รีเซต

AOT ตามนัดขึ้นค่า PSC กระทบค่าตั๋วเพียง 0.2%

AOT ตามนัดขึ้นค่า PSC กระทบค่าตั๋วเพียง 0.2%
ทันหุ้น
26 พฤษภาคม 2569 ( 03:00 )

นางสาวปวีณา จริยฐิติพงศ์ กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ บริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) หรือ AOT เปิดเผยว่า AOT ติดตามสถานการณ์ภูมิรัฐศาสตร์ระหว่างสหรัฐอเมริกา กับอิหร่านซึ่งส่งผลโดยตรงต่อราคาน้ำมัน ซึ่งเป็นต้นทุนหลักในหลายอุตสาหกรรมทั่วโลกอย่างใกล้ชิด ควบคู่กับการประสานงานอย่างใกล้ชิดกับผู้ประกอบการสายการบินมากกว่า 120 สายการบินสำคัญทั่วโลก เพื่อนำมาพิจารณาประกอบการปรับกลยุทธ์การดำเนินงานให้สอดคล้องกับสถานการณ์ในแต่ละช่วงเวลา 

ทั้งนี้ ยืนยันว่า ราคาตั๋วโดยสารเครื่องบินที่ปรับตัวขึ้น เป็นผลมาจากต้นทุนราคาน้ำมันอากาศยาน (JET A1) ปรับตัวขึ้นอย่างมีนัยสำคัญมากกว่าค่าธรรมเนียมที่ AOT เรียกเก็บ

โดย AOT มีการจัดทำประมาณการอัตราค่าธรรมเนียมสนามบินต่างๆ ซึ่งส่งผลต่อค่าตั๋วโดยสารอย่างมีนัยสำคัญ พบว่า ค่าธรรมเนียมสนามบิน อาทิการจัดเก็บค่าธรรมเนียมผู้โดยสารขาออก หรือ ค่า PSC,  ค่าธรรมเนียมการลงจอดและที่จอด (Landing and Parking Fee)  ฯลฯ ส่งผลต่อค่าตั๋วโดยสารราว  0.2% หรือประมาณ 30 - 34 บาท เท่านั้น

พร้อมชี้แจงขั้นตอนการเรียกเก็บค่า PSC ว่า ผู้ประกอบการสายการบินจะบวกเข้าไปในราคาตั๋วโดยสาร และจะรวบรวมมาชำระให้กับ AOT แต่ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมาเมื่อผู้ประกอบการ ยกเลิกเที่ยวบิน ผู้ประกอบการฯ ก็ไม่ได้ส่งคืนค่า PSC ให้กับผู้ที่ซื้อตั๋วโดยสาร และไม่ได้นำส่งให้กับทาง AOT เนื่องจากไม่ได้ทำการบินไฟลต์นั้นๆ

ดังนั้น AOT เลือกใช้วิธีขยายระยะเวลาชำระเงินออกไปเป็น 60 วัน เพื่อช่วยบริหารจัดการสภาพคล่องให้กับสายการบินที่เป็นพันธมิตร 120 สายการบิน ควบคู่การให้มาตรการจูงใจต่างๆ (Incentive Scheme) ที่ได้ประกาศและกำหนดไว้แทนการเลื่อน หรือชะลอการปรับค่า PSC ออกไปจากวันที่ 20 มิถุนายน 2569 ที่จะถึงนี้

 นางสาวปวีณา กล่าวว่า AOT ได้ปรับกลยุทธ์อย่างรวดเร็ว มุ่งเน้นการบริหารจัดการต้นทุนอย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด พร้อมที่จะพิจารณาเร่งรัด หรือชะลอโครงการพัฒนาท่าอากาศยานด้านต่างๆ เพื่อรักษาความสามารถในการทำกำไรให้กับผู้มีส่วนได้ ส่วนเสียทุกฝ่าย ควบคู่กับการพัฒนาท่าอากาศยานไทยให้ทัดเทียมท่าอากาศยานสำคัญทั่วโลก

บริษัทหลักทรัพย์ กรุงศรี จำกัด (มหาชน) ระบุในบทวิเคราะห์ มีมุมมองบวกเล็กน้อย แม้ AOT จะพิจารณาปรับลดเป้าหมายปริมาณผู้โดยสารปี 2568/2569 (ต.ค.68 - ก.ย.69) ลงเป็นทรงตัว YoY  และกรณี Worst Case อาจลดลง YoY (ช่วง 1H/68-69 เติบโต +4% YoY) แต่ยังสูงกว่าเป้าหมายผู้โดยสารปี 2568/2569 ที่ฝ่ายวิเคราะห์ปรับลงเป็น -7% YoY  ก่อนหน้านี้

นอกจากนี้ AOT ได้ปรับขึ้นค่าสัมปทานขั้นต่ำ Duty Free 5% ตามสัญญาใหม่เร็วกว่า ที่ผ่านวิเคราะห์ประมาณการว่าจะขึ้นในเดือนตุลาคม 2569 และ AOT ตั้งเป้าลดค่าใช้จ่าย -15% ในช่วงวิกฤติสงคราม ทำให้ประมาณการกำไรปกติปี 2568/2569 ที่ทำไว้ราว 1.6 หมื่นล้านบาท มีโอกาสเกิด Upside จึงยังคงคำแนะนำ “ซื้อ” ราคาเป้าหมาย 64.75 บาท และยังเลือก AOT เป็นหุ้น Top Pick ของกลุ่มการบิน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง