รีเซต

สงครามพิซซ่า ลูกค้าว่าไง? เจาะกลยุทธ์ถล่มราคา 3 แบรนด์ดัง

สงครามพิซซ่า ลูกค้าว่าไง? เจาะกลยุทธ์ถล่มราคา 3 แบรนด์ดัง
TNN ช่อง16
23 พฤษภาคม 2567 ( 16:49 )
56

สงครามราคาพิซซ่า ใครจะเป็นผู้ชนะ?


ในโลกของการตลาดยุคใหม่ที่แบรนด์ต่างๆ ต้องแข่งขันกันอย่างดุเดือดเพื่อแย่งชิงลูกค้า หนึ่งในกลยุทธ์ที่ได้รับความนิยมและถูกนำมาใช้บ่อยที่สุด คงหนีไม่พ้น "โปรโมชั่น" โดยเฉพาะการลดราคาสินค้าเพื่อกระตุ้นยอดขาย ซึ่งเมื่อไม่นานมานี้ วงการพิซซ่าก็เกิดสงครามราคาครั้งใหญ่ขึ้น เมื่อเหล่าแบรนด์ดังอย่าง The Pizza Company, Pizza Hut และ Domino's Pizza ต่างงัดกลยุทธ์ลดราคาออกมาสู้กันแบบถ้าเธอมี ฉันก็ต้องมีเช่นกัน!


The Pizza Company จุดกระแสด้วยโปร 99 บาท 


จุดเริ่มต้นของสงครามราคาครั้งนี้มาจาก The Pizza Company ที่ประกาศลดราคาพิซซ่าหน้าใดก็ได้ ขนาด medium เหลือเพียง 99 บาทเท่านั้น ถือเป็นครั้งแรกที่มีการลดราคาพิซซ่าต่ำขนาดนี้ และด้วยความคุ้มค่าสุดๆ ของโปรโมชั่นนี้ จึงทำเอาลูกค้าที่เห็นแล้วอดใจไม่ไหว แห่กันไปซื้อกันจนแน่นร้าน บางสาขาขายดีจนพิซซ่าหมด! ต้องบอกเลยว่าโปรนี้ปังมากจริงๆ


Pizza Hut สู้ด้วยการลดเหลือ 98 บาท


เมื่อคู่แข่งอย่าง The Pizza Company กล้าลดราคาขนาดนี้แล้ว ทาง Pizza Hut ก็ไม่ยอมน้อยหน้า รีบออกโปรโมชั่นลดราคาตามทันควัน ซึ่งแน่นอนว่าราคาของ Pizza Hut ต้องถูกกว่า The Pizza Company เพื่อดึงลูกค้า โดยการลดราคาพิซซ่าขนาด medium เหลือเพียง 98 บาท แค่ต่างกันเพียง 1 บาท แต่ก็เรียกเสียงฮือฮาได้ไม่น้อยเลยทีเดียว


Domino's Pizza สวนกระแสด้วยคุณภาพ


ในขณะที่ทั้ง The Pizza Company และ Pizza Hut กำลังแข่งกันลดราคาอย่างดุเดือด Domino's Pizza กลับเลือกที่จะสวนกระแสด้วยการประกาศจดหมายเปิดผนึกว่า แม้จะมีการใช้กลยุทธ์ด้านราคาเพื่อแย่งลูกค้า แต่ Domino's Pizza ยังคงยึดมั่นในความเป็นจริง และคำนึงถึงคุณภาพสินค้า การบริการ และการจัดส่งเป็นหลัก เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีและความประทับใจให้แก่ลูกค้า


เสียงสะท้อนจากผู้บริโภคบนโลกออนไลน์


เมื่อโปรโมชั่นทั้งหมดถูกปล่อยออกไป กระแสตอบรับบนโลกโซเชียลก็เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง จากการวิเคราะห์ข้อมูลของ Wisesight ในช่วงวันที่ 20-23 พฤษภาคม พบว่า The Pizza Company ถูกพูดถึงมากที่สุดถึง 63,394 ครั้ง และมียอดเอ็นเกจเมนต์สูงถึง 1,013,028 ครั้ง ตามมาด้วย Pizza Hut ที่มีคนพูดถึง 50,008 ครั้ง และมีเอ็นเกจเมนต์ 602,277 ครั้ง ส่วน Domino's Pizza มีคนพูดถึง 5,619 ครั้ง และมีเอ็นเกจเมนต์ 94,192 ครั้ง


เมื่อพิจารณาเชิงลึกพบว่า การพูดถึงในแง่บวกของ The Pizza Company และ Pizza Hut ส่วนใหญ่เป็นการชื่นชมโปรโมชั่นที่คุ้มค่ามากๆ และชื่นชอบที่แบรนด์ออกมาแข่งกันแบบนี้ ทำให้ผู้บริโภคได้ประโยชน์ ในขณะที่การพูดถึงในแง่บวกของ Domino's Pizza จะเน้นไปที่การชื่นชมการรักษามาตรฐานและคุณภาพของแบรนด์ รวมถึงการมองการณ์ไกลที่ยึดถือความเป็นจริง 


ส่วนในแง่ลบที่มีการพูดถึง ส่วนใหญ่จะเป็นเรื่องคุณภาพที่ลดลงจากปริมาณที่ขายเยอะมาก เช่น พิซซ่าไหม้ หรือแป้งแข็งไม่สุก รวมถึงเรื่องการจัดการคิวยาวๆ และการงานหนักขึ้นของพนักงาน ในขณะที่แคมเปญของ Pizza Hut บางส่วนมองว่าการลดราคาลงมาแค่ 1 บาทนั้น ไม่ได้ช่วยอะไรมากนัก


เรียนรู้จากศึกพิซซ่า

 

จากเหตุการณ์ครั้งนี้สะท้อนให้เห็นว่า การจัดโปรโมชั่นเด็ดๆ เพื่อกระตุ้นยอดขายในระยะสั้นเป็นวิธีที่ได้ผลเสมอ แต่แบรนด์ก็ต้องมั่นใจว่าจะสามารถรองรับปริมาณที่เพิ่มขึ้นอย่างทันท่วงที โดยยังคงรักษาคุณภาพและมาตรฐานให้คงเดิม เพื่อไม่ให้ลูกค้าผิดหวัง และยังช่วยสร้างการจดจำในแง่บวก ในขณะเดียวกัน การเลือกสวนกระแสด้วยการคงไว้ซึ่งจุดแข็งของแบรนด์อย่างการให้ความสำคัญกับคุณภาพและบริการก็นับเป็นทางเลือกที่ชาญฉลาด และช่วยให้แบรนด์โดดเด่นท่ามกลางคู่แข่งที่แข่งขันกันด้วยราคา


สุดท้ายนี้ ไม่ว่าแบรนด์จะเลือกใช้กลยุทธ์แบบไหน สิ่งที่จะเป็นตัวกำหนดชัยชนะในระยะยาว คือการรักษาคุณภาพสินค้าและบริการให้ดีเยี่ยมอยู่เสมอ ใส่ใจและรับฟังความคิดเห็นของผู้บริโภค หากแบรนด์ใดที่ทำได้อย่างจริงจังและต่อเนื่อง ก็มีแนวโน้มสูงที่จะครองใจลูกค้า และเติบโตได้อย่างยั่งยืน นั่นคือสิ่งที่ทุกแบรนด์ควรตระหนักและนำไปปรับใช้กับธุรกิจของตัวเอง

ข่าวที่เกี่ยวข้อง