ทุก ๆ การปิดเทอมภาคฤดูร้อน (ระหว่างกลางเดือนมีนาคมถึงสิ้นเดือนเมษายน)ของลูกชาย กิจกรรมที่เขาต้องทำเป็นหน้าที่คือ การบวชภาคฤดูร้อน เมื่อ 2 ปีก่อน แม่พาไปสมัครบวชที่วัดถ้ำสุมะโนวิปัสสนา พัทลุง ซึ่งเป็นโครงการบวชสามเณรภาคฤดูร้อนทั้ง 2 ครั้ง ในครั้งนี้จะแตกต่างไปจาก 2 ครั้งก่อนเพราะเป็นการบวชเณรภาคฤดูร้อนที่ไม่ได้อยู่ในโครงการบวชเณรภาคฤดูร้อน หากแต่เป็นการบวชสามเณรแบบบ้าน ๆ นั่นเอง ก่อนอื่นมาพูดถึงการบวชสามเณรภาคฤดูร้อนแบบที่เป็นโครงการกันก่อนสักเล็กน้อย การบวชสามเณรในโครงการคือการที่ทางวัดจัดเป็นโครงการบวชสามเณรภาคฤดูร้อน รับสมัครเด็กชายที่สามารถช่วยเหลือตัวเองเบื้องต้นได้เช่น อาบน้ำ ใส่เสื้อผ้า กินข้าว จะมีการกำหนดระยะเวลาของโครงการชัดเจนอย่างเช่น 15 วัน 20 วัน หรือ 1 เดือนแล้วแต่ทางวัดจะกำหนด และเมื่อถึงวันจบโครงการสามเณรจะต้องลาสิกขาออกไป เหลือบางส่วนที่ขออยู่ต่อแต่ต้องดูแลตัวเอง โดยมีพระสงฆ์คอยดูและอยู่ห่าง ๆสำหรับครั้งนี้ผู้เขียนจะเล่าถึงการบวชสามเณรภาคฤดูร้อน แบบที่ไม่ได้อยู่ในโครงการ คือการบวชแบบบ้าน ๆ ง่าย ๆ ไม่ต้องมีการสมัครล่วงหน้า เมื่อเราเตรียมข้าวของเครื่องใช้ เท่าที่จำเป็นจำพวก แปลงสีฟันยาสีฟัน ชุดขาวสำหรับใส่ตอนเป็นนาคเณร และที่สำคัญคือเตรียมลูกเราให้พร้อม จากนั้นพาไปติดต่อกับพระอาจารย์เจ้าอาวาส ที่วัดที่ต้องการบวชได้เลย ปีนี้ผู้เขียนพาลูกชายไปบวชที่บ้านเกิดที่วัดป่าดงหอย สาขาหนองป่าพงที่ 16 อำเภอเดชอุดม จังหวัดอุบลราชธานี การบวชครั้งนี้เราไม่ต้องเตรียม บริขาร ใด ใด เลย เพราะทางวัดมีให้ครบทุกอย่าง เตรียมแต่คนที่จะบวชไปก็พอพิธีบวชเป็นไปแบบเรียบง่าย นาคเณรท่องคำขอขมาแม่และพ่อ จากนั้นแม่ก็มอบผ้าไตร เป็นอันเสร็จพิธี เนื่องจากวัดนี้ไม่มีอุโบสถ จึงทำพิธีบวชที่นี่ไม่ได้ หลังจากมอบผ้าไตรเสร็จแล้ว เราก็พาว่าที่สามเณรไปหาพระอาจารย์อุปชา ที่วัดอื่นเพื่อให้ท่านทำพิธีบวชให้ ก่อนหน้านี้ว่าที่สามเณรได้ซ้อมท่องคำขอบวชมาจนคล่องแล้ว จึงง่ายเข้าไปอีกขั้นตอน เมื่อบวชเสร็จสามเณรต้องกลับมาอยู่ที่วัดป่าดงหอย