันนี้ คือ การรดน้ำพระภิกษุ โดยการนิมนต์เจ้าอาวาสมานั่งเพื่อให้ชาวบ้านได้รดน้ำท่าน อันจะเกิดเป็นสิริมงคลให้แก่ชีวิต ผู้ที่ดำเนินการจัดงานนี้โดยส่วนมากจะเป็นผู้ใหญ่บ้าน ซึ่งจะดำเนินการประกาศเรียกเชิญชวนให้ชาวบ้านมาร่วมกิจกรรม และเมื่อถึงเวลาประมาณ 09.30น. ก็จะหมดพิธีการรดน้ำพระภิกษุ และนิมนต์ท่านไปทำการนำญาติโยมสวดมนต์ ไหว้พระ และฉันเพลนอกจากนี้ยังมีการนำพระพุทธรูปมาประดิษฐานเพื่อให้ญาติโยมได้ทำการสรงน้ำพระพุทธรูป หรือถ้าใครสะดวกก็สามารถขึ้นไปสรงน้ำพระพุทธรูปบนโบสถ์ก็ได้เช่นกัน ทางวัดจะเปิดโบสถ์ให้ญาติโยมสามารถขึ้นไปสรงน้ำพระพุทธรูปได้ในวันนี้ ซึ่งชาวบ้านแต่ละคนก็จะเตรียมขันน้ำที่ปรุงด้วยน้ำอบลอยดอกมะลิ ดอกกุหลาบ หรือดอกไม้อื่น ๆ ไว้ในขันมาเองจากบ้าน ส่วนตัวผู้เขียน ไปแต่ตัวและรู้ว่าสามารถไปขอหยิบยืมขันน้ำจากผู้คนที่ไปวัดได้ โดยมิต้องนำสิ่งใด ๆ ไปเลยกิจกรรมที่สำคัญในการทำบุญวันว่าง คือ ลูกหลานแต่ละตระกูลจะพากันไปกราบไหว้สถูป หรือคนใต้เรียกว่า "บัว" ที่ซึ่งบรรจุกระดูก หรือ อัฐิ ของบรรพบุรุษในตระกูลไว้รวมกัน พ่อ แม่ญาติผู้ใหญ่ก็จะเล่าให้เด็ก ๆ รุ่นหลังฟังว่ามีอัฐิใครบ้างที่บรรจุอยู่ในบัวแห่งนี้ เราสามารถรับรู้เรื่องราวความเป็นมาของต้นตระกูลผ่านการเล่าเรื่องจากญาติผู้ใหญ่ได้ในวันนี้เมื่อเหล่าลูกหลานเดินมาถึงยัง "บัว" ซึ่งจะตั้งอยู่ในป่าช้า หลังเมรุที่เผาศพ พวกเราก็จะนำดอกไม้ ธูป เทียน และน้ำปรุง น้ำอบต่าง ๆ ไปไหว้และรดน้ำให้แก่ "บัว" เสมือนการรดน้ำดำหัวให้แก่ผู้เฒ่าผู้แก่ ในวันสงกรานต์ ผู้เฒ่า ผู้แก่ก็จะพูดเล่าเรื่อง ถามสาระทุกข์สุขดิบกับ "บัว" เสมือนลูกหลานกำลังพูดกับปู่ ย่า ตา ยาย ที่ยังมีชีวิตอยู่จากนั้นเราก็จะเดินกลับไปยังศาลาที่ชาวบ้านคนอื่น ๆ กำลังนั่งสวดมนต์ และถวายอาหารเพลแก่พระภิกษุสงฆ์ จวบจนเมื่อพระสงฆ์ฉันเพลเป็นที่เรียบร้อยก็จะถึงเวลาที่เหล่าชาวบ้านนั่งล้อมวงรับประทานอาหารเที่ยงร่วมกันด้วยความสนุกสนานเราจะเห็นได้ว่าในวันนี้ ผู้เฒ่าผู้แก่จะมีความสุขมาก เนื่องด้วยแต่ละครอบครัวจะพา พ่อ แม่ ปู่ ย่า ตา ยาย มาวัด นอกจากความสุขที่ได้อยู่พร้อมหน้าในครอบครัว เรายังได้พบปะเพื่อนฝูง ที่ไม่เคยเจอกันมานาน บางคนถึงกับต้องนั่งเล่าความหลังไปพลางฟังเทศน์ ฟังธรรมไปพลางก็มี เสียงอึกทึกอึ้งอึง จากการสนทนาของผู้คนที่ต่างมาพบปะกัน มัเป็นเสียงที่เต็มไปด้วยความสุขของผู้คนในหมู่บ้านยิ่งนัก ฉะนั้น "การทำบุญวันว่าง" ถือได้ว่าเป็นกิจกรรมการรวมญาติของแต่ละตระกูล พี่น้องต่างทั่วสารทิศจะมาพบปะและทำบุญร่วมกันกิจกรรมนี้ยังไม่สามารถคงอยู่สืบเนื่องต่อไปได้หากเยาวชนรุ่นหลังไม่ให้ความสำคัญ มัวแต่ไปเที่ยวเล่นสาดน้ำหรือทำกิจกรรมอื่น ๆ จนหลงลืมรากเหง้าตัวตนของตนเองภาพโดย ผู้เขียนเปิดประสบการณ์ความบันเทิงที่หลากหลายสุดปัง บน App TrueID โหลดเลย ฟรี !