ถึงเวลา "เคอร์ฟิว" ได้หรือยัง เทียบมาตรการล็อกดาวน์โควิด-19 ทั้ง 3 ระลอก มีอะไรเปลี่ยนไปบ้าง

ถึงเวลา "เคอร์ฟิว" ได้หรือยัง เทียบมาตรการล็อกดาวน์โควิด-19 ทั้ง 3 ระลอก มีอะไรเปลี่ยนไปบ้าง
Ingonn
7 กรกฎาคม 2564 ( 16:36 )
222
ถึงเวลา "เคอร์ฟิว" ได้หรือยัง เทียบมาตรการล็อกดาวน์โควิด-19 ทั้ง 3 ระลอก มีอะไรเปลี่ยนไปบ้าง

เข้าสู่การล็อกดาวน์อีกครั้ง โดยครั้งนี้ตามประกาศของนายกรัฐมนตรี หรือศูนย์บริหารสถานการณ์โควิด-19 (ศบค.) กำหนด ให้มีผลตั้งแต่วันที่ 28 มิถุนายน 2564 ถึง 27 กรกฎาคม 2564 หรือจนกว่าจะมีประกาศเปลี่ยนแปลงเป็นอย่างอื่น เมื่อดูจากสถานการณ์โควิด-19 ที่เกิดขึ้นในไทยแล้ว สรุปได้ว่ามีทั้งหมด 3 ระลอกใหญ่ ที่ทำให้ต้องล็อกดาวน์สถานที่เสี่ยง จุดเสี่ยงต่างๆ เพื่อป้องกันการแพร่ระบาดของโควิด-19 

 

 

วันนี้ TrueID จะมาเทียบสถานการณ์การล็อกดาวน์โควิด-19 ทั้ง 3 ระลอก ว่ามีความเหมือนหรือแตกต่างอย่างไรบ้าง และจะเยียวยาผู้ที่ได้รับผลกระทบอย่างไร

 

 

ถึงเวลาเคอร์ฟิวได้หรือยัง

 

 

จากกราฟข้อมูลของศูนย์ข้อมูล COVID-19 วันที่ 7 ก.ค. 64 ชี้ให้เห็นว่ายอดผู้ติดเชื้อในไทยเพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ทั้งในต่างจังหวัดและกทม. และปริมณฑล มีอัตราส่วนเพิ่มขึ้นราว 50% ส่งผลให้กราฟโดยรวมในประเทศพุ่งสูงกว่าระลอกที่ผ่านมามาก

 

 

ศ.คลินิกเกียรติคุณ นายแพทย์อุดม คชินทร ที่ปรึกษาศูนย์บริหารสถานการณ์แพร่ระบาดโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (ศบค.) ระบุว่า ประเทศไทยเข้าสู่ระลอก 4 แล้ว เนื่องจาก

 

1.มีสายพันธุ์เดลต้าแพร่ระบาด

 

2.มีการแพร่ระบาดในชุมชน ครอบครัว องค์กร หาที่มาที่ไปไม่ได้

 

3.ผู้ป่วยรายใหม่เพิ่มขึ้น 5-6 พันต่อวัน

 

4.ระดับมาตรการที่ต้องยังไม่สูงสุด ตอนนี้แค่เซมิล็อกดาวน์กว่าจะเห็นผล 14 วัน เนื่องจากเป็นระยะเวลาฟักตัวของไวรัส และจะประเมินอีกครั้งว่าเป็นอย่างไร แต่ต้องไม่เกินกำลังบุคลากรสาธารณสุข เตียง ยา

 

5.ต้องการเห็นตัวเลขผู้ป่วยไม่เกิน 500-1,000 คนต่อวัน ตอนนี้ต้องช่วยกัน เพิ่มมาตรการด้านสาธารณสุข ส่วนบุคคล ด้านสังคมให้มากกว่านี้ และเร่งฉีดวัคซีนให้ได้ทั้ง 2 เข็มให้ได้มากสุดและเกิน 70% ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญ

 

 

พล.อ.ณัฐพล นาคพาณิชย์ เลขาธิการสภาความแห่งชาติ(สมช.)ในฐานะผู้อำนวยการศูนย์ปฏิบัติการบริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) หรือ ศปก.ศบค. กล่าวถึงข้อเสนอให้ ศบค.ล็อกดาวน์ เนื่องจากตัวเลขผู้ติดเชื้อและเสียชีวิตสูงขึ้นต่อเนื่อง ว่า รอข้อเสนออย่างเป็นทางการ และรับฟังความเห็นจากทางกระทรวงสาธารณสุขก่อนเป็นลำดับแรก โดย ศบค.พร้อมรับไว้พิจารณาอยู่แล้ว จากนั้นจะหารือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องต่อไป ขณะนี้ตัวเลขผู้ติดเชื้อยังทรงตัวอยู่ 

 

 

หากจะประกาศล็อกดาวน์ จะเน้นเข้มข้นในพื้นที่แพร่ระบาดทั้งในกรุงเทพมหานคร และปริมณฑล หรือ 4 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ส่วนพื้นที่อื่นจะมีมาตรการเสริม ฉะนั้นต้องลดหลั่นไปตามเหมาะสม โดยยืนยันว่ารัฐบาลไม่ได้เลี่ยงคำว่าล็อกดาวน์ แต่ความหมายต้องชัดเจน

 

 


สถานการณ์การระบาดเกิดขึ้นเมื่อไหร่บ้าง

 

  • โควิดระบาดระลอกเดือน ม.ค. 63 (ระหว่าง ม.ค.-14 ธ.ค.63) รวม 11 เดือนครึ่ง

 

 

  • โควิดระบาดระลอกเดือน ธ.ค. 63 (ระหว่าง 15 ธ.ค.63-31 มี.ค.64) รวม 3 เดือนครึ่ง

 

 

  • โควิดระบาดระลอกเดือน เม.ย. 64 (ระหว่าง 1 เม.ย.-ปัจจุบัน) 

 

 


มาตรการคุมเข้มโควิด-19 ระลอกแรก


- คุมเข้มการเดินทางมาจากต่างประเทศ เช่น ต้องมีใบรับรองแพทย์ มีประกันสุขภาพ

 


- กทม.และปริมณฑล ปิดสถานที่ต่างๆ เช่น สนามมวย สนามกีฬา สถาบันการศึกษา ร้านนวดแผนโบราณ สถานบันเทิง ห้ามนั่งในร้าน

 


- ยกเลิกวันหยุดสงกรานต์ 13-15 เม.ย.ให้หยุดวันอื่นทดแทน

 


- งดจัดกิจกรรมที่มีคนรวมตัวมาก เช่น คอนเสิร์ต งานแสดงสินค้า กิจกรรมทางศาสนาวัฒนธรรม

 


- ขอให้เหลื่อมเวลาทำงานและทำงานที่บ้าน (Work From Home)

 


- ประกาศเคอร์ฟิวทั่วประเทศ ห้ามออกจากเคหสถานยามวิกาล 22.00-04.00 น.ยกเว้นบางอาชีพ

 


- ให้ประชาชนชะลอการเดินทางข้ามจังหวัด

 


- เลื่อนวันเปิดภาคเรียน เรียนออนไลน์

 


-ห้ามจัดงานเทศกาลสงกรานต์ในทุกระดับ

 


- ห้ามเข้าออก 14 จังหวัดพื้นที่เสี่ยง ได้แก่ เชียงราย ตาก น่าน แพร่ ตราด บึงกาฬ ภูเก็ต สงขลา สตูล ปัตตานี ยะลา นราธิวาส เมืองพัทยา และระนอง

 


- ห้ามจำหน่ายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์

 


- มาตรการเงินช่วยเหลือประชาชน (เราเที่ยวด้วยกัน , คนละครึ่ง , เราชนะ , ม.33 เรารักกัน , ลดค่าครองชีพ ฯ )

 

 


มาตรการคุมเข้มโควิด-19 ระลอกสอง


- กทม.ใช้มาตรการให้ลูกค้าสถานบันเทิงนั่งรับประทานอาหารเท่านั้น, ลดความหนาแน่นผู้ชมในสนามมวย, ห้ามรวมกลุ่มใหญ่ในสวนสาธารณะ, ห้ามวัดทำกิจกรรมที่มีคนหมู่มาก, โรงเรียนและศูนย์เด็กเล็กที่อยู่ในพื้นที่เชื่อมต่อ จ.สมุทรสาคร ให้ปิดเรียนชั่วคราว, ตั้งจุดสกัดห้ามเคลื่อนย้ายแรงงานต่างด้าวเข้า กทม.

 


- ห้ามเข้าออกพื้นที่ 5 จังหวัดพื้นที่เสี่ยง ได้แก่ สมุทรสาคร, ชลบุรี, ระยอง, จันทบุรี และ ตราด ยกเว้นเหตุจำเป็นหรือเหตุฉุกเฉิน

 


- มีการแบ่งพื้นที่ตามระดับความเสี่ยง

 


- ปิดสถานศึกษาและสถานรับเลี้ยงเด็ก

 


- มาตรการเงินช่วยเหลือประชาชน (เราเที่ยวด้วยกัน , คนละครึ่ง , เราชนะ , ม.33 เรารักกัน , ลดค่าครองชีพ ฯ )

 

 


มาตรการคุมเข้มโควิด-19 ระลอกสาม


- กทม.ใช้มาตรการให้ลูกค้าสถานบันเทิงนั่งรับประทานอาหารเท่านั้น, ลดความหนาแน่นผู้ชมในสนามมวย, ห้ามรวมกลุ่มใหญ่ในสวนสาธารณะ, ห้ามวัดทำกิจกรรมที่มีคนหมู่มาก, โรงเรียนและศูนย์เด็กเล็กที่อยู่ในพื้นที่เชื่อมต่อ จ.สมุทรสาคร ให้ปิดเรียนชั่วคราว, ตั้งจุดสกัดห้ามเคลื่อนย้ายแรงงานต่างด้าวเข้า กทม.

 


- มีการแบ่งพื้นที่ตามระดับความเสี่ยง

 


- ปิดสถานศึกษาและสถานรับเลี้ยงเด็ก

 


- กำหนดมาตรการตามระดับของพื้นที่เสี่ยง แต่ไม่เคอร์ฟิว ไม่ล็อกดาวน์

 


- ปิดสถานบันเทิง และกำหนดเวลาปิดห้างสรรพสินค้า

 


- จัด รพ.สนาม และ Hospital เตรียมพร้อมรองรับ

 


- ยังสามารถเดินทางข้ามจังหวัดในช่วงเทศกาลสงกรานต์ได้

 

 


มาตรการล่าสุดวันที่ 28 มิถุนายน 2564


ประกาศมาตรการโควิด-19 กทม.-ปริมณฑล และ 4 จังหวัดชายแดนใต้ ห้ามกินในร้าน-ห้างปิด 3 ทุ่ม-ห้ามรวมกลุ่มสังสรรค์ มีผล 28 มิถุนายนเป็นต้นไป


มาตรการที่ประกาศ

 

1. สั่งปิดสถานที่ก่อสร้าง สั่งหยุดทำงานก่อสร้าง และห้ามเคลื่อนย้ายแรงงานเป็นการชั่วคราวอย่างน้อย 30 วัน โดยให้อำนาจผู้ว่าฯ กทม. และผู้ว่าฯ จังหวัดปริมณฑลเป็นผู้สั่งปิด

 

 

2. การจำหน่ายอาหารและเครื่องดื่ม ซึ่งรวมร้านที่ตั้งอยู่ในห้างสรรพสินค้า โรงแรม ร้านสะดวกซื้อ รถเข็น หาบเร่ ให้ซื้อแบบกลับไปบริโภคที่อื่นเท่านั้น

 

 

3. ห้างสรรพสินค้า ให้เปิดได้ถึง 21.00 น. งดโรงมหรสพ โรงภาพยนตร์ สวนน้ำ พื้นที่นั่งกินอาหาร

 

 

4. โรงแรม ศูนย์แสดงสินค้า ศูนย์ประชุม ให้เปิดได้ แต่ให้งดการจัดประชุม การสัมมนา และจัดเลี้ยง

 

 

5. ห้ามจัดกิจกรรมรวมกลุ่มเกินกว่า 20 คน เว้นแต่ได้รับอนุญาตจากเจ้าหน้าที่ควบคุมโรค

 

 

6. เมื่อพบแหล่งที่มีการระบาดของโรคเป็นกลุ่มก้อน ผู้ว่าราชการจังหวัดอาจดำเนินการสั่งปิดชุมชน หรือสถานที่ดังกล่าวไว้เป็นการชั่วคราว

 

 

7. ให้ประชาชนงดกิจกรรมทางสังคมที่มีการรวมกลุ่ม งานเลี้ยงรื่นเริงในเขตพื้นที่ควบคุมสูงสุดและเข้มงวด เป็นระยะเวลา 30 วัน เว้นแต่เป็นการจัดพิธีการตามประเพณีนิยม

 

 

สำหรับมาตรการและข้อปฏิบัติตามข้อกำหนดนี้บังคับใช้ในเขตพื้นที่ควบคุมสูงสุดและเข้มงวดในพื้นที่กรุงเทพฯ และปริมณฑล (จังหวัดนครปฐม, จังหวัดนนทบุรี, จังหวัดปทุมธานี, จังหวัดสมุทรปราการ และจังหวัดสมุทรสาคร) และพื้นที่ 4 จังหวัดชายแดนภาคใต้ (จังหวัดนราธิวาส, จังหวัดปัตตานี, จังหวัดยะลา และจังหวัดสงขลา)

 

 

 


มาตรการช่วยเหลือผู้ได้รับผลกระทบจากวิกฤตโควิด-19

 

ลูกจ้างและผู้ประกอบการ ในระบบประกันสังคม


1. สำนักงานประกันสังคม จะจ่ายเงินช่วยเหลือลูกจ้างผู้ประกันตน 50% ของเงินเดือน แต่ไม่เกิน 7,500 บาท ซึ่งจะสามารถจ่ายได้ทันที

 


2. รัฐบาลช่วยเหลือลูกจ้างเพิ่มอีก รายละ 2,000 บาท รอเข้าที่ประชุม ครม.เพื่ออนุมัติในวันพรุ่งนี้ (29 มิ.ย.)

 


3. นายจ้างที่ขึ้นทะเบียนกับสำนักงานประกันสังคม รัฐบาลจะจ่ายเงินช่วยเหลือให้ 3,000 บาท/คน แต่ไม่เกิน 200 คน โดยจะจ่ายให้เป็นเวลา 1 เดือน 

 

 

 

ลูกจ้างและผู้ประกอบการ นอกระบบประกันสังคม


1.กรณีที่ผู้ประกอบการที่ยังไม่ได้อยู่ในระบบประกันสังคม แต่ต้องการรับความช่วยเหลือ 3,000 บาท ขอให้รีบขึ้นทะเบียนเพื่อเข้าระบบประกันสังคม โดยจะอำนวยความสะดวกให้อย่างเต็มที่ เพื่อรับเงิน 3000 บาทเช่นกัน 

 


2.ลูกจ้างนอกระบบประกันสังคม(เฉพาะคนไทย) แล้วเมื่อนายจ้างขึ้นทะเบียนประกันสังคมจะได้รับเงินช่วยเหลือ 2,000 บาท แต่กลุ่มนี้จะไม่ได้รับเงินช่วยเหลือกรณีสุดวิสัย 50% ของเงินเดือนจากประกันสังคม

 

 


แรงงานไทยและต่างด้าว


1.ประกันสังคมจะจ่ายเยียวยาสิทธิประโยชน์ทดแทนกรณีว่างงานจากเหตุสุดวิสัย เนื่องจากถูกปิดตามคำสั่ง ศบค.โดยจ่าย 50% ของค่าจ้าง ส่วนวิธีการจ่ายเงินจะหารือกับผู้ประกอบการ เบื้องต้นจะจ่ายทุก 5 วัน

 

 

2.นายจ้างดูแลเรื่องอาหารทุกมื้อด้วย ตลอด 1 เดือน ตามรายชื่อที่นายจ้างรับรองวันต่อวัน ตลอดเวลาการปิดแคมป์ก่อสร้าง นอกจากนี้ ยังมีระบบการตรวจสอบว่าแรงงานที่จะได้รับการเยียวยาจะต้องอยู่ในแคมป์ก่อสร้าง หากไม่อยู่ก็จะไม่ได้รับเงินชดเชยดังกล่าว

 

 


มาตรการช่วยเหลืออื่นๆ


1. หาบเร่ แผงลอย ไม่มีลูกจ้าง ให้ขึ้นทะเบียนในแอปฯ "ถุงเงิน" ผ่านโครงการ "คนละครึ่ง" 

 


2. การช่วยเหลือผู้ประกอบการร้านอาหารที่ได้รับผลกระทบจากวิกฤตโควิด-19 ได้ประสานกับสมาคมอุตสาหกรรมก่อสร้างไทยฯ เพื่อให้ผู้ประกอบการร้านอาหารเข้ามาดำเนินการปรุงอาหารส่งให้กับคนงานในแคมป์ก่อสร้างที่ถูกปิด

 

 

 

ข้อมูลจาก ศูนย์ข้อมูล COVID-19 , กรมประชาสัมพันธ์ , TNN , ThaiPBS

 

 

 

--------------------

เกาะติดสถานการณ์โควิด-19  ทันความเคลื่อนไหว ได้ความรู้ที่ถูกต้อง ส่งตรงถึงมือคุณ
คลิกเลย!! >>> รู้ทันกันโควิด <<< หรือ กด *301*35# โทรออก

 

 

 

 

 

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ข่าวที่เกี่ยวข้อง