สาขาหนองป่าพงที่ 16 แห่งนี้ สามเณรบอกว่าจะบวชไปเรื่อย ๆ จนกว่าจะเปิดเทอมกำลังห่มผ้าสามเณรเมื่อเป็นสามเณรแล้วกิจวัตรมีอะไรบ้าง กิจวัตรของสามเณรจะทำเหมือนพระสงฆ์ทุกอย่าง และทำแบบเดียวกันเดิม ๆ ซ้ำ ๆ ทุกวัน เพื่อเป็นการฝึกวินัย ฝึกความรับผิดชอบไปในตัว1. เช้าตี 3 ตื่นนั่งสมาธิ สวดมนต์ ทำวัตรเช้า2. ตี 5 ออกบิณฑบาตโปรดญาติโยม3. 09.00 น. ฉันภัตตาหาร (เนื่องจากวัดนี้เป็นวัดป่า จึงฉันภัตตาหารแค่มื้อเดียว)4. ฉันภัตตาหารเสร็จ ล้างบาตร ตากให้เรียบร้อย5. กวาดวัด ถูศาลา รดน้ำต้นไม้6. พักผ่อนเล่นซนตามประสา7. ภาคบ่าย 15.00 น.โดยประมาณ กวาดลานวัดอีกรอบ8. 16.00 น. ฉันน้ำปานะ9. 18.00 น. นั่งสมาธิสวดมนต์ทำวัตรเย็น10. 19.00 น.กลับกุฏิพักผ่อนการบวชสามเณรดีอย่างไร ผู้เขียนไม่ได้คาดหวังว่าเขาบวชแล้วจะได้อะไรกลับมามากมาย แต่นี่คือการฝึก ให้เขาเข้มแข็งและสามารถอยู่ได้ ในวันที่ไม่มีเรา1. ได้ฝึกรับผิดชอบต่อหน้าที่ ที่ต้องทำทุก ๆ วัน2. ได้ฝึกกิริยามารยาท3. ได้ฝึกการช่วยเหลือตัวเอง เช่น ต้องตื่นเอง กินเอง อาบน้ำเอง ซักผ้าเอง และเข้านอนเอง4. ได้ห่างจากโทรศัพท์มือถือ ห่างเกมสักระยะ5. ครั้งนี้พิเศษหน่อยคือ อย่างน้อยอยู่ในวัดก็ไม่ต้องห่วงเรื่องการติดเชื้อโควิด-19 ที่ใครหลายคนกังวลกลัวจะมาติดลูกหลาน จะเรียกว่าเก็บลูกไว้ในที่ปลอดภัยก็ว่าได้6. ได้ชักนำพ่อแม่ญาติพี่น้องให้ตักบาตรกับสามเณรองค์น้อย ๆ และไปทำบุญที่วัดหลายท่านอาจจะสงสัยว่าทำไมครั้งนี้ผู้เขียนนำลูกชายไปบวชไกลจัง เพราะเกาะพีพี กับอุบลราชธานีมันคนละภาคกันเลย นั่นเพราะการบวช 2 ครั้งของสามเณรก่อนหน้านี้เป็นแบบโครงการ ซึ่งเป็นระยะเวลาสั้น ๆ และในโครงการมีกิจกรรมจำกัด ตามแบบแผนของโครงการที่วางโครงร่างไว้ก่อนแล้ว ซึ่งแตกต่างจากการบวชครั้งนี้ คือสามเณรได้ออกทำกิจของสามเณรมีการบิณฑบาตกับชาวบ้านจริง ๆ และกิจกรรมในแต่ละวันก็จะแตกต่างกันออกไปขึ้นอยู่กับว่า ทางวัดมีงานอะไรให้ทำ ผู้เขียนคิดว่าสามเณรคงเป็นประสบการณ์ใหม่ ๆ กลับมาไม่มากก็น้อย:::::เรื่องและภาพโดยบุหงาอันดามัน:::